พท.เปิด จุลพันธ์-สุริยะ-ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ ชู ‘หลานทักษิณ’เบอร์ 1
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดกิจกรรม” ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ 3 แคนดิเดตพรรค ประกอบด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชาย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นคนรุ่นใหม่เป็นนักวิชาการ เคยทำวิจัยด้าน Brain-Computer Interface (BCI) หรือการเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือคนพิการที่ร่างกายขยับไม่ได้ โดยทั้ง 3 คนจะกล่าวแสดงวิสัยทัศน์และเปิดนโยบายล็อตแรกของพรรคเพื่อไทยในงานวันดังกล่าว
โดยนายจุลพันธ์ กล่าววิสัยทัศน์ว่า หากพท. ได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะเดินหน้า 1.หวยเกษียณ ให้ได้ภายใน 3 เดือนแรก 2.ล้างหนี้ให้ประชาชน โดยกลุ่มหนี้นอกระบบ ให้สินเชื่อรายละ 5 หมื่นบาท เพื่อปิดหนี้นอกระบบ กลุ่มหนี้เสีย จะให้กลุ่มที่หนี้ไม่เกิน 2 แสนบาท จ่ายหนี้เพียงแค่ 10% กลุ่มเกษตรกร เราจะพักหนี้ให้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 3 ปี วงเงินไม่เกิน 5แสนบาท กลุ่มผู้สูงอายุ เราจะปลดหนี้เสียวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท กลุ่มลูกหนี้ดี ชำระตรง ควรได้รับรางวัล เราจะจ่ายให้ฟรี 1 งวด สำหรับยอดเงินไม่เกิน 1แสนบาท การแก้หนี้ประชาชนไม่ใช่การแจกเงิน แต่คือการซ่อมฐานรากของระบบเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง เพื่อให้เราเติบโตอย่างยั่งยืน พรรคเพื่อไทยจะทำพรุ่งนี้ที่ดีกว่า พรรคเพื่อไทยจะทำให้ประชาชน มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
นายสุริยะ กล่าวว่าต้องการสานต่อ 2 นโยบาย 1.รถไฟฟ้า 20 บาทต่อสาย โดยภายใน 3 เดือน หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ประชาชนได้ใช้รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายทันที 2.โครงการบ้านเพื่อไทยคน และในฐานะที่เคยเป็นผู้บริหารธุรกิจมา จะพบว่ามีปัญหากฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน หากพรรคพท.กลับมาเป็นรัฐบาลจะเร่งเดินหน้าแก้ไขกฎระเบียบต่างๆเพื่อให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจได้มีประสิทธิภาพสูงสุด
“คนข้างนอกบอกว่าพรรคเพื่อไทยไม่สามารถกลับไปอยู่จุดเดิมได้อีก แต่เราไม่คิดแบบนั้น เรายังมีไฟ เรายังมีฝัน เรายังมีอุดมการณ์เดียวกัน เราอยากทำนโยบายดีๆให้ประชาชน” นายสุริยะกล่าว
ด้านนายยศชนัน กล่าวว่าวันนี้ถ้ายังทําการเมืองแบบเดิมจะเลี้ยวไปด้านซ้ายเจอกับความมืดมิด ถ้าเริ่มใหม่ปรับสร้างใหม่ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เทคโนโลยี บวกกับความคิดสร้างสรรค์คนไทย เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย พร้อมจะอาสานําไทยหลุดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ได้เสนอนโยบายวางรากฐานประเทศให้มีรายได้สูง จะต้องตั้งต้นจาก GDP ซึ่งการจะทําให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้จะต้องเทียบกับประเทศทั่วโลก โดยมีการอัปเกรดเครื่องยนต์ที่มีอยู่ใน 3 ส่วน คือ ภาคการเกษตร, ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคการบริการ เป็น 3 เสาหลักของ GDP รวมถึงต้องเตรียมคนเพื่อรองรับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และที่สําคัญรัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่น สร้างความปลอดภัย ความมั่นคงทางการเมือง สิ่งแวดล้อม และทําสงครามป้องกันการคอร์รัปชันทุกรูปแบบให้เป็นวัฒนธรรมไทย เพื่อสุดท้ายเราจะเห็นภาพ GDP ไปข้างหน้า ทำให้คนไทยทุกคนได้รับโอกาสการเติบโตที่เท่ากันไม่ว่า จะเกิดที่ไหนในผืนแผ่นดินไทย
นายยศชนัน ได้ยกคำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นแรงบันดาลใจเสมอมา ว่า “อีก 4 ปีข้างหน้าจะเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงและ ปฏิรูปทุกรูปแบบ เพื่อนำประเทศไทยให้หลุดพ้นจากวิกฤต และวางรากฐานสําหรับอนาคตของลูกหลานของเรา เริ่มจากวันนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทําได้ ถ้าเพื่อไทยทําได้ ประเทศไทยทําได้แน่นอน
ต่อมา นายจุลพันธ์ กล่าวว่า บุคคลที่มีความเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรค คือ นายยศชนัน แต่เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับสังคม นายยศชนันคือคนที่เราจะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อเราประสบชัยชนะจากการเลือกตั้ง ส่วนอีก 2 คน ไม่ได้มีการเรียงลำดับ แต่มีความพร้อมในการทำงานกรณีที่มีความจำเป็น ดังนั้น ทั้ง 3 คนที่นั่งอยู่ตรงนี้มีความพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วน และมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำงานให้กับประเทศไทย

