‘สวนดุสิตโพล’ เผยผลสำรวจจุดเด่นแต่ละพรรค ภท.ได้เปรียบมากสุด ปชน.คะแนนนำบัญชีรายชื่อ

23.11.25 | 11:56 น.

‘สวนดุสิตโพล’ วิเคราะห์จุดเด่นแต่ละพรรค ชี้ ภูมิใจไทยได้เปรียบมากสุด ปชน.คะแนนนำบัญชีรายชื่อ

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “พรรคการเมืองไทย พรรคใดได้เปรียบ” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,794 คน (โดยสำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2568 โดยสรุปผลได้ดังนี้

1. ประชาชนคิดว่า “พรรคการเมืองไทย” พรรคใดได้เปรียบในประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้

2. หากมีการเลือกตั้ง ณ วันนี้ พรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกแบบบัญชีรายชื่อ

Advertisement

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “พรรคการเมือง พรรคใดได้เปรียบ” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,794 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาพสนาม” ระหว่างวันที่ 19 -21 พฤศจิกายน 2568 พบว่า พรรคภูมิใจไทย ถือเป็นพรรคที่มีความได้เปรียบมากที่สุดถึง 8 ข้อ โดยเฉพาะด้านความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาล ร้อยละ 41.36 ความพร้อมด้านทรัพยากร (ทุน) ร้อยละ 40.80 และ ความสามารถในการทำงานทางการเมือง ร้อยละ 35.49

ขณะที่พรรคประชาชนมีความได้เปรียบเรื่องความทันสมัย ร้อยละ 50.06 รองลงมาคือ ความสามารถในการตรวจสอบ ร้อยละ 41.69 และ ความสามารถในการสื่อสารร้อยละ 34.39

ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้เปรียบเพียงข้อเดียว คือ ประสบการณ์ทางการเมือง ร้อยละ 29.88 ด้านประเด็นความซื่อสัตย์สุจริต ประชาชนยังไม่แน่ใจว่า พรรคใดมีความโดดเด่น ร้อยละ 22.52

สุดท้าย เมื่อถามว่า หากมีการเลือกตั้ง ณ วันนี้ พรรคการเมืองที่จะเลือกแบบบัญชีรายชื่อ คือ พรรคประชาชน มากที่สุด ร้อยละ 26.25 รองลงมาคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 22.02 และพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.54

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่า คะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทยขยับขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยประชาชนมองว่า มีศักยภาพเชิงโครงสร้างในการทำงาน ขณะที่พรรคประชาชนเด่นด้านภาพลักษณ์ใหม่ สื่อสารดี และตรวจสอบได้ ส่งผลให้คะแนนนิยมแบบบัญชีรายชื่อขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่ง แม้ไม่ทิ้งห่างภูมิใจไทยมากนัก หากมีการยุบสภาเร็วกว่ากำหนด ทิศทางการแข่งขันน่าจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการแปลงภาพลักษณ์และศักยภาพที่มีให้เป็นความเชื่อมั่นเพื่อตัดสินใจวันเลือกตั้ง

ด้านผศ.มนตรี พานิชยานุวัฒน์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้่านกฎหมายและการเมืองมหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่า ผลโพลครั้งนี้ สะท้อนภาพรวมที่น่าสนใจของการแข่งขันทางการเมืองไทยในปัจจุบัน โดยพบว่า พรรคภูมิใจไทย ยังคงครองความได้เปรียบในหลายมิติ ทั้งความพร้อมในการเป็นรัฐบาล การมีทรัพยากรเพียงพอ และศักยภาพด้านการทำงานทางการเมืองและในสภา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพของพรรคการเมืองในระยะยาว ขณะเดียวกันพรรคประชาชนกลับโดดเด่นในมิติที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ยุคใหม่ เช่น ความทันสมัย ความสามารถในการสื่อสาร และศักยภาพด้านการตรวจสอบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเมืองที่ฐานเสียงคนรุ่นใหม่มีบทบาทมากขึ้น

ส่วนพรรคเพื่อไทยแม้จะยังมีความได้เปรียบด้านประสบการณ์ทางการเมือง แต่กลับไม่สามารถครองความโดดเด่นในประเด็นอื่นๆได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่มั่นใจเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง สะท้อนความไม่ไว้วางใจที่ยังคงอยู่ในระบบพรรคการเมืองโดยรวม และเมื่อหันมาพิจารณาความนิยมแบบบัญชีรายชื่อ หากมีการเลือกตั้งวันนี้ กลับพบว่า พรรคประชาชนได้รับคะแนนสูงสุด แซงหน้าภูมิใจไทย แม้ในหลายด้าน ภูมิใจไทยจะมีศักยภาพเหนือกว่า ซึ่งชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่าง “ภาพลักษณ์เชิงศักยภาพ” กับ “พฤติกรรมเลือกตั้งจริง” ของประชาชน

ปรากฏการณ์เช่นนี้บ่งบอกว่า การเมืองไทยยังคงเปิดกว้าง และความนิยมทางการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์และอารมณ์สังคมในช่วงเวลานั้นๆ