กกต.เปิดเอกสาร มีแค่ 2 พรรค ส่งผู้สมัครเลือกตั้ง 69 ได้ทั่ว ปท. เพื่อไทยได้แค่ 59 จังหวัด
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี โดยมีจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568
ทั้งนี้ จากการตรวจตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ได้จัดทำข้อมูลสรุปจำนวนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 จากจำนวนพรรคการเมืองที่ดำเนินการอยู่ 76 พรรคการเมือง พบว่า พรรคการเมืองที่สามารถส่งผู้สมัคร ส.ส. ได้ครบทั้ง 77 จังหวัด 400 เขตเลือกตั้ง คือ พรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม


ส่วนพรรคภูมิใจไทยและพรรคโอกาสใหม่ ส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ 76 จังหวัด ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ 73 จังหวัด ด้านพรรคเพื่อไทย 59 จังหวัด พรรคพลังประชารัฐ 48 จังหวัด พรรคเสรีรวมไทย 36 จังหวัด พรรคประชาธิปไตยใหม่ 26 จังหวัด พรรคทางเลือกใหม่ 21 จังหวัด พรรครวมไทยสร้างชาติ 14 จังหวัด เป็นต้น
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่พรรคการเมือง ทั้ง 76 พรรค ส่งให้สำนักงาน กกต.ตรวจสอบและบันทึกเป็นข้อมูลว่าแต่ละพรรคได้ดำเนินการเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เพื่อทำไพรมารีโหวต ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง สำหรับพรรคการเมืองที่มีจำนวนส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ไม่ครบ 77 จังหวัดนั้น แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้บางพรรคการเมืองอาจจะดำเนินการครบถ้วนแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้รายงานหรือแจ้งข้อมูลเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด มายังสำนักงาน กกต. หรือบางพรรคการเมืองอาจอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ยังมีเวลา สามารถดำเนินการได้ทันหากมีการเลือกตั้ง ส.ส.เกิดขึ้น เพราะใช้เวลาไม่นาน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ในแต่ละจังหวัดจะต้องมีสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองให้ครบในแต่ละจังหวัดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 กำหนดไว้ตามมาตรา 47 ระบุว่า พรรคการเมืองซึ่งประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ต้องมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกว่าหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกว่าหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ให้พรรคการเมืองนั้นกําหนดว่าจะให้สาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เป็นสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามมาตรา 50
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้หากพรรคการเมืองใดต้องการส่งผู้สมัคร ส.ส.ให้ครบ 77 จังหวัด จำเป็นต้องจัดตั้งสาขาพรรคประจำจังหวัด หรือเลือกตัวแทนพรรคให้ครบตามจำนวนที่จะสามารถส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ครบทั้ง 77 จังหวัด ตามมาตรา 47 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ปี 2560 กำหนด

