เท้ง ควงผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 หาเสียงตลาดเจดีย์แม่ครัว ขึ้นรถปราศัยหน้า สนง.ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย มั่นใจเชียงใหม่กวาดครบ 10 เขต พ่อค้าแม่ค้าตอบรับแห่มอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองคึกคัก ด้านสื่อต่างประเทศเกาะติดการหาเสียง พร้อมจี้ถามประเด็นความมั่นคง
เมื่อวันที่ 18 มกราคม เวลา 14.00 น. ที่ตลาดเจดีย์แม่ครัว ต.แม่แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาเสียงช่วย น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 จ.เชียงใหม่ เขตนี้ น.ส.พุธิตา เป็นอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิมหลังชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 และครั้งนี้ได้ลงสมัคร ส.ส.อีกครั้งเพื่อรักษาเก้าอี้เดิม มีคู่แข่งสำคัญ คือ นายภานุ เจริญสุข ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคเพื่อไทย แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่นายภานุเป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลเจดีย์แม่ครัว ที่ผันตัวมาลงสนามการเมืองระดับชาติ โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ตรงข้ามกับตลาดเจดีย์แม่ครัวด้วย
ขณะที่นายณัฐพงษ์ พร้อม น.ส.พุธิตา ได้รับการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของ หลายคนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมามอบให้ พร้อมขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ระหว่างการหาเสียงผู้สื่อข่าวจาก Channel NewsAsia สำนักข่าวจากประเทศสิงคโปร์ ให้ความสนใจติดตามทำข่าวบรรยากาศการหาเสียงของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ที่ตลาดเจดีย์แม่ครัว
โดยระหว่างเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้า พร้อมมอบหนังสือพิมพ์การบ้านผลงานของ น.ส.พุธิตา มีนายภูริภัทร ดีสุข นักศึกษาชั้นปีที่ สาขาสังคมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ พร้อมเพื่อนอีก 2 คน ได้มารอพบนายณัฐพงษ์ เพื่อสอบถามถึงนโยบายจัดหานักจิตวิทยาในโรงเรียนของพรรคประชาชนว่าจะมีทุกโรงเรียนหรือไม่ เนื่องจากตนเองเรียนด้านครูจึงอยากให้มีนักจิตวิทยาประจำในโรงเรียนเพื่อช่วยดูแลสุขภาพจิตให้กับเด็กๆ ซึ่งนายกณัฐพงษ์ตอบรับว่าเป็นหนึ่งนโยบายหลักของพรรค ทำให้กลุ่มนักศึกษาดีใจที่ได้ยินคำตอบ ก่อนจะขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ 14 แล้วที่ลงพื้นที่มาหาเสียง กระแสตอบรับดีมาก เห็นได้จากผลโพลของนิด้าล่าสุด คนเชียงใหม่จำนวนมากมอบความไว้วางใจให้พรรคประชาชนเป็นอันดับ 1 อย่างไรก็แล้วแต่ เราไม่เคยคิดว่าพรรคประชาชนมีคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่เราตั้งใจ คือการส่งต่อนโยบาย ผู้สมัคร และทีมบริหารที่ดีที่สุดให้กับคนไทยทุกคน
ขณะเดียวกันก็ได้รณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงประชามติ เพื่อเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยากให้ประชาชนกาในช่องเห็นชอบ ถ้าใครไม่เห็นด้วยกับเรื่องสีเทาในการเมือง ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอรัปชั่น เราต้องการองค์กรอิสระที่ยึดโยงกับประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเดียวเท่านั้นที่จะเป็นทางออกของประเทศ เพื่อยุติกระบวนการนิติสงคราม การทำลายล้างกันทางการเมือง จะได้ไม่มีใครถูกยุบพรรค หรือตัดสิทธิตัวแทนที่ประชาชนได้อีกต่อไป
“จุดยืนที่บอกว่ากาส้มไปล้มเทา เจอเทาเราจัดการ เราต้องการแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นคนในหรือคนนอก ถ้าเราเจอว่ามีประวัติค้ายา เกี่ยวกับเรื่องผิดกฏหมาย หรือการค้ามนุษย์เราจัดการทันที และจริงๆ อยากจะส่งเสียงเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ไม่อยากให้มีใครใช้อำนาจรัฐพุ่งเป้าโจมตีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อยากให้มีการตรวจสอบกันทุกกลุ่ม เชื่อว่าประชาชนจับตามองอยู่ และสิ่งที่ประชาชนต้องการ คือนักการเมืองที่มีมาตรฐานของตัวเองในการรับผิดรับชอบสูงกว่ามาตรฐานของกฏหมาย ไม่จำเป็นต้องรอให้คดีถึงที่สุด ประชาชนอยากเห็นนักการเมืองมีความรับผิดชอบที่สูงกว่าประชาชนทั่วไป “นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะมีการฟ้องเกรียนคีบอร์ดที่โจมตีพรรคในโซเชียลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคยึดมั่นในหลักสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่การแสดงออกบางอย่าง เช่น การกุข่าวเท็จ การจงใจบิดเบือนข้อมูลข่าวสารเพื่อโจมตีกัน ก็ขอพิจารณาเป็นรายกรณีไป ถ้ารายไหนเห็นแล้วเกินไปมากจริงๆ ก็จำเป็นต้องดำเนินคดี เพื่อทำให้บรรยากาศการหาเสียง การสื่อสารข้อมูลข้อเท็จริงอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ประชาชนตัดสิน
นายณัฐพงษ์ ยังแสดงความมั่นใจว่า นอกจากพื้นที่เดิมที่มี 7 เขตใน จ.เชียงใหม่ พรรคประชาชนจะกวาดที่นั่งได้เพิ่มอีก 3 เขต รวมได้ทั้งหมด 10 เขตแน่นอน แต่ก็ไม่ประมาทเราเชื่อว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของเสียงของประชาชน ดังนั้นเรามีหน้าที่เข้าหาประชาชน ถ้าเจอใครที่ยังไม่เข้าใจจุดยืนของเรา หรือเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการถูกบิดเบือนโจมตี ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนโดยตรง
ขณะเดียวกันนายณัฐพงษ์ ได้ตอบคำถามสำนักข่าวต่างประเทศในประเด็น หากได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะมีนโยบายด้านความมั่นคงและการทหารอย่างไร นายณัฐพงษ์ ระบุว่า สิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างเข้มข้นคือการเปิดแนวรบและใช้กำลังทางการทหาร เพื่อปกป้องอธิปไตย และปกป้องความปลอดภัยและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นไปตามหลักความได้สัดส่วนตามกติกาสากล แต่จริงๆที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านเปิดแนวรบกับในการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ได้ไม่เต็มที่ ยกตัวอย่างเช่น การยึดทรัพย์ หรือการดำเนินคดีกับบุคคลสัญชาติไทย กับเครือข่ายสีเทาในประเทศ ยังไม่ได้มีการดำเนินการ เห็นแต่มีการยึดทรัพย์ ดำเนินคดีกับคนที่มีสัญชาติต่างชาติ ถ้าเราเป็นรัฐบาลประชาชนยืนยันว่าเราจะเอาจริง
ส่วนกรณีข้อพิพาทชายแดนระหว่าวไทย-กัมพูชา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องสีเทาเป็นหัวใจของระบอบผู้นำประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน 60% ของจีดีพี มาจากเงินที่หลอกลวงชาวโลก ถ้าประเทศไทยใช้จุดยืนนี้อย่างเต็มที่อย่างมั่นคง เชื่อว่าประเทศมหาอำนาจ ทั้งจีน สหรัฐ จะอยู่ข้างไทย และโลกจะล้อมกัมพูชา
อีกด้านหนึ่งจะเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยง ที่เราได้ข่าวมาว่าผู้นำกัมพูชาใช้เงินสีเทาจัดซื้ออาวุธที่ผิดกฎหมายมาโจมตีประเทศไทยได้อย่างไร ดังนั้นการดำเนินยุทธศาสตร์เปิดแนวรบทุกด้าน ทั้งกำลังทหาร การปราบปรามสแกมเมอร์ และการเก็บกู้ทุ่นระเบิด จะเป็นสิ่งที่เป็นประเทศไทยได้รับความชอบธรรม และเชื่อว่าเป็นไปตามหลักกติกาสากล พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาชนยืนในหลักที่รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ ถ้าลองศึกษานโยบายของพรรค หากได้เป็นรัฐบาลเราจะปรับปรุงสภากลาโหม จากเดิมที่สภากลาโหมคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ทั้งงบประมาณและนโยบาย เราจะปรับให้สภากลาโหมทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษารัฐบาล


