‘สุวัจน์’ เรียกถก กก.บห. พรุ่งนี้ หารือแนวทางย้ายซบพรรคใหญ่ ‘วุฒิพงศ์’ ยืนยันพร้อมยืนข้าง ชพน. ไปทางไหนก็ไปด้วย ไม่มีวันทิ้งพรรค
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีต ส.ส.จังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวที่ตนย้ายขั้วทางการเมือง ว่ายืนยันยังคงยืนหยัดเคียงข้าง พรรคชาติพัฒนา จนถึงวินาทีสุดท้าย ตนเป็นคนเลือดปราจีนบุรี พรรคอยู่ที่ใดตนก็อยู่ที่นั่น พรรคไปทางไหนก็ไปด้วย ตนไม่มีวันทิ้งพรรคในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด
“วันนี้ผมทำได้เพียงทุ่มสุดกำลัง เพื่อกอบกู้และพาเรือลำนี้เดินหน้าให้ดีที่สุด ส่วนปลายทางจะเป็นอย่างไร คงต้องรอคำตอบจากการประชุมผู้บริหารพรรคชาติพัฒนาในวันพรุ่งนี้” นายวุฒิพงศ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (18 ธ.ค.) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา เตรียมเรียกกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค หารือถึงทิศทางการเมือง หลังจากที่ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนาประเมินสถานการณ์การเมืองแล้วเชื่อว่าพรรคขนาดเล็กไปต่อได้ยากในภาวะการเมืองปัจจุบัน
ล่าสุด มีรายงานข่าวแจ้งว่าในการหารือกับนายสุวัจน์ วันที่ 18 ธ.ค. นั้น จะเป็นการพูดคุยกันใน 2 ประเด็น คือ การย้ายสมาชิกพรรคและอดีต ส.ส. ไปร่วมงานการเมืองกับพรรคการเมืองใหญ่ ซึ่งขณะนี้มีการพูดถึงการร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งนายสุวัจน์มีความสัมพันธ์อันดีกับนายทักษิณ ชินวัตร และที่ผ่านมาไม่มีความขัดแย้งใดๆ ระหว่างกัน อีกทั้งในการลงมติเลือกนายกฯ เมื่อ 5 ก.ย. 2568 ส.ส.ของพรรค ได้แก่ นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี และนายอรัญ พันธุมจินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงมติสนับสนุนนายชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนั้นจะมีการหารือในแง่ความเป็นไปได้อื่นเพิ่มเติม คือ การร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย หลังจากที่นายประสาท ตันประเสริฐ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา นำร่องย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยแล้ว โดยแกนนำพรรคได้ประเมินกันว่าเป็นพรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคการเมืองที่มีความได้เปรียบในฐานะเป็นรัฐบาล ดังนั้นเชื่อว่าจากการทำงานฐานะรัฐบาลรักษาการจะมีภาพลักษณ์ที่สร้างกระแสความนิยมต่อเนื่องจนถึงวันเลือกตั้ง อีกทั้งได้ประเมินถึงพื้นที่เลือกตั้งใน จ.นครราชสีมา ที่พบว่าไม่มีความซ้ำซ้อนระหว่างผู้ที่จะลงเลือกตั้งในเขตที่ พรรคชาติพัฒนามีตัวผู้สมัครเดิมที่ได้ทำพื้นที่ไว้ และกรณีที่ย้ายไปร่วมงานกับพรรคการเมืองใหญ่แล้ว จะยังคงรักษาพรรคชาติพัฒนาไว้ให้เป็นสถาบันการเมืองต่อไป

