โฆษกเพื่อไทย บี้ รัฐบาลรักษาการ-กกต. ทำตามคำมั่น-หลักกฎหมาย คืนอำนาจให้ประชาชน
จากกรณี นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา จะทำให้กาเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศมีปัญหาหรือไม่ ว่า “ถ้าไม่สงบ ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถ้าคนยังอพยพอยู่อย่างนี้จะเลือกตั้งอย่างไร ไม่น่าจะได้ เพราะต้องเลือกตั้งพร้อมกัน”
ขณะที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสว่าอาจจะมีการขยายการกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เกินกว่า 60 วัน ทำให้รัฐบาลอยู่ยาว ว่า ตอนนี้มีสถานการณ์สู้รบที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ในทางกฎหมายมีทางออกเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว โดยในรัฐธรรมนูญมาตรา 104 ระบุว่า หากมีเหตุจำเป็น กกต.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง นี่คืออำนาจ แต่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่นั้น เรายังบอกไม่ได้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ว่า “ผมเชื่อว่าประชาชนจำนวนมากกำลังคาดหวังว่าจะได้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งในเร็ววันนี้ และก็มีความหวังว่าสถานการณ์ชายแดนจะกลับสู่สภาพปรกติด้วยผลลัพธ์ที่เป็นบวกต่อประเทศไทยโดยเร็วที่สุด การที่ท่านรองนายกฯมาให้สัมภาษณ์เชิงคาดเดาว่าไม่น่าจะเลือกตั้งได้
ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตและคาดหวังไว้ก่อนว่า จะไม่มีเหตุการณ์ หรือความพยายามจะสร้างสถานการณ์ใดๆ ที่จะทำให้เกิดยื้อการคืนอำนาจให้กับประชาชน หรือสร้างความวิตกกังวลและความไม่ปลอดภัย
ทั้งนี้ ตามกฎหมายเลือกตั้ง กกต. จะต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 5 วันหลังจากที่มีการยุบสภา และการเลือกตั้งต้องทำพร้อมกันทั่วราชอาณาจักร แต่ถ้ามีเหตุใดที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ กฎหมายได้ให้อำนาจ กกต. ไว้ด้วยเสียง ⅔ สามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้แต่ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 30 วันนับจากวันที่เหตุการณ์สิ้นสุดลง
ขอให้รัฐบาลรักษาการและ กกต. ทำตามคำมั่นและหลักกฎหมายในการคืนอำนาจให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ และให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการสร้างความมั่นคง อธิปไตยและสันติภาพให้กับประเทศไทยตามเสียงของประชาชนต่อไปครับ

