ชัชชาติพร้อมให้ กทม.เจ้าภาพถกนอมินี-จีนเทา เห็นด้วยเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด คง ‘จักรพันธุ์’ ช่วยงาน ชี้คนหนุ่มเดินเร็วต้องมีคนรุ่นหลังปิดทาง
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 สมัยที่ 2 เดินทางมาเข้าร่วม ‘พิธีเข้ารับตำแหน่งและมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร’ อย่างเป็นทางการ โดยมีนายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะรองปลัดกรุงเทพมหานครให้การต้อนรับ
เวลาประมาณ 11.47 น. หลังจากเปิดตัวคณะทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพิ่มเติม ซึ่งในตอนหนึ่งผู้สื่อข่าวถามต่อถึงประเด็นการโยกย้ายว่ามองเห็นอะไรใน รองผู้ว่าคนใหม่ นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ นายชัชชาติ กล่าวว่า นายพรพรหมเป็น Chief Sustainability Officer (CSO) เป็นเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืน ทำได้หลายอย่าง เช่น สวน 15 นาที ครบ 500 สวน ปลูกต้นไม้ไป 2 ล้านกว่าต้น ทำเรื่องฝุ่นลดลง 50% มีความร่วมมือจากต่างประเทศมากมาย ซึ่งทำงานได้ดีและเป็นคนรุ่นใหม่ คิดว่าพิสูจน์ตัวเองได้ดี
“ส่วนนายจักรพันธุ์ ที่ผ่านมา 4 ปีผมปรึกษา นายจักรพันธุ์มากที่สุด เพราะตื่นเช้าเหมือนกัน ซึ่งนายจักรพันธุ์ยังจำเป็นอยู่ จะช่วยดูแลด้านหลังให้ บางครั้งคนหนุ่มเดินหน้าไปเร็วต้องมีคนรุ่นหลังช่วยปิดทาง จึงเรียนเชิญให้เป็นประธานที่ปรึกษา” นายชัชชาติ กล่าว
ในส่วนของตำแหน่งโฆษกที่ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา นายชัชชาติ กล่าวว่า อาจจะเป็นทีมโฆษก จะได้ช่วยกันพบปะคนอาจจะเชี่ยวชาญคนละด้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนในหลายจังหวัดอยากให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าเช่นเดียวกันกับกทม.นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับตนเองชอบในการเลือกตั้ง อยู่แล้ว เพราะตนมาจากการเลือกตั้ง ต้องเคารพประชาชนมากที่สุด เพราะเขาเป็นคนให้คะแนนเสียง เวลาไปที่ไหน มีคนบอกว่า ‘ผมเลือกอาจารย์’ ยิ่งรู้สึกว่าไม่ควรทำให้เขาผิดหวัง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดผู้ว่าฯมีการเลือกตั้ง ก็อาจจะมีแนวคิดอย่างนี้มากขึ้น
“แต่มีรายละเอียดที่ต้องไปคุย เพราะยังมีทั้งนายกอบจ. ทั้งข้าราชการ จะแบ่งส่วนอย่างไร คิดว่าก็ดี แต่ผู้ว่าฯปัจจุบันเขาก็มีข้อดีอยู่ แต่เราเป็นผู้ว่าฯเลือกตั้งก็มีประโยชน์ เพราะเราต้องไปเข้าใจปัญหาประชาชน ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่เลือกเรา” นายชัชชาติ กล่าว

เมื่อถามว่า ในส่วนเรื่องคอร์รัปชั่น จะเฝ้าระวังในเชิงรุก อย่างไรบ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่า เชิงรุกตนเชื่อว่าต้องเอาหน่วยงานต่างๆข้างนอกมาช่วย อำนาจอย่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีอำนาจในการไปสอบสวนลึกกว่า เพราะฉะนั้น อย่างพล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี (หนึ่งในคณะที่ปรึกษา) มาเรื่องล่อซื้อต้องทำอยู่แล้ว
“ถ้าใครมีการไปเรียกเงินใคร ให้จับคาหนังคาเขาเลย แบบนี้ไล่ออก แต่ถ้ามาเข้ากระบวนการวินัย มันวุ่นวายกระบวนการด้านในเรามันช้า เพราะฉะนั้นต้องอาศัยหน่วยงานด้านนอกเข้ามาช่วย อย่างจริงจังเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วย และเปิดเผยข้อมูล ผมว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น ถ้าเกิดทุกคนร่วมมือกัน ทางสภาฯ ก็จะทำให้เต็มที่ ซึ่งน่าจะทำให้เราดีขึ้นได้” นายชัชชาติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในประเด็นสน. เขต ‘ตราอาร์ม’ (ห้วยขวาง) จะมีการผลักดันแก้ไขเรื่องนี้อย่างเข้มข้น อย่างไรโดยเฉพาะเรื่องนอมินี นายชัชชาติ กล่าวว่า ต้องดูในสองมิติ ว่าอำนาจอยู่ที่ไหน มี 2 อย่าง จีนเทากับต่างด้าว ต่างด้าวที่มาขายหาบเร่ แผงลอยต้องเอา เพราะเป็นอำนาจกทม. ซึ่งตามตลาดเริ่มบ่นว่ามีเข้ามา ทางเทศกิจต้องเข้าไปดูแล ส่วนเรื่องจีนเทาต้องอาศัยหลายหน่วยงานร่วมกัน เพราะฉะนั้นกทม. คงเป็นเจ้าภาพในการเชิญประชุม หารือว่ามีเบาะแสอย่างไร แต่อาจจะต้องอาศัยความร่วมมือจากส่วนกลาง เพราะมีอำนาจ
“ในส่วนของห้วยขวางต้องดูอีกครั้ง เพราะมีหลายที่ไม่ใช่แค่ที่ห้วยขวาง แต่คำว่าจีนเทาต้องดูให้ดีว่าความหมายคืออะไร ธุรกิจคนจีนที่ถูกต้องก็มี อาจจะต้องใช้เชิงลึกเข้าไป กทม.เราตรวจสอบคือสาธารณสุข เข้าไปถูกต้องไหม ส่วนทะเบียนพาณิชย์ เป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์เป็นคนดู เราไม่ได้ไปดูว่าคนไหนถือหุ้น นอมินี เพราะจะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายชัชชาติ กล่าว




