ออกเสียงประชามตินอกเขต ปชช.ต้องลงทะเบียนอีกครั้ง กกต.เปิดช่องให้ปชช.ใช้สิทธิ หากไม่สะดวกกลับภูมิลำเนา แต่ต้องไปใช้สิทธิ 8 กุมภาฯเท่านั้น
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อตามทะเบียนบ้านได้ และมีความประสงค์จะขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00-17.00 น. สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งได้ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569
ผ่านช่องทาง
1. การยื่นคำขอต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือยื่นคำขอต่อเอกอัครราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมาย ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ในวันและเวลาราชการ
2. การยื่นคำขอทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ
3. การยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/outvote/ และแอพพลิเคชั่น Smart Vote (เฉพาะการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง และการออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักร) โดยเริ่มวันนี้เป็นวันแรก จนถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติ ในวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น.ตามเวลาประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการเปิดลงทะเบียนครั้งนี้ เป็นการยื่นคำขอใช้สิทธิล่วงหน้าเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์เท่านั้น ไม่ได้รวมการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การออกเสียงประชามติ เขียนกำหนดไว้ว่าการออกเสียงประชามติให้กระทำได้ในวันเดียวกันทั่วประเทศ หมายความว่าไม่มีกระบวนการการออกเสียงประชามติล่วงหน้า ดังนั้น การลงทะเบียนครั้งนี้จะไม่รวมกับการลงทะเบียนเพื่อออกเสียงประชามตินอกเขต
แหล่งข่าวจาก กกต.เปิดเผยว่า หากนายกรัฐมนตรีประกาศให้มีการออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ผู้มีสิทธิออกเสียงจะต้องออกไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
แต่สำหรับผู้มีสิทธิที่ไม่สะดวกกลับไปใช้สิทธิตามภูมิลำเนาที่มีสิทธิตามทะเบียนบ้าน ทาง กกต.ได้เตรียมอำนวยความสะดวก โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตได้ ณ หน่วยออกเสียงกลางที่สะดวกได้ ซึ่งขณะนี้ได้ยกร่างระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อออกมารองรับแล้ว อยู่ระหว่างรอประกาศราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น คาดว่าระยะเวลาเปิดระบบให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขต อาจจะใกล้เคียงหรือคาบเกี่ยวกับการลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตและนอกราชอาณาจักรของการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการออกเสียงประชามตินอกเขตจะต้องไปใช้สิทธิออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ณ หน่วยออกเสียงกลางที่ได้ลงทะเบียนไว้เท่านั้น
“สมมุตินาย ก. ปัจจุบันอาศัยอยู่ กทม. แต่มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ส.ส.และวันออกเสียงประชามติ ไม่สะดวกเดินทางกลับไปใช้สิทธิที่ จ.เชียงใหม่ แต่มีความประสงค์จะใช้สิทธิทั้งเลือกตั้ง ส.ส.และออกเสียงประชามติ ก็สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตได้ แต่ต้องลงทะเบียนแยกครั้งกัน ไม่สามารถลงทะเบียนรวมกันได้ โดยการเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ส.ต้องมาใช้สิทธิ วันที่ 1 กุมภาพันธ์
ส่วน ออกเสียงประชามตินอกเขต ต้องไปใช้สิทธิวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ส่วนการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ก็จะมีเปิดให้ลงทะเบียนเช่นกัน ซึ่งการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร กระบวนการนับคะแนนจะดำเนินการที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ที่ต่างประเทศ จะไม่มีการส่งบัตรกลับมานับคะแนนที่ประเทศไทย แตกต่างจากการเลือกตั้ง ส.ส.”
วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.ออกเอกสารประชาสัมพันธ์ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2568 โดยที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนดกรณีให้นายกรัฐมนตรีหารือร่วมกับ กกต.กำหนดวันให้มีการออกเสียงประชามติ ทั้งนี้ หากพิจารณาเห็นว่า การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไป อยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อาจกำหนดให้มีการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไปก็ได้ จึงสมควรให้มีระเบียบ กกต.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวอยู่ระหว่างประกาศในราชกิจจานุเบกษา


