ชัชชาติ เสิร์ฟแผน ‘100 วันแรก’ 260+นโยบายต้องเห็นผลงาน จ่อโอเพ่น ‘เคสทุจริต’ ออกคำสั่ง 3 เรื่องด่วน

9.07.26 | 15:09 น.

ชัชชาติ เสิร์ฟออเดิร์ฟ ‘แผน 100 วันแรก’ ทำทันที จัดเต็มตามสัญญา ทั้งปมสูงวัย คนไร้บ้าน ตึกเก่า หาบเร่-ปรับ Traffy Fondue เชิงรุก พร้อม Open data ให้ ปชช.ติดตามเคสทุจริต เผยเตรียมเสนอ ข้อบัญญัติเข้าสภา กทม. ออกคำสั่ง 2-3 เรื่องด่วน

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 สมัยที่ 2 เข้าร่วม “พิธีเข้ารับตำแหน่งและมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” อย่างเป็นทางการ โดยเดินทางมาถึงเมื่อเวลา 10.32 น. ท่ามกลางข้าราชการต้้งแถวรอต้อนรับ ร่วมพิธีเข้ารับตำแหน่งและมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ห้องรัตนโกสินทร์ เมื่อเวลา 11.00 น. ต่อด้วยการเข้าประชุมหารือข้อราชการ ร่วมกับ ปลัดกรุงเทพมหานคร และรองปลัดฯ ที่ห้องอมรพิมาน ก่อนออกมานำแถลงเปิดตัวทีมงาน “คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร”

เมื่อถามถึง “แผน 100 วันแรก” เรื่องที่จะจัดการอย่างเร่งด่วน นายชัชชาติเผยว่า ถ้าพูดถึงวันนี้เลย ก็จะมีการออกคำสั่ง 2-3 เรื่อง คือ 1.เรื่องการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ

“จริงๆ แล้วเรามีคำสั่งมาแล้ว เมื่อสมัย 4 ปีก่อน แต่จะมีการอัพเดตรายละเอียด เปิดเผยข้อมูลเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็น Machine-Readable Format ซึ่งช่วงหาเสียงก็จะมีคนพูดถึงเรื่องนี้กันเยอะเลย เรื่องเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลโรงขยะอ่อนนุช E-Nose ที่เป็นจมูกอัจฉริยะ ก็จะเปิดให้ประชาชนเห็นเลยว่าสถานการณ์ฝุ่นและสถานการณ์ความเหม็นเป็นอย่างไรบ้าง

อีกระเบียบที่จะต้องเร่งทำเลยคือ ‘ระเบียบศูนย์เด็กเล็ก’ ซึ่งเรามีข้อบัญญัติแล้วก็ต้องเร่งออกเป็นระเบียบ เพื่อให้เอกชนเข้ามาสนับสนุนได้ รวมถึงการรับจำนวนผู้ป่วยเพิ่มในศูนย์บริการสาธารณสุข ซึ่งศูนย์ไหนที่ยังรับได้ไม่ถึงหมื่นคน ก็ต้องขยายขึ้น เพราะเรามีนโยบายเพิ่มบัตรทอง ให้เป็น 1.3 ล้านคน รวมถึงปรับระบบรอหมอ ที่เราสัญญาไว้ว่าจะรอไม่เกิน 1 ชั่วโมงสำหรับเคสนัดหมาย โดยคาดว่าไม่เกิน 100 วันน่าจะทำได้สำเร็จ” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เรามีนโยบายปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น คิดว่า 100 วันแรก ต้องปลูกอย่างน้อย 100,000 ต้นให้ได้ นอกจากนี้ เราจะต้องดูเรื่องฝุ่นด้วยเลย เพราะเดี๋ยวฤดูฝุ่นก็จะมาแล้ว โดยจะตั้งศูนย์จัดการการเผาแบบครบวงจร ดูแลทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ขยาย Low Emission zone ให้ครอบคลุมทั้งรถปิ๊กอัพและรถ 4 ล้อด้วย

มีการเพิ่มระบบไฟจราจรอัจฉริยะแบบ Adaptive Control อีก 10 ทางแยก ซึ่งมีโครงการอยู่แล้วโดยจะเร่งรัด และปรับปรุงป้ายรถเมล์อีก 300 จุด โดยเป็นป้ายเสาเดี่ยว 200 ป้าย และแบบศาลาอีก 100 หลัง

ส่วน ‘จุดเสียงน้ำท่วม’ 737 จุด จะแก้ไขเพิ่มอีก 100 จุดภายใน 100 วันนี้ รวมถึงเตรียมความพร้อมรอบอุโมงค์ระบายน้ำประเวศ ที่จะทำเชื่อมกับคลองประเวศบุรีรมย์ ไปยังบึงหนองบอน โดยจะเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตลาดกระบัง

ในส่วนของ Traffy Fondue ก็จะเริ่มทำเชิงรุก คือใช้ระบบออกไปตรวจ ควบคู่กับให้ประชาชนแจ้งเข้ามาในระบบ โดยสามารถตรวจสอบความคืบหน้า การสอบสวนเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นของข้าราชการ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของแต่ละเคสได้

และมีการ ‘เดินหน้าเสนอข้อบัญญัติเข้าสู่สภา กทม.’ เช่น 1.ข้อบัญญัติเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารเก่า 2.ข้อบัญญัติสนับสนุนโรงเรียนผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันส่วนมากเป็นของเอกชนแต่เรายังสนับสนุนเขาไม่ได้ รวมถึง 3.ข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการดูแล ‘คนไร้บ้าน’ เนื่องจากปัจจุบันเราไม่สามารถเข้าไปดูแลคนไร้บ้านที่นอนข้างถนนได้ ก็จะพยายามดูว่าจะช่วยนำส่งเขาโดยมีพื้นที่ที่เหมาะสมได้อย่างไร

มีข้อบัญญัติเกี่ยวกับ ‘การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง’ ส่วนเรื่อง ‘หาบเร่แผงลอย’ ก็จะเร่งประชุมคณะกรรมการหาบเร่แผงลอยให้เร็วที่สุด เพื่อจะดูเกี่ยวกับการเพิ่มพื้นที่ค้าขายที่เหมาะสม อาจจะมีจุดผ่อนผันขนาดย่อยต่างๆ

“จริงๆ แล้วทั้ง 261 นโยบาย 100 วัน ต้องมีผลงานทุกอัน แต่อันนี้พูดถึงในส่วนหลักที่เสนอเข้ามาก่อน” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติยังให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่งถึงนโยบายที่จะได้เห็นอย่างแรกว่า เรื่องเปิดเผยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ทุกอย่างต้องเป็น Open data และเป็น Machine-Readable Format สามารถใช้เอไอเข้าไปอ่าน และเอามาประมวลผลได้

“เรื่องการเปิดเผยข้อมูลโรงขยะอ่อนนุช E-Nose ซึ่งเป็นอิเล็กทรอนิกส์อยู่มีบางส่วนที่เปิดได้เลยว่าเหม็น-ไม่เหม็นแค่ไหน ประชาชนจะได้สบายใจขึ้น ผมว่าหลายเรื่องบ่ายนี้จะมีคำสั่งออกไป” นายชัชชาติกล่าว