อภิสิทธิ์ ชูดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ออก พ.ร.ก.อายัดทรัพย์ ปราบทุนเทา

21.01.26 | 14:48 น.

อภิสิทธิ์ ชูนโยบายดูแลคนตั้งแต่เกิดจนตาย ออก พ.ร.ก.อายัดทรัพย์ ปราบทุนเทา สร้างสภาวะแวดล้อมลงทุน ให้ธุรกิจเติบโต ใช้การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก แก้ฝุ่น PM2.5 สร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรม แก้การถูกเอาเปรียบจากบิ๊กเทค ไม่ปิดช่องจับมือเพื่อไทย หากไม่มี กาสิโน วาระครอบครัวชินวัตร

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ‘เครือมติชน’ จัดงาน MATICHON Thailand Election 2026 ‘The Real Politics : ทางแพร่งประเทศไทย’ เปิดเวทีสาธารณะประชันโยบาย วิสัยทัศน์ โดยมีพรรคการเมืองต่างๆ ส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ในเวทีที่ 3: ประเทศไทยภายใต้นายกชื่อ … วิสัยทัศน์ของแคนดิเดต ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯ อันดับหนึ่ง และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ อันดับหนึ่ง และหัวหน้าพรรคประชาชน

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯ อันดับหนึ่ง และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์เป็นคนที่สอง ว่า ประเทศถูกรายล้อมด้วยปัญหาต่างๆ และเป็นสิ่งที่ตนได้สัมผัสกับประชาชน ถ้ามีโอกาสนำพาประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ถามว่าสิ่งที่ประชาชนต้องทนจะหมดไปได้อย่างไร ตนอยากพูดจากใจว่ารับรู้ถึงความทนของคนไทยทุกคน และอยากพูดใน 4 ประเด็นหลักที่เชื่อว่าอยู่ในใจคนไทยทุกๆ คน

ทุกๆ คนวิตกกังวลว่าทำไมประเทศเราเต็มไปด้วยทุจริต และไม่น่าเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คำว่าทุนเทาเป็นคำที่ทุกคนต้องพูดถึง ถัดมาเป็นการทนในเรื่องความยากจน ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และไปที่ไหนก็ถูกสอบถามว่าเมื่อไหร่เศรษฐกิจจะดี เมื่อเจาะลงเฉพาะกลุ่ม เด็ก แม่ คนทำงาน ผู้สูงวัย แต่ละกลุ่มล้วนมีความทุกข์เป็นของตนเองแทบทั้งสิ้น และสุดท้ายในฐานะคนไทย สัมผัสกับความรู้สึกว่าทำไมประเทศไทยไม่มีความโดดเด่นและมีบทบาทมากกว่านี้ ทั้งที่เราเชื่อในศักยภาพของประเทศ และมั่นใจในความสามารถของคนไทย

Advertisement

“ทั้งหมดจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรม ผมจึงเริ่มรณรงค์เมื่อเริ่มกลับมาสู่การเมืองครั้งใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดบ้านเมืองต้องสุจริต เพราะตราบใดบ้านเมืองไม่สุจริต ไม่ต้องคิดว่าจะแก้ปัญหาอื่นจะแก้ได้ การทุจริตคอร์รัปชั่นทำให้สูญเสียงบประมาณ ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้คนเล็กคนน้อย ซึ่งควรจะได้ประโยชน์จากภาครัฐก็ถูกนำไปไว้ข้างหลัง และทำให้ประเทศไทยในสายตาโลกไม่สู้ดีนัก แต่การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะเรื่องทุนเทา ทุกคนพูดตอนหาเสียง แต่จะทำอย่างไร จากประสบการณ์ที่ผ่านการเมืองมา ผมตัดสินใจแล้วว่าครั้งนี้ต้องทำอย่างเป็นระบบ ตอบโจทย์ ตอบความกังวล ซึ่งภาคธุรกิจเอกชนบอกว่าจะไม่ทนคอร์รัปชั่นอีกต่อไป นั่นหมายถึงทุกระดับมีมาตรการชัดเจน” นายอภิสิทธ์กล่าว

นายอภิสิทธ์กล่าวต่อว่า เริ่มตั้งแต่ปัญหาคอร์รัปชั่นระดับล่างสุด เจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน มีการส่งส่วยเพื่อแลกกับการกระทำความผิด แลกกับความสะดวก แนวทางพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจน จะเปลี่ยนระบบการทำงานของรัฐที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ แต่จะทำให้ระบบอนุมัติ อนุญาตเป็นอัตโนมัติ ใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่น้อยลง ปิดช่องทางการเรียกรับเงินในรูปแบบนี้

ยกระดับขึ้นมา เราพูดถึงการทุจริตในโครงการต่างๆ ซึ่งเราสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมในโครงการใหญ่ๆ พรรคประชาธิปัตย์จะเอาแพลตฟอร์มส่องรัฐมาเปิดให้ประชาชนดู เพราะเราจะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดของรัฐที่ไม่กระทบสิทธิส่วนบุคคลให้ประชาชนทุกคนสามารถตรวจสอบได้ ทุกโครงการที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ราคากลาง ใครประมูล ประมูลได้ในราคาเท่าไหร่ คนประมูลได้เป็นใคร เชื่อมโยงกับใคร และบรรดาผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องหรือไม่ มี AI ช่วยจับความผิดปกติเพื่อไม่ให้เกิดทุจริตในรูปแบบนี้

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การทุจริตในระยะหลังซึ่งอันตรายมาก คือการซื้อขายตำแหน่งระดับสูงในระบบราชการ พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าไปสร้างหลักเกณฑ์กระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายระดับสูงมีความโปร่งใส ทำให้ประชาชนจับตาดูได้ ไม่มีใครกระโดดค้ำถ่อมา เพื่อรับใช้นักการเมืองหรือเพื่อหาประโยชน์เพื่อตนเอง

และระดับสูงสุด ในส่วนของนักการเมือง จะต้องเพิ่มมาตรฐานการเปิดเผยว่านักการเมือง หรือผู้มีอำนาจทั้งหลายมีประโยชน์เกี่ยวข้องกับธุรกิจใด บริษัทไหน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย

“ถ้าเจาะจงทุนเทา สแกมเมอร์ เป็นเรื่องเร่งด่วน เราเริ่มทำแล้ว เพราะหัวใจคือการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เรายื่นเรื่องให้สำนักงานปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แต่เราจะเพิ่มความเข้มข้น เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนในการเรียกความเชื่อมั่นกลับมา เอาคนที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการทุนเทาออกจากตำแหน่งโดยเร็ว โดยออกพระราชกำหนดเพิ่มเขี้ยวเล็บ ทั้งเรื่องอายัดทรัพย์ในกรณีที่ไม่สามารถอธิบายที่มาได้ เรื่องการที่ทำธุรการต่างๆ ผู้ที่ได้ประโยชน์ที่แท้จริงคือใครและต้นทางคือใคร คริปโทฯ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ช่องทางอื่นๆ ที่ใช้ในการฟอกเงินปัจจุบัน จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบมากขึ้น และต้องแน่ใจว่า เราประกาศบ้านเมืองสุจริตจะทำเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่เพราะไม่เกี่ยวกับทุนเทา” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง เป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเศรษฐกิจโตร้อยละ 2 ต่อปี ต่ำกว่าในอดีตมาก ต่ำกว่าศักยภาพที่ตนเชื่อว่าไทยทำได้ ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ต่ำกว่าประเทศในอาเซียนมาหลายปีแล้ว เราจึงกล้าประกาศว่าคนที่มาเป็นรัฐบาล คนที่มาเป็นนายกฯ ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน สำหรับเราใน 4 ปี เศรษฐกิจต้องกลับไปเติบโตอย่างน้อยร้อยละ 5 หนี้ครัวเรือนต้องกลับมาสู่ร้อยละ 60 ทั้งนี้ ถามว่าทำอย่างไร เริ่มต้นจากการที่นายกฯ ต้องเข้าใจก่อนว่าคนมาเป็นรัฐบาลมีหน้าที่อะไร ถ้าคิดว่ารัฐบาลสามารถใช้กฎหมาย ควบคุม กำกับและทำให้เศรษฐกิจโตได้ คิดผิด และถ้าคิดว่ารัฐบาลคือคนที่ทุ่มเงินลงไปให้เศรษฐกิจโตคิดผิด

หน้าที่ของรัฐบาลในประเทศที่เจริญแล้วทั้งหมดคือ รัฐสร้างสภาวะแวดล้อมให้ภาคธุรกิจเอกชนธรรมดาเติบโตได้ เราจะเป็นรัฐผู้ผลักดัน เป็นคนชี้ทางว่าการตัดสินใจสำหรับภาคธุรกิจจะไปทางไหนให้สอดคล้องกัน เปิดทางด้วยการทำหลายอย่างที่เอกชนอยากทำเกิดขึ้นได้ และไม่ขวางทาง ติดกฎระเบียบเทอะทะเหมือนกับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สิ่งที่เราจะทำ Super Act 2 ฉบับ ฉบับแรกเปิดโอกาสให้รัฐบาลไทยสามารถสะสางกฎหมายที่ล้าหลังได้ โดยอาศัยกฎหมายแม่บทได้เพียงบทบัญญัติเดียว อีกฉบับเปิดข้อมูลภาครัฐ จะช่วยเรื่องการตรวจสอบการทุจริต และจะมีประโยชน์ในเรื่องการบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ซ้ำซ้อน และจะเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญ

เช่น ข้อมูลเรื่องสุขภาพทั้งหมด จะมีประโยชน์มหาศาลสำหรับอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ อุปกรณ์การแพทย์ สมุนไพร เวลเนส ภาคการท่องเที่ยวเขาอยากทำแพลตฟอร์ม ภาครัฐไม่ต้องทำแอพพ์แข่ง แค่ให้ข้อมูลเรียลไทม์ให้เอกชนรู้ว่าแนวโน้มตลาดเป็นอย่างไร แรงงานที่ขาด แรงงานที่เกิน อยู่ตรงไหน สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่หลายตัว ภาคการเกษตรจะถูกยกระดับนมา เพื่อสามารถปรับตัวใช้เทคโนโลยีใหม่เพิ่มผลผลิตนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม

ส่วนอุตสาหกรรมที่เข้ามาก็จะต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น เช่น พลังงานสะอาด สอดคล้องกับแนวโน้มของโลก โดยทุกนโยบายจะต้องมีเป้าหมายนำมาสู่การสร้างโอกาสการสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้คนไทย โดยเฉพาะ SMEs เติมด้วยการมีระบบมีแต้มต่อการจัดซื้อจัดจ้าง Made in Thailand first เป็นต้น เป็นการยกระดับภาพรวมเศรษฐกิจให้เศรษฐกิจไทยเติบโต

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรามีชีวิตของคนทุกกลุ่มที่ต้องดูแล จึงมีนโยบายที่ครอบคลุมชีวิตคนตั้งแต่เกิดจนตาย แม่ที่กำลังจะคลอดลูก มั่นใจได้ว่าปีแรกจะได้รับเงินจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เดือนละ 5,000 บาท บวกกับแรกเกิด 5,000 บาท ปีแรก 65,000 บาท ชดเชยรายได้ที่สูญเสียระหว่างดูแลลูกแรกเกิด และเพื่อมีเงินไปสนับสนุนเรื่องโภชนาการ หลังจากนั้นเราจะเติมเงินในบัญชีให้กับเด็กเดือนละ 500 บาท จนถึงอายุ 18 ปี เขาจะมีเงินออม 1 แสนบาท เพื่อตั้งตัวได้ และนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้

เด็กที่เติบโตมาจะเรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง และจะได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน เพราะเรานำหลักสูตรบุฟเฟต์การศึกษา เพื่อให้หลักสูตรต่อไปนี้ มีความยืดหยุ่นตรงกับความต้องการของคนในยุคใหม่ อยากเรียนเรื่องเทค ระบบภาษี การทำบัญชี หยิบมาประกอบกันตามความต้องการของตัวเอง ถ่ายโอนได้ สะสมได้ และการเพิ่มทักษะจะมีไปถึงผู้ใหญ่ โดยจะมีคูปองอัพสกิล รีสกิลได้ วัยทำงาน มีมาตรการสามารถเข้าถึงเครื่องจักร เครื่องกลเทคโนโลยีใหม่ได้ เป็นแรงงานถ้าค่าจ้างขั้นต่ำยังไม่เท่ากับมาตรฐานครองชีพพื้นฐาน เอาส่วนต่างเป็นระบบประกันรายได้แรงงานไป

ทำงานมีเงินเดือน 4 หมื่นบาทแรกไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นคนทำงานในระบบเศรษฐกิจใหม่ เป็นไรเดอร์ เรานำเรื่องการใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า กับกฎหมายสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ให้ท่านทั้งหลายได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น มีความมั่นคงมีสวัสดิการที่ดีขึ้น และเมื่อถึงวัยที่จะเกษียณกลายเป็นผู้สูงอายุ เราเพิ่มเบี้ยยังชีพให้เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้า และยังมีเงิน 50,000 บาท กับทุกบ้านที่มีผู้สูงวัยอายุเกิน 70 ปี ผู้สูงวัยที่อยากทำฟันต้องมีฟาสต์แทร็กให้ คนพิการทุกกลุ่มจะต้องได้เบี้ยคนพิการเพิ่มขึ้นเท่าตัว

“ไม่เพียงแต่เรามองภาพใหญ่ของการมีสุจริตโต หลังจากเรียกความเชื่อมั่นจากการมีบ้านเมืองสุจริต แต่เราคิดถึงคนทุกกลุ่มจริงๆ ว่าเขาสามารถยืนอยู่ได้ เฉพาะหน้าอาจต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบที่ง่ายและรวดเร็ว รวมถึงการพักหนี้ของกลุ่มต่างๆ เพื่อต่อลมหายใจให้ทุกคนยืนได้ เศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ชีวิตของคนที่มั่นคง บ้านเมืองที่สุจริต จะเป็นพื้นฐานให้ไทยกลับไปยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่างามอีกครั้งหนึ่ง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า งานต่างประเทศ เราจะเปิดการทูตเชิงเศรษฐกิจเชิงรุก โดยเฉพาะหน้าข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป จะต้องเสร็จโดยเร็วภายในสิ้นปีได้ยิ่งดี และเราจะเตรียมเป็นประธานอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า ที่จะให้อาเซียนมาร่วมกันแก้ปัญหาในเรื่อง PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาข้ามแดน รวมถึงให้ภูมิภาคนี้ควรจะมีอำนาจต่อรองที่สูงขึ้นกับบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายที่เอาเงินคนในอาเซียน แต่ไม่ยอมจดทะเบียนบริษัทที่นี่ ไม่ยอมเสียภาษีที่นี่ ไม่ยอมปฏิบัติตามในกฎที่เราอยากให้เขาปฏิบัติ และจะต้องนำไปสู่การเป็นอาเซียนที่เชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่อุปทาน

“ลำพังประเทศใด ประเทศหนึ่ง เหมือนรับการลงทุนจากประเทศอื่นมาแข่งขันกัน แต่ในฐานะประธานอาเซียน ผมจะเริ่มวาระที่ทำให้เรามาร่วมมือกัน อุตสาหกรรมยานยนต์ ยา ต้นน้ำอาจอยู่ประเทศไทย ต้นน้ำอาจอยู่ไทย กลางน้ำอินโดนีเซีย ปลายน้ำเวียดนาม แต่ทุกประเทศได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งหมด

พลังงานสะอาดมหาศาลอยู่ที่ สปป.ลาว ถ้าเราทำเสรี อาเซียนกริดแค่นี้ทุกอย่างก็สามารถเดินได้ บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจดี มีความยุติธรรม และเป็นผู้นำในทุกภาค เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนมากที่ผมกลับมาการเมืองครั้งนี้ต้องการให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ถามว่ามั่นใจได้อย่างไร ผมกับผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกฯ เราคิดเรื่องนี้มาด้วยกัน เราไม่ได้แยกระหว่างการเมืองฝ่ายบริหาร ในสภาหรือรัฐบาล เราร่วมกันคิด เราเชื่อเหมือนกันและเราอยู่ร่วมกัน

เราจะทำสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง บ้านเมืองสุจริตต้องการคนสุจริต ผมมั่นใจว่า 30 กว่าปีของผมพิสูจน์มาแล้ว เศรษฐกิจจะดีต้องมีผู้บริหารมืออาชีพ พรรคประชาธิปัตย์เคยกอบกู้ประเทศไทยจากวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงมาแล้ว 2 ครั้ง การดูแลตั้งแต่แรกเกิดจนตาย เกือบทุกนโยบายประชาธิปัตย์คือผู้ริเริ่ม และเราพิสูจน์มาแล้วว่าเราสามารถมีบทบาทในเวทีระดับโลกได้ ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน คือสิ่งที่ทำได้จริง ขอโอกาสประชาธิปัตย์ 27 บัญชีรายชื่อ และผู้สมัครระบบเขตของพรรคประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ตอบคำถามผู้ดำเนินรายการถึงยุทธศาสตร์ในการโหวต จะมีผลต่อพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร ว่า ต้องเอาความจริงเป็นที่ตั้ง เพราะเวลาไปถามพรรคการเมืองว่าจะได้กี่ที่นั่ง สภาน่าจะล้น ไม่มีพรรคไหนได้เสียงข้างมากเด็ดขาด ในระบบรัฐสภา คนไปเป็นต้องรวบรวมเสียงข้างมาก ให้โอกาสที่ได้อันดับหนึ่งก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าพรรคที่ได้อันดับหนึ่งจะได้เป็นรัฐบาลเสมอไป

“ความพยายามที่จะบอกประชาชนว่าต้องเลือกเพื่อให้ได้เป็นที่หนึ่ง จึงไม่ใช่เรื่องหลัก เรื่องหลักคือรัฐบาลผสม ดังนั้น ถ้าประชาชนอยากได้อะไรสิ่งที่ดีที่สุดกับประเทศเลือกสิ่งนั้น ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จากที่พรรคสูญพันธุ์มาเป็นพรรคตัวแปร ดังนั้น ถ้าเติมกำลังให้เรามากเท่าไหร่ เราก็สามารถกำหนดทิศทางของรัฐบาลชุดหน้าไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลได้เท่านั้น

“และเราให้หลักประกันได้มี 3 เรื่อง เราจะไม่ไปทำกับคนที่มีปัญหา ดังนั้น ใครเป็นแกนนำเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เราไปดูให้เรื่องปัญหาการทุจริต การปราบทุนเทา และโยบายที่สร้างความแตกแยก เมื่อเราเป็นตัวแปร เราไปร่วมรัฐบาล เราจะบอกว่าสิ่งเหล่านั้นอย่าเกิดขึ้นเลย ประเทศมีเรื่องอื่นสำคัญกว่า และมีพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปก็เป็นมืออาชีพ และรู้การเมืองให้ประสบความสำเร็จ”

เมื่อถามว่า ที่เคยประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรคการเมืองไหน ยังจุดยืนเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “จับกับใคร ยืนยันทุกอย่างที่พูดไป ไม่จำเป็นต้องย้ำชื่อพรรค ทุกคนทราบอยู่แล้ว”

เมื่อถามถึง ความชัดเจนในการจับมือระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราพูดพรรคเพื่อไทยในอดีต ปัญหาในอดีตคือการถูกครอบงำ และมีเรื่องผลประโยชน์ครอบครัว ถามว่าแปลงออกมาเป็นรูปธรรมคืออะไร ไม่อยากพาดพิง รัฐบาลก่อนหน้านี้นโยบายที่มุ่งไปกาสิโน คริปโทฯ มาจากการถูกกำหนดประเด็น แต่คิดว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ค่อยได้พูดแล้ว ถ้าไม่มีประเด็นเหล่านี้ก็เป็นไปได้ แต่จะเป็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับอนาคต และขณะนี้ยังไม่มีใครประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่ถ้าของเก่าๆ เหล่านั้นกลับมางับประตูมือขาดทันที

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ถูกมองเป็นแนวอนุรักษนิยมและมีพรรคการเมืองฝั่งอนุรักษนิยมที่แย่งคะแนนกัน ทำอย่างไรให้คนที่อยู่ในฝ่ายอนุรักษนิยมเลือกพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าย้อนกลับไปในทุกยุคที่ตนเป็นผู้นำพรรค และพรรคทุกวันนี้ยังเสรีประชาธิปไตย แต่บางเรื่องเราถูกมองว่าเป็นพรรคอนุรักษนิยม เพราะต้องการรักษาหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นสิ่งดีงามในสังคม จริงๆ ไม่เจาะจงไปทางหนึ่งทางใด แต่เราเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย ว่าสิ่งที่ท่านกลัวว่าอีกฝ่ายจะมาทำ พรรคประชาธิปัตย์จะมาทำไม่ให้เกิดขึ้น

“อย่าไปคิดเรื่องแย่งชิง เมื่อไม่มีใครได้เสียงข้างมากเด็ดขาด อะไรดีที่สุดเลือกสิ่งนั้น ถ้าเห็นว่าเราดีที่สุดเลือกเรา ถ้าเห็นว่าคนอื่นดีกว่าเลือกคนอื่น ที่เหลือเป็นเรื่องเจรจาหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเรามีจุดที่ชัดทำให้ทุกคนมั่นใจว่าวางใจรัฐบาลได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่า การกลับมาสู่การเมืองครั้งนี้ อาจเป็นการชี้วัดอนาคตของตัวเองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ผมไม่ได้สนใจอนาคตตัวเองเท่าไหร่ ผมกลับมาผมสนใจอนาคตประเทศ อนาคตพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะสถาบันการเมืองที่มีประโยชน์กับประเทศ ผมคุยกับพรรคพวกในพรรค หลายคนบอกว่ามาถึงจุดนี้เขาก็พึงพอใจแล้ว วันนี้ไม่มีใครบอกว่าสูญพันธุ์ วันนี้มีแต่ลุ้นว่าจะเติบโตได้เท่าไหร่ ผมไม่มีกำไรอยู่แล้ว สูงสุดก็แค่กลับไปที่เดิม แต่ผมทำงานการเมืองไม่ใช่เรื่องอนาคตผม ผมทำการเมืองเพราะต้องการให้อนาคตประเทศเป็นสิ่งที่ผมเห็น ผมเชื่อ ผมใฝ่ฝัน ผมทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องกังวลอนาคตผม คิดถึงอนาคตประเทศในวันที่ 8 กุมภาพันธ์”

เมื่อถามว่า นิด้าโพลประเมินพรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. 40 ที่นั่ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “2 เดือนที่แล้ว ใครพูด 40 ก็หัวเราะกันหมด เพราะ ณ เวลาที่ยุบสภา เหลือแค่ 8 คน”

นายอภิสิทธิ์ฝากถึงโหวตเตอร์ว่า ทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ การมีการเลือกตั้ง เป็นโอกาสให้เจ้าของประเทศกำหนดอนาคตให้กับตัวเอง สังคม และประเทศชาติ ขอให้ใปใช้สิทธินั้นด้วยความสุจริต อย่าเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า อามิสสินจ้าง เปิดใจดูทุกทางเลือก มีพรรคการเมืองแข่งขันมากมาย อะไรที่ดีที่สุดกับประเทศเลือกพรรคนั้น เลือกคนนั้น