‘อนุทิน’ ลงระนองชูแลนด์บริดจ์ยกระดับจังหวัด ‘เท้ง’ นั่งซาเล้งวิ่งรอบเมืองขอนแก่น

4.01.26 | 06:05 น.
anutin

“อนุทิน” ลงระนองชูแลนด์บริดจ์ยกระดับจังหวัด “เท้ง” นั่งซาเล้งวิ่งรอบเมืองขอนแก่น “จุลพันธ์”เล็งเปิด 2 นโยบายชิงเสียงโหวต

 

วันที่ 3 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงวันแรกของปี 2569 ก่อนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป และการออกเสียงประชามติ ในวันเดียวกัน คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สอบถามเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนวันเลือกตั้งล่วงหน้า จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 บรรดาหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคต่างช่วยผู้สมัครลงพื้นที่หาเสียงพร้อมโชว์นโยบายหาเสียง

เริ่มจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองระนอง ช่วย นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ผู้สมัครสส. เขต1 ระนอง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับตลอดเส้นทาง นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต่อผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย นายคงกฤษทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง เคยผ่านการทำหน้าที่ ส.ส. มาก่อน มีความรู้ความเข้าใจบริบทจังหวัด และมีแนวทางพัฒนาระนองอย่างเป็นรูปธรรม

“จังหวัดระนองมีศักยภาพและความพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับจังหวัดไปอีกขั้น ควบคู่กับนโยบายคนละครึ่งพลัสช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับพื้นที่และประเทศโดยรวม เชื่อว่า ระนองเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพที่จะเติบโตไปข้างหน้าได้ ชาวระนองต้องการพรรคการเมืองและผู้แทนฯ ที่กล้าคิด คิดได้ และทำเป็น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยและผู้สมัครของพรรคฯมีความพร้อมในทุกมิติ” นายอนุทินกล่าว

ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯของพรรคประชาชน ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อช่วย ทนายป๊อก หรือนายวีรนันท์ ฮวดศรี ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 1 หาเสียง ใช้ขบวนรถสามล้อและมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างแห่รอบตัวเมืองขอนแก่น ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างดี

Advertisement

นายณัฐพงษ์ ได้กล่าวขอบคุณความไว้วางใจ สำหรับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาที่ชาวขอนแก่นเลือกทนายป๊อกเข้าไปนั่งในสภาได้สำเร็จ รอบนี้ขอแรงชาวขอนแก่นอีกรอบเพื่อเข้าไปโหวตเท้งเป็นนายกคนที่ 33

ต่อมานายณัฐพงษ์ร่วมกิจกรรม ณ คอฟฟี่เดอล่า บรรยากาศคึกคักแฟนคลับแน่นร้าน และกล่าวตอนหนึ่งว่า “การโหวตนายกครั้งล่าสุดนั้น พรรคประชาชนมีโจทย์สำคัญคือต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปลดอำนาจขององค์กรอิสระเพื่อป้องกันไม่ให้มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง และใช้อำนาจรัฐกับประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม และสิ่งที่คุณอนุทินได้กล่าวว่า ยุบสภาตามคำสั่งหัวหน้าพรรคประชาชนเป็นเพียงการโหนส้มสร้างความชอบธรรม ไส้ในไม่เคยคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมต้องเลือกพรรคประชาชนให้ได้เสียงสูงที่สุดเพราะหากเรามีเสียงที่มั่นคงเพียงพอก็จะสามารถทำให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาลและผลักดันวาระนโยบายที่อยากให้ประชาชนได้เพราะพวกเราไม่มีผลประโยชน์กับนายทุนคนใด ดังนั้นหากเรามีการเมืองที่ดีได้แล้วประเทศไทยก็จะสามารถดึงดูดคนเก่งและมีคุณภาพเข้ามาร่วมงานได้มากขึ้นเพื่อสร้างประเทศไทยที่เป็นของประชาชน”

ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่ที่ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ชุมชนสวนหลวง 1 กล่าวถึงการหาเสียงครบ 1 สัปดาห์ ว่า มีการวางแผนไปจนถึงจบการเลือกตั้ง เรื่องของการดีเบต เวทีต่างๆในแต่ละพื้นที่ กำหนดผู้ปราศรัย ซึ่งตนและนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ จะลงทุกพื้นที่พร้อมกับพบปะพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ค่อนข้างพร้อม กำหนดที่จะเปิดนโยบายสำคัญอีก 2 ช่วง ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับผลโพลขณะนี้ เป็นเรื่องแปลกที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในการแข่งขัน พอดูจากผลโพลก็พบว่าพรรคเพื่อไทยเริ่มจ่อขึ้นมาแล้ว จากที่ไม่มีชื่อของนายยศชนัน แต่เมื่อเปิดชื่อออกมา 15 วัน ความนิยมจ่อขึ้นมาแล้ว และจากการทำงาน โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะนำเป็นอันดับ 1 ไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเป็นตัวเต็ง แต่ก็พลิกแซงในโค้งสุดท้าย อย่าไปคิดว่าประชาชนเป็นของตาย เพราะประชาชนมีโอกาสและมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ และเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ฉะนั้นการทำงานอย่างหนักจึงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ประชาชน

ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส. สงขลา ครบทั้ง 9 เขต เพื่อเตรียมพร้อมลงสนามเลือกตั้ง 2569 ภายใต้สโลแกน “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ จ.สงขลา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า งหัวใจสำคัญของการเมืองยุคใหม่ไม่ใช่แค่การสัญญาว่าจะให้ แต่คือการทำให้ดูเป็นตัวอย่างผ่านความสุจริต เพราะความโปร่งใสคือรากฐานสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยให้พี่น้องประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างแท้จริง

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ และทีมผู้สมัครได้ร่วมล้อมวงคุยกับพี่น้องชาวหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง เน้นการหาแนวทางป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การค้าชายแดน ซึ่งถือเป็นแนวทางการเมืองเชิงเสนอแนะที่เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ทางด้าน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงนโยบายของพรรค ว่า เดินหน้าสานต่อโครงการบัตรประชารัฐ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรค เตรียมยกระดับเป็น “บัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า เพิ่มค่าทวีคูณ” ปรับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจากเดิม 300 บาท เป็น 700 บาทต่อเดือน นโยบายดังกล่าวไม่ใช่เพียงคำสัญญา แต่เป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมและพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยบรรเทาปัญหาปากท้องของประชาชนได้จริง การเพิ่มวงเงินจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย สามารถรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่เขตสวนหลวง-ประเวศ ช่วยหาเสียงให้นายกัณฑ์ชาติ มนต์กันภัย ผู้สมัคร ส. ส. กทม. เขตที่ 22 เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน) เบอร์ 9 ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในเขตสวนหลวง-เขตประเวศ ปัญหาที่ประชาชนจะให้พรรคไทยก้าวใหม่แก้ปัญหาไม่พ้นเรื่องน้ำท่วม เพราะหากมีฝนตกลงมาจะทำให้เกิดน้ำท่วม คลองพระโขนงฝนตกเล็กน้อยน้ำก็ทะลักเข้าบ้านแล้ว วันนี้ปัญหาภัยพิบัติเป็นปัญหาใหญ่สำหรับกรุงเทพฯ หรือของประเทศไทย เราจึงมาขอคะแนนสนับสนุนคนรุ่นใหม่ เลือก สส.กทม.ทั้ง 33 เขต ให้ตนได้มีโอกาสผลักดันแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ต้นเหตุครั้งเดียวจบ เพราะถ้าเหตุการณ์น้ำท่วมแบบ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ ความสูญเสียจะมีมากกว่าหลาย 10 เท่า

นายสุชัชวีร์ กล่าวด้วยว่า ยังตั้งใจผลักดันโครงการโรงพยาบาลรัฐในเขตสวนหลวง เพราะในเขตมีประชากรหนาแน่นมาก แต่ไม่มีโรงพยาบาลของรัฐในบริเวณนี้เลย ครั้นจะไปโรงพยาบาลเอกชนคนส่วนใหญ่ก็สู้ราคาไม่ไหว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เราตั้งใจผลักดัน