เรืองไกร ร้องกกต. สอบ ‘เจษฎ์-ชัยวุฒิ’ เต้นหาเสียง ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

7.01.26 | 16:25 น.

ท่าเต้นเกาหลังเป็นเหตุ งานเข้า ‘เจษฎ์-ชัยวุฒิ’ ‘เรืองไกร’ ร้อง กกต.ตรวจสอบเข้าข่ายจัดมหรสพฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ และนายชัยวุฒิ ธนาขมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ที่นำทีมผู้สมัคร ส.ส. ไปเต้นหาเสียงบริเวณสยามสแควร์ เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าเป็นการเข้าข่ายทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ ที่อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (3) หรือไม่ พร้อมขอให้ตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมว่ามีทีมผู้สมัคร ส.ส.รายใดร่วมเต้นด้วยหรือไม่

ที่มา: พรรครักชาติ

นายเรืองไกร กล่าวว่า ได้ติดตามการหาเสียงของพรรคและผู้สมัครต่างๆมาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงเวลาที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง พบหลายกรณีที่อาจฝ่าฝืนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้มีการนำหลักฐานเป็นคลิปภาพและข่าว ที่ปรากฏตามสื่อมวลชนส่งให้ กกต. ตรวจสอบ พร้อมได้แนบข่าวคำให้สัมภาษณ์ของ ผอ.กกต.กทม. ในวันที่ 26 ธ.ค. 2568 ที่ เตือนผู้สมัครหลังได้หมายเลขห้ามจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริง

นอกจากนี้ยังได้ แนบข้อกฎหมายมาตรา 73 (3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 ที่บัญญัติว่า “มาตรา 73 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ (3) ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ ”

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏเป็นข่าวจะเห็นได้ว่าการเต้น มีการใช้ไม้เกาหลังประกอบด้วย ดังนั้นเมื่อพิจารณาตามข้อความในมาตรา 73 (3) ประกอบแนวคำวินิจฉัยของกกตที่ 196/2567 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13545/2566 รวมทั้งความหมายของคำว่า “มหรสพ” และ “รื่นเริง” จากพจนานุกรม จึงมีเหตุอันควรขอให้ กกต.ตรวจสอบตามหน้าที่และอำนาจต่อไป และขอให้ กกต. เรียกพยานหลักฐานจากสื่อต่างๆที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาด้วย