วิโรจน์ ยันใช้มาตรฐานเดียว จัดการสมาชิกเอี่ยวเทา ถามพรรคอื่น DSI รับเรื่องแล้วทำอะไรต่อ

19.01.26 | 11:20 น.
วิโรจน์

วิโรจน์ รับ ปชน. เปิดกว้างเป็นจุดอ่อน ท้า เปิดชื่อ หากเอี่ยวสแกมเมอร์ต้องลาออก สงสัย ผู้สมัครพรรคอื่นมีคดียึดทรัพย์ ยังไปต่อได้สองมาตรฐานหรือไม่ เชื่อ เป็นกระบวนการดิสเครดิต

เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชนถูกจับกุมและมีกระแสข่าวที่จะถูกจับกุมเพิ่ม ว่า ข้อบกพร่องอีกประเด็นหนึ่งคือผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคประชาชนที่ถูกจับกุมไปแล้ว ตลอดจนที่มีข่าวปั่นประสาทว่าจะมีการจับกุมเพิ่มอีก ก็ขอเรียนตรงๆ ว่า ที่ผ่านมากระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.พรรคของเราใช้การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เครดิตบูโร โดยเราได้คัดกรองผู้สมัคร ส.ส.ที่ไม่มีหมายจับค้างเอาไว้มาเป็นผู้สมัคร และจะต้องไม่เคยเป็นผู้ต้องโทษ หรือมีคำพิพากษาในคดีอาญาร้ายแรง การดำเนินคดีกับผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชนล้วนเป็นการออกหมายจับภายหลังจากกระบวนการรับสมัคร ส.ส.เสร็จสิ้นแล้ว และผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกจับกุมก็ไม่เคยต้องโทษ หรือคำพิพากษาใดๆ มาก่อน

แม้จะมีข้อมูลปรากฏว่าผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกดำเนินคดีบางรายเคยมีข้อร้องเรียน ตนยืนยันได้ว่าพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจกับข้อร้องเรียน หรือเบาะแสต่างๆ ที่ได้รับ พรรคเองก็มีกลไกของกรรมการวินิจฉัย และกรรมการวินัยในการสืบสวน เพื่อหาหลักฐานเชิงประจักษ์ หรือเชิญผู้ที่ถูกร้องเรียนมาชี้แจง หากไม่พบหลักฐานเชิงประจักษ์ หรือผู้ถูกร้องเรียนสามารถอธิบายชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผล พรรคเองก็ไม่อาจใช้เพียงข้อกล่าวหา หรือเบาะแสตามบัตรสนเท่ห์มาพิพากษาผู้สมัครล่วงหน้าได้

“ความตั้งใจของพรรคประชาชนคือต้องการเป็นพรรคมวลชน คือเปิดการมีส่วนร่วมของประชาชนให้เข้ามาทำงานร่วมกับพรรคได้มากที่สุด เป็นพรรคที่เปิดรับอย่างกว้างขวางในจุดนี้ทำให้พรรคมีจุดอ่อน ในเรื่องของคนที่เข้ามาร่วมงานกับพรรค ที่ผ่านมาพรรคพยายามปรับปรุงกระบวนการในการคัดกรองและคัดเลือกให้รัดกุมที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อพรรคเราเน้นการเปิดรับการมีส่วนร่วมก็ย่อมมีความบกพร่องเกิดขึ้นได้ตามสมควร” นายวิโรจน์กล่าว

วิโรจน์

นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเราตระหนักว่าการที่พรรคจะเป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาลที่ดี
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะอย่างได้สัดส่วน นับจากนี้พรรคมีมาตรการชัดเจนว่า หากมีผู้สมัคร ส.ส.คนใดถูกดำเนินคดี พรรคจะอำนวยความสะดวกต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ไม่มีการแทรกแซง และหารือกับผู้สมัครรายนั้นให้พิจารณาตนเองในการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้คุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส.สิ้นสุดลง

Advertisement

เชื่อว่าหากพรรคดำเนินการตามมาตรฐานนี้อย่างตรงไปตรงมา ประชาชนจะเข้าใจและสามารถยอมรับได้ และจะทำให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถามกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทำไมการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินคดีถึงเจาะจงกับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาชนเท่านั้น ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายกับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอื่นเลย ในขณะเดียวกันก็จะทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงพรรคการเมืองอื่นด้วยว่า ในเมื่อพรรคประชาชนมีมาตรการและมีมาตรฐานที่ชัดเจนจัดการกับผู้สมัคร ส.ส. ถึงเวลาที่ผู้สมัคร ส.ส.คนอื่นต้องถูกตั้งคำถามเช่นเดียวกัน

“ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชนที่เกี่ยวข้องพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมาย เราดำเนินการอย่างเปิดเผย ไม่มีละเว้น ถึงเวลาที่ต้องตั้งคำถามกับพรรคการเมืองอื่น ที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ที่ DSI รับเอาคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ และ ปปง.มีมติให้ยึดอายัดทรัพย์ ทำไมผู้สมัครรายนั้น พรรคการเมืองนั้น ยังคงให้ลงรับสมัครเลือกตั้งต่อไป แม้แต่คนที่มีคำพิพากษาชัดเจนจากสารต่างประเทศ จากรัฐนิวเซาท์เวลส์ ก็ยังสามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ รวมถึงพรรคการเมืองอีกหลายพรรคที่ส่งบุคคลที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ยังลงรับสมัครเลือกตั้งได้” นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์กล่าวว่า ตนเชื่อว่าขบวนการดังกล่าวพยายามดิสเครดิตพรรคประชาชน กลัวอย่างมากว่าหากพรรคประชาชนได้เข้ามาบริหารประเทศ จะมีการบังคับใช้กฎหมายกับธุรกิจผิดกฎหมาย ธุรกิจฟอกเงิน ธุรกิจศูนย์เหรียญที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเครือข่ายอิทธิพลทางการเมืองครั้งใหญ่ ตลอดจนจะมีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังโดยไม่มีการละเว้น ขอยืนยันว่าไม่ต้องกลัว เพราะถ้าเราได้รับโอกาสนั้น พรรคประชาชนเราจะจัดการทุนเทา ธุรกิจเทาทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเด็ดขาดแน่นอน

สุดท้ายอยากเรียนต่อประชาชนว่า พรรคประชาชนไม่เคยอ้างว่าเราจะไม่พลาด แต่ยืนยันว่า เมื่อเรามีความผิดจะไม่ปกป้อง ไม่ใช้สองมาตรฐาน นี่คือความแตกต่างระหว่างการเมืองที่ประชาชนต้องการเห็น และการเมืองแบบดั้งเดิมที่ประชาชนไม่ต้องการอีกแล้ว การปราบทุนเทาและการคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง ให้มีการจัดการกับคนทุกคนไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนของตนเองก็ตาม หากต้องเสียคะแนนนิยมหรือเสียเปรียบทางการเมืองก็ต้องยอมรับ หากเกิดเช่นนั้นพรรคประชาชนยืนยันว่า เมื่อเราได้อำนาจจากประชาชน จะไม่มีใครได้อภิสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมายแม้แต่คนของพรรคประชาชนเอง เรายืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นแต่อย่างใด

ส่วนนักการเมือง ส. ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุว่าจะเป็นรายต่อไป นายวิโรจน์ระบุว่า ไม่ได้หวั่นไหวกับสงครามประสาทรายวัน การแก้ปัญหาความคลุมเครือนี้ พรรควางมาตรฐานชัดเจนว่าจะมีอีกกี่ราย ส. หรือ ก.-ฮ. เอามาเลย เรามีมาตรฐานเดียวกัน คือเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม และจะมีการเจรจากับผู้สมัครคนนั้นให้ลาออกจากตำแหน่งสมาชิกพรรค จะทำให้คุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส.สิ้นสุดลง ซึ่งเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมและประชาชนอย่างสัดส่วน

ส่วนที่มีการเรียกร้องให้คนที่รับรองผู้สมัคร ส.ส.ที่เข้ามาต้องลาออกด้วย นายวิโรจน์กล่าวว่า พรรคเราไม่โทษที่คนยืนยันว่าการคัดเลือกผู้สมัครเราใช้คณะกรรมการ ซึ่งมีทั้งส่วนของจังหวัดและส่วนกลางผสมกันไป ถ้าให้ออกแม้มีส่วนร่วมนิดเดียวตนเองคิดว่าออกทั้งพรรค เพราะตนเองก็มีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สมัครในหลายจังหวัด ปรากฏว่าจังหวัดที่ตนเองรับสมัครมามีปัญหาก็ต้องออก อีกจังหวัดมีปัญหาคนกลั่นกรองก็ต้องออกด้วย เป็นแบบนั้นคงออกกันทั้งพรรค ดังนั้น จึงต้องมาแก้ที่ระบบ

เมื่อถามว่าล่าสุดที่จังหวัดตาก หลายคนประเมินว่าไม่ต่างกับสแกมเมอร์ เพราะนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่บ่อย จึงถูกตั้งคำถามว่าไม่ระแคะระคายบ้างหรือ นายวิโรจน์กล่าวว่า กรณีนี้เรามีเบาะแสและมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและพยายามหาหลักฐานเชิงประจักษ์เพิ่มเติม แต่ต้องยอมรับว่าเราไม่ใช่หน่วยงานราชการ เราสั่ง ปปง.ไม่ได้ ตรวจสอบได้เพียงประวัติอาชญากรรม ไม่สามารถไปตรวจสอบเส้นเงินได้ เมื่อเชิญผู้สมัครคนดังกล่าวเข้ามาให้คำชี้แจงและผู้ที่มาร้องเรียนเพื่อขอหลักฐานภาพถ่ายมัดแน่น หรือเชื่อได้ว่าเขากระทำเช่นนั้นจริง แต่ปรากฏว่าเป็นลักษณะการให้ข้อมูลด้วยวาจา แต่ไม่มีข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน เจ้าตัวก็ชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผล

เราอยู่ในจุดที่ผู้กล่าวหาเป็นผู้พิสูจน์ ไม่ใช่การใช้บัตรสนเท่ห์ที่ไม่มีตัวตนมาพิพากษาล่วงหน้า ซึ่งจะถือเป็นดาบสองคม กรณีหน้าอาจมีหน่วยงานจัดตั้งเข้ามาร้องเรียน พรรคก็จะตัดสินใจแบบเดียวกัน มีเรื่องร้องเรียนแล้วตัดออกทันทีก็จะเป็นเรื่องง่ายแต่ก็จะเกิดปัญหาภายหลัง

ส่วนที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ถูกนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ โจมตีประเด็นดังกล่าวบนเวทีดีเบตนั้น นายวิโรจน์ระบุว่า นายจตุพรก็พูดได้ ก็ขอให้ไปดูประวัติการทำงานของเขา ดูถึงการจัดซื้อจัดจ้างในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ไปดูงบประมาณในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงฯ ก็คงจะบอกว่าเป็นอำนาจของอธิบดีอีก ดังนั้น การแสดงความรับผิดชอบต้องได้สัดส่วน เพราะทุกอย่างมีดิจิทัลฟรุตพรินต์ หากมีการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างนายจตุพรจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่