พระปกเกล้าโพล ชี้ คนไทยมองการเมืองแย่ลง หานายกฯแก้เศรษฐกิจปากท้อง

13.12.25 | 13:15 น.

พระปกเกล้าโพล ชี้ คนไทยมองการเมืองแย่ลง หานายกฯแก้เศรษฐกิจปากท้อง

 

วันที่ 13 ธันวาคม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ที่ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับ นักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทำความเข้าใจ “ภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชน” อย่างรอบด้าน

ในการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 1 ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.–10 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,016 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญ (Hi-light) จากผลสำรวจ ดังนี้

1.ความรู้สึกต่อการเมืองไทย: “แย่ลง” 45.7% มองว่าการเมืองแย่ลง 41.5% เห็นว่าเหมือนเดิม 9.3% ที่มองว่าดีขึ้น ซึ่งสะท้อนบรรยากาศความไม่พอใจ และความรู้สึกว่า ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่จับต้องได้

Advertisement

2.นายกฯ คนใหม่ที่ประชาชนต้องการ: “แก้ปากท้องได้จริง” มากกว่าอุดมการณ์ โดย36.2% ต้องการผู้นำที่แก้เศรษฐกิจจริง 17.8% ซื่อสัตย์ 8.5% ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย

สะท้อนว่าประชาชนให้ความสำคัญกับ ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ มากกว่า “คำอธิบายทางการเมือง”

3.โจทย์เร่งด่วนของรัฐบาลใหม่: ปราบโกง–หนี้ครัวเรือน–ค่าครองชีพ แม้ประชาชนอยากให้แก้เศรษฐกิจ แต่ “ปราบปรามทุจริต” กลับเป็นนโยบายเร่งด่วนอันดับ 1 สะท้อนมุมมองว่า คอร์รัปชั่นคือรากของปัญหาปากท้อง และเป็นจุดเปราะบางของการเมืองแบบอุปถัมภ์

4.การเลือกตั้งครั้งหน้า: “ตัวบุคคล” กลับมามีความหมายสูง หากพรรคที่ชอบเสนอแคนดิเดตที่ไม่ถูกใจ 59.2% พร้อม “เปลี่ยนใจ” หรือ “อาจเปลี่ยนใจ” สะท้อนว่าการเมืองไทยไม่ใช่แค่เรื่องพรรคอีกต่อไป แต่เป็นเรื่อง คุณภาพและความน่าเชื่อถือของผู้สมัคร

5.การประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯ ล่วงหน้า: มีผลจริง โดย 68.7% ระบุว่ามีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนน จะเห็นชื่อแคนดิเดตนายกฯไม่ใช่สัญลักษณ์ แต่เป็นปัจจัยเชิงพฤติกรรมของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

นายอิสระ กล่าวต่อว่า บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 1 การเมืองไทยก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่ กำลังอยู่ในภาวะ ไม่พอใจ – คาดหวังสูง – และให้ความสำคัญกับ “ตัวบุคคล” อย่างยิ่งดังนั้นพรรคการเมืองที่ได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง

คือพรรคที่ ฟังเสียงประชาชนอย่างจริงจัง,เสนอทางออกเศรษฐกิจที่จับต้องได้,สร้างความเชื่อมั่นด้านความซื่อสัตย์โปร่งใส และมีแคนดิเดตที่ประชาชน เชื่อถือได้จริง ดังนั้นKPI Poll จึงเป็นคลังความคิดจากเสียงประชาชน เพื่อประชาธิปไตยที่ตั้งอยู่บนความจริง ไม่ใช่ความรู้สึก