‘มติชน’ เปิด 4 เวทีดีเบต 21 ม.ค. ทางแพร่งประเทศที่พารากอน “เท้ง-เชน-มาร์ค” โชว์นโยบาย 15พรรคส่งขุนพลร่วมประชัน
เมื่อวันที่ 18 มกราคม เครือมติชนเตรียมจัดกิจกรรมก่อนการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ระดมหลายพรรคการเมืองขึ้นเวทีดีเบต หลังจากทุกพรรคการเมืองปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารครั้งใหญ่ เพื่อกำหนดเกมชิงคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน และ ส.ส.ระบบเขต 400 คน ทั้งพรรคขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และพรรคตัวแปรอำนาจจัดตั้งรัฐบาล ต่างระดมกลยุทธ์รณรงค์ หาเสียง ทั้งตั้งเวทีปราศรัย โดยเครือมติชนจัด 4 เวทีชี้อนาคตประเทศ หลังจากเครือมติชนสื่อหัวแถวด้านการเมือง ประกอบด้วยสื่อในเครือทุกแพลตฟอร์มสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ ยูทูบ จัดกิจกรรมถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ตลอดทั้งเดือนมกราคม 2569 ภายใต้แคมเปญ Matichon Thailand Election 2026 ทั้งเวที Ladies in Politics : พลังสู่การเปลี่ยนแปลง และฟังเสียงผู้สมัคร ส.ส.รุ่นใหม่ ในหัวข้อ The next wave : ฟังเสียง New Gen
ทั้งนี้ ช่วงร้อนแรงที่สุดในการรณรงค์หาเสียง 17 วันก่อนเลือกตั้ง เครือมติชนจัดเวทีใหญ่ประชันทุกวิสัยทัศน์ ทุกระดับ รวบรวมตัวแทนพรรคการเมือง 15 พรรค พร้อมตัวแทนวุฒิสมาชิก ไว้ในเวทีเดียว คือ The Real Politics ทางแพร่งประเทศไทย และปิดท้ายด้วยเวที เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ โดยประชาชาติธุรกิจ
สำหรับเวที The Real Politics ทางแพร่งประเทศไทย จัดขึ้นวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน ภายใต้หลักคิดอนาคตประเทศไม่ควรถูกกำหนดจากเสียงใดเสียงหนึ่ง ไม่ว่าพรรคใหญ่ พรรคใหม่ หรือพรรคตัวแปร ที่นี่คือเวทีของทุกเสียง ร่วมประชันวิสัยทัศน์ ผู้นำทุกระดับ 8 ชั่วโมง เปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้ฟังและตัดสินใจ ก่อนกากบาท 4 เวทีครบจบในวันเดียว ตลอดทั้งวันที่ 21 มกราคมนี้
เริ่มจากเวทีเบต แก้ไขรัฐธรรมนูญ ถกวาระเปลี่ยนโครงสร้างการเมืองไทย เป็นเวทีแรกที่มีการถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญ อย่างทางการในการเลือกครั้งนี้ โดยมีนักการเมืองที่คร่ำหวอดในทุกบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 เข้าร่วมทั้งฝ่ายเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาทิ พริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน, จาตุรนต์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย, นิกร จำนง พรรคภูมิใจไทย และพรรคที่ประกาศไม่เห็นชอบ อาทิ เจษฎ์ โทณะวณิก พรรครักชาติ, วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี และพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ตัวแทนจากวุฒิสภา
จากนั้นเป็นเวที พลังพรรคตัวแปร เป็นการดีเบตหวังชิงคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส่งแคนดิเดตนายกฯเข้าสู่สภา บนเวทีจะวัดพลังตัวแปร 8 พรรค อาทิ พรรคเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเป็นธรรม และพรรคปวงชนไทย
จากนั้นช่วงเวลา 12.00-15.00 น. จะเป็นเวทีหัวใจสำคัญของพรรคใหญ่ ล่าสุดยืนยันส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หมายเลข 1 ขึ้นประกาศ ประชันวิสัยทัศน์ จะเปลี่ยนประเทศไทยให้พ้นปัญหาและกับดักทุกด้าน ประกอบด้วยตัวเต็ง ตัวแปร ตัวชี้ขาด ในการจัดตั้งรัฐบาล
ปิดท้ายด้วยเวทีดีเบตนโยบายครบทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจปากท้อง ความมั่นคง สังคมและคุณภาพชีวิต และเทคโนโลยี มีผู้สมัคร ส.ส.เข้าร่วม 7 พรรค ประกอบด้วย วรภพ วิริยะโรจน์, เพียงพนอ บุญกล่ำ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการปฏิรูปรัฐ พรรคเพื่อไทย ส่ง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรค ขึ้นเวทีร่วมกับ ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษก พรรค, พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ และธีราภา ไพโรหกุล ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรค ร่วมกับ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค และจิรวัฒน์ จังหวัด รวมทั้ง พรชัย มาระเนตร์ กรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค
ส่วนพรรคกล้าธรรม ยืนยันชื่อ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ขึ้นเวทีกับ ไชยา พรหมา ผู้สมัครส.ส.หนองบัวลำภู, พรรคประชาชาติ ส่งหัวหน้าพรรคขึ้นสู้ในเวทีนี้ด้วยตัวเอง คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ด้านพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค มาประชัน และพรรคพลวัต ส่งขุนพลสำคัญคือ สรยุทธ เพ็ชรตระกูล เลขาธิการพรรค
ในช่วง 1 สัปดาห์สุดท้ายก่อนลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า การประชันวิสัยทัศน์ชิงคะแนนด้านเศรษฐกิจปากท้อง เป็นปัญหาใหญ่ที่จะตัดเชือก อนาคตเศรษฐกิจประเทศไทย บนเวทีประชาชาติธุรกิจ หัวข้อ เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ วันที่ 26 มกราคม ตั้งแต่เวลา 09.30-12.00 น. โดยเจาะลึก 5 สมรภูมิเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ปัญหาปากท้อง/ค่าครองชีพ-โครงสร้างราคาที่ต้องรื้อ, สงครามหนี้-จากกับดักสู่ทางรอด, แรงงาน/SME-ทางตันหรือทางไป และเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่-ไทยจะยืนและไปตรงไหนในโลก รวมทั้งประเด็นการค้าชายแดน-ขุมทรัพย์หน้าบ้าน ผู้เข้าร่วมจาก 4 ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ได้แก่ เผ่าภูมิ โรจนสกุล พรรคเพื่อไทย, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ พรรคภูมิใจไทย, วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร พรรคประชาชน และวีระพงษ์ ประภา พรรคประชาธิปัตย์

