สมชัย ชี้ ตัวเลข 664,587 คนหายไป สะท้อน กกต.มีปัญหากับการจัดการประชามติ ทำปชช.จากการใช้หลุดสิทธิ
เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงประเด็นตัวเลขประชาชนลงทะเบียนประชามตินอกเขตน้อยกว่าลงทะเบียนเลือกตั้งกว่า 664,587 คน
โดย นายสมชัย ระบุข้อความว่า “ตัวเลข 664,587 คน ที่หายไปบอกอะไรเรา
กกต. รายงานผล การลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต (ใช้สิทธิ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569) มีจำนวน 2,262,643 คน ส่วนการขอใช้สิทธิลงประชามตินอกเขต (ใช้สิทธิวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569) มีจำนวน 1,598,056 คน มียอดต่างกัน 664,587 คน จำนวนที่ต่างกัน หกแสนกว่านี้บอกอะไรเรา
1.คิดในมุมบวก คนหกแสนกว่าคนนี้ ยอมกลับภูมิลำเนาในวันที่ 8 กุมภา เพื่อไปออกเสียงประชามติ โดยวันที่ 1 กุมภา ก็ยังไปสิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตของตน เป็น พลเมืองดี ที่ใช้ความพยายามไปใช้สิทธิ 2 รอบ คนละสถานที่
2.แต่จะมีสักกี่คน ที่คิดเช่นนี้ ดังนั้นคิดในมุมลบ คือ จะลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติไปทำไม ในเมื่อยังต้องไป 2 วัน คือ วันที่ 1 ไปเลือกตั้ง ส.ส. นอกเขตและวันที่ 8 ก็ยังต้องไปออกเสียงประชามตินอกเขตอีก สู้ปล่อยทิ้ง ไปแค่วันที่ 1 ลอยแพวันที่ 8 แล้วค่อยไปแจ้งเหตุไม่ไปออกเสียงเพื่อรักษาสิทธิทางการเมือง ไม่ดีกว่าหรือ
3.ดังนั้นจึงคาดการณ์ได้ว่า จำนวนผู้ออกเสียงประชามติ จะน้อยกว่า คนไปออกเสียงเลือกตั้ง รวมๆ แล้วอาจใกล้หลักล้านคน ซึ่งคนเหล่านี้แทนที่จะมีส่วนกำหนดทิศทางของประเทศ กลับไม่มีโอกาสใช้สิทธิจากความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากกฎหมาย ระเบียบ และกำหนดการที่รีบเร่งของ กกต.
4.อย่าบอกว่า กกต.ได้ใช้ความพยายามดีที่สุดแล้ว เพราะจริงๆ ยังทำได้ดีกว่านี้อีกมาก แต่ท่านเฉยชา และเห็นความสำคัญของทุกคะแนนเสียงน้อยเกินไป
นอกจากนี้ยังได้โพสต์ถึงประเด็นที่ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาชี้แจงสาเหตุที่ประชาชนลงทะเบียนลงเสียงประชามติ หายไป 660,000 คน จากยอดลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตว่า ประชาชนอาจจะอยากกลับภูมิลำเนา
โดยระบุว่า ความน่าเชื่อถือของ กกต. อยู่ที่ 3 อย่าง คือ พูดความจริง แม่นยำในหลักการ และ ใช้เหตุผลในการชี้แจงไม่เถียงแบบข้างๆ คูๆ
1.อย่าโกหกเพื่อให้ตัวเองดูดี เช่น การให้สัมภาษณ์ของ เลขาฯกกต. ว่า ประชามติคราวนี้ใช้เงินแค่ 500 ล้านบาท แค่พี่เอาค่าตอบแทนกรรมการประจำหน่วยออกเสียง ที่มีหน่วยละ 5 คน คูณค่าตอบแทนตามระเบียบ ที่ได้รับในวันฝึกอบรม วันรับอุปกรณ์ และวันจริง รวมคนละ 1,350 บาท ทั้งประเทศ 500,000 คน ก็ 675 ล้านบาทแล้ว ไหนจะตำแหน่งอื่น ไหนจะค่าพิมพ์บัตร ส่งบัตร ค่าจัดทำคูหา หีบบัตรเพิ่ม ตัวเลข 500 ล้านบาทจึงเป็นข้อความเท็จ ที่ทำให้ต่อไปพูดอะไรคนก็ไม่เชื่อ
2.กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการทำงานมีหลายฉบับ เช่น กม. พรรคการเมือง กม.เลือกตั้ง กม.ประชามติ ในฐานะผู้กำกับดูแล ต้องแม่นยำและยึดในหลักการ ไม่ใข่วันหนึ่งพูดอย่าง อีกวันพูดอย่าง วันหนึ่งห้ามพรรคการเมืองรณรงค์ประชามติ อีกวันบอก สามารถทำได้ การพูดกลับไปกลับมา ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ
3.การชี้แจงเหตุผล อธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้มาจากข้อเท็จจริง อธิบายสาเหตุ ไม่ใช่แก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ หรือให้เหตุผลแบบจินตนาการสุดขอบฟ้า เช่น คนที่ไม่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิประชามตินอกเขต กว่า 660,000 คน ทั้งๆ เคยขอให้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต อาจเป็นเพราะเขาต้องการกลับภูมิลำเนาในวันเลือกตั้งเพื่อไปออกเสียงประชามติก็ได้ อันนี้เหตุผลแบบบ้าไปแล้ว ใครจะมีพฤติกรรมแบบวันที่ 1 ก.พ. ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.นอกเขต แล้ววันที่ 8 ก.พ. ก็เดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อออกเสียงประชามติ
4.ทราบครับว่า วันนี้ กกต. เป็นตำบลกระสุนตก แต่อย่าทำอะไรแบบข้างต้น 3 ข้ออีกเลย จะไม่ใช่แค่กระสุนตก แต่จะเป็นเป้าหย่อนไข่ของ F16

