อนุทิน ลุยนครพนม ย้ำ คนละครึ่งจะเป็นสิ่งแรกที่ทำ เหน็บเงินหมื่นมาแล้วไปเลย ไปต่อเดินตลาดศรีสงคราม อ้อนกาเบอร์ 1 ส่ง “ขวัญ-ศุภพานี” เข้าสภา ย้ำอย่ากังวลปมชายแดน ลั่น ‘เขมร’ ยุ่งเมื่อไรรับบทเรียนแสนสาหัส
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 มกราคม ที่โรงเรียนนาหว้าพิทยาคม จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ 2 ของวันนี้ ช่วย น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง ทันทีที่เดินทางมาถึงมีประชาชนนำผ้าขาวม้ามาผูกเอวให้ รวมถึงมอบพวงมาลัย และสวมกอด

นายอนุทินกล่าวว่า ความรักความผูกพันกับคนนครพนม ไม่มีวันเสื่อมคลายแน่นอน แค่อยากบอกพี่น้องว่า เลือกพรรคภูมิใจไทย เลือกคนที่มีทั้งประสบการณ์ มีทั้งความรู้ มีผลงาน ไปรับใช้พ่อแม่พี่น้อง วันนี้จึงต้องเลือก “ขวัญ ศุภพานี โพธิ์สุ” คนรุ่นใหม่ ไปทำงาน และอย่าลืมเลือกตนเองด้วย เบอร์ 37

นายอนุทินกล่าวต่อว่า พอปิดด่านทำให้ราคาสินค้าเกษตรหลายตัวดีขึ้น เพราะสินค้าเถื่อนเข้ามาไม่ได้ คนที่เป็นเจ้าของโรงงานก็ชอบ เพราะราคาตกต่ำ แต่พรรคภูมิใจไทยเห็นว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพืชผลทางการเกษตร ดังนั้น นโยบายนี้ยังอยู่ และหาช่องทางขายให้กับประชาชนให้มากที่สุด สมัยก่อนขายไม่ได้ เพราะทำตัวเป็นเบี้ยล่างเขาตลอด ไม่กล้าพูด และไม่อยากออกไปข้างนอก ไม่กล้าต่อรองและเจรจา ต้องการคำเดียวคือคำว่ากล้า

พอออกไปเราทำให้ลูกหลานเห็นว่าประเทศนี้ไม่ได้อยากมาคุกคามเมื่อไหร่ก็มาได้ “กูไม่ใช่หลานมึงนะเว้ย” เรารักษาอธิปไตย ไม่มีอะไรต้องกลัว เราไปรุกรานเขาก่อนหรือไม่ ก็ไม่เคย ไปรุกรานดินแดนหรือไม่ ก็ไม่เคย หรือยิงใส่ก่อนไม่ ก็ไม่เคย เขาทำเราก่อนทั้งนั้น พอเราสู้บ้างกลับบอกว่าเรารุนแรง เราไม่ให้ใครเข้ามาย่ำยีเราแม้แต่นิดเดียว เรายอมไม่ได้ ต้องเลิกเกรงใจเขา พอต่างชาติไปบอกให้เขาหยุด แต่กับคนไทยไม่เกรงใจได้อย่างไร


นายอนุทินยังย้ำว่า โครงการแรกที่จะทำ คือ โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ซึ่งไม่ใช่การแจกเงิน เพราะประชาชนมีศักดิ์ศรี คราวที่แล้วมีประชาชนบางคนเข้าโครงการไม่ได้ ตนเองจึงจะเติมในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คราวที่แล้วมีช่องโหว่นิดหนึ่ง แต่ครั้งหน้าจะทำให้พอใจมากที่สุด เงินเหล่านี้ไม่ได้ไปไหน ไม่เหมือนกับเงินแจก เงินแจกพอเข้าไปเงินในบัญชี มีเจ้าหนี้มายืนรอ เลยได้แต่ดูว่าเงินหมื่นก็มา แต่กี่คนจะได้แตะ เพราะไปๆ มาๆ มันเยอะเกิน แต่โครงการคนละครึ่งพี่น้องได้จ่าย รัฐก็ไม่ต้องเติม และเงินนี้เจ้าหนี้ก็ทวงเงินไม่ได้ เพราะอยู่ในระบบต้องซื้อของ

นายอนุทินยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เรื่องศักดิ์ศรีของประเทศไม่ต้องห่วง พูดแล้วเหมือนไปหาเรื่องกัน ตอนนี้สงบแล้ว ไม่กล้ามาวุ่นวาย ก็ปล่อยให้อยู่เช่นนี้ เพราะถ้าเขาเข้ามาก็รู้แล้วว่าเราไม่ยอม ไม่ได้มาจากใครคนใดคนหนึ่งมีต้นทุนทั้งหมด สิ่งที่เสียใจที่สุดคือชีวิตของทหาร ไม่ใช่บอกว่าให้ลุยอย่างเดียว อะไรเลี่ยงได้ก็เลี่ยง เพราะพี่น้องหรือลูกของตนเองไม่ได้ไปรบ ไทยเป็นประเทศที่รักสงบแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถ้าตนเป็นคนกำกับดูแลประเทศนี้ ยังร้องเพลงชาติไทยทุกวัน โดยเฉพาะท่อนที่บอกว่า “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” เรื่องนี้จะตัดสินใจแบบสะใจไม่ได้ เราอยู่ตรงนี้อย่ามายุ่งกับเรา แต่ถ้ามาเมื่อไหร่เจอกัน เอาเป็นว่า ถ้าไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศนี้ต่อไป ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามแนวชายแดน และต้องเป็นสิ่งที่ดีขึ้นสำหรับคนไทย ศักดิ์ศรีของคนไทยจะไม่ถูกย่ำยี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นชาวบ้านตะโกนว่า เลือกวันนี้เลยได้หรือไม่ แต่นายอนุทินตอบว่า เลือกไม่ได้ เพราะเป็นบัตรเถื่อน ต้องเลือกวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แต่ขออย่าเปลี่ยนใจ ตั้งแต่วันนี้ 21 มกราคม จนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ให้เลือกขวัญ ศุภพานี โพธิ์สุ และอย่าลืมเลือกเบอร์ 37 ไม่เช่นนั้น ตนมานครพนมไม่ได้อายเขา


จากนั้นเวลา 15.30 น.วันเดียวกัน นายอนุทินเดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลฟาร์ด สีดำ ทะเบียน ชง 8889 กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่หาเสียงตลาดสดศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย เขต 1 หาเสียง
ทั้งนี้ ได้มีบรรดาแฟนคลับมายืนรอให้การต้อนรับอยู่บริเวณหน้าตลาด ก่อนที่นายอนุทินจะเดินทักทายพ่อค้าและแม่ค้าตามร้านขายของต่างๆ และแวะซื้อส้ม 1 กิโลกรัม ปลากล้วย 1 กิโลกรัม ข้าวโพดต้ม และน้ำมะพร้าว โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ยังคงมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายอนุทินเดินพบปะพ่อค้าและแม่ค้าภายในตลาด นายอนุทินได้ขอให้พ่อค้าและแม่ค้าในตลาดขายดีๆ พร้อมกล่าวว่า “รอคนละครึ่งนะเดี๋ยวมา” ขณะเดียวกันได้มีชาวบ้านนำกล้วยฉาบทำเป็นพวงมาลัยมามอบให้กับนายอนุทินด้วย พร้อมบอกว่า “ทำอะไรจะได้กล้วยๆ”

ภายหลังจากเดินตลาด นายอนุทินได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น วันนี้มาเดินตลาดศรีสงครามด้วยความม่วนมาก ได้เห็นของที่อยากจะกินอยากจะได้ อยู่กรุงเทพฯไม่รู้จะหาซื้อที่ไหน แต่ที่ อ.ศรีสงคราม มีความอุดมสมบูรณ์ มีความมั่งคั่งในข้าวปลาอาหาร ขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อโอกาสในการสร้างรายได้
นายอนุทินกล่าวต่อว่า อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าถ้าได้ขวัญ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ เบอร์ 1 เข้าไปเป็นผู้แทน จะดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความมั่งคั่ง ปากท้องดี ปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไข ตนมีความสนิทสนมกับบ้านของขวัญทั้งบ้าน วันนี้พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจให้ครูแก้ว นายศุภชัย โพธิ์สุ ผ่านการสืบทอดการรับใช้พี่น้องประชาชนไปยังลูกสาว ซึ่งอยู่ในวัยขยันขันแข็ง ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีประสบการณ์เคยเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) นครพนม รู้วิธีการแก้ไขปัญหาประสานงานต่างๆ ถ้าวันนี้ได้เข้าไปเป็นผู้แทนของพี่น้องชาวศรีสงคราม และมอบความไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทยได้เข้าเป็นรัฐบาล พวกเราจะทำให้จังหวัดนครพนม มีความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้านอย่างสุดความสามารถ มีความก้าวหน้ารุ่งเรืองสร้างรายได้ลดรายจ่าย

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ถ้าเราได้เข้าไปบริหารจะรีบทำคนละครึ่งพลัส 2 ทันที จะได้จับจ่ายใช้สอยกันอย่างคล่องมือ ส่วนการค้าชายแดนไม่ต้องกังวล รัฐบาลจะดูแลการค้าชายแดนให้เป็นอย่างดี ไม่ให้มีสินค้าเถื่อนภายนอกประเทศเข้ามากดราคาสินค้า และผลผลิตของเรา รวมถึงการป้องกันไม่ให้มียาเสพติดเข้ามา ซึ่ง 4-5 เดือนนี้ จับยาบ้าไป 330 ล้านเม็ด จะให้หยุดผลิตคงไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในบ้านเรา และมีการเปลี่ยนวิธีการขนส่งเข้ามาอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองของเรา สิ่งเหล่านี้ทำได้เพราะรัฐบาลไม่เล่นด้วย ไม่สนับสนุนให้ใครก็ตามมีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้าอยากได้รัฐบาลที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ รัฐบาลที่นึกถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ บ้านเมืองเราจะปราศจากของอัปมงคลได้อย่างแน่นอน
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องชายแดนก็ไม่ต้องเป็นห่วง เรามีชัยชนะทุกตารางนิ้ว ไม่มีใครสามารถเข้ามาล่วงล้ำอธิปไตยหรือมายึดครองแผ่นดินของเราได้ เราทำให้เห็นแล้วว่าถ้าเขาเข้ามายุ่งกับเราเมื่อไร จะได้รับบทเรียนที่แสนสาหัส แต่เราไม่รุกรานใคร เราเคารพในสิทธิอธิปไตยของทุกประเทศ แต่อย่าฉวยโอกาสเข้ามาเป็นอันขาด ตนไม่อยากเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะจะหาว่าเอาเรื่องชายแดนมาหาเสียง ซึ่งไม่จำเป็น เพราะพี่น้องทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ว่าถ้าไม่ใช่รัฐบาลนี้ก็คงไม่เป็นแบบนี้ จึงขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ

นายอนุทินยังกล่าวถึงนโยบายของพรรคว่ามีให้เห็นอยู่แล้ว ทั้งคนละครึ่งพลัส พยาบาลอาสาทุกตำบล ทหารอาสาประจำการ 4 ปี มีเงินเดือน เรื่องพลังงานสะอาดจะเร่งให้เกิดขึ้น ทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ผ่อนได้ระยะยาว และพลังงานสีเขียวในระดับชุมชน ของพวกนี้อยู่ในนโยบายของพรรคภูมิใจไทย พ่อแม่พี่น้องอยากจะรู้เมื่อไรก็กดเข้าไปอ่านได้
“วันที่ 8 ก.พ.นี้ ขอให้กาเบอร์ 1 ให้ขวัญได้เข้าไปเป็นผู้แทนของพ่อแม่พี่น้อง ที่สำคัญถ้าเลือกขวัญ เท่ากับได้ตัวผมด้วย เพราะเห็นกันมาตั้งแต่ฝึกงานการเมืองใหม่ๆ จนถึงวันนี้เป็นสิบๆ ปีแล้ว เห็นความทุ่มเท ความรู้ความสามารถ และมีจิตใจที่อยากจะทำงานให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน ขอให้พวกท่านเหนื่อยวันเดียวคือวันที่ 8 ก.พ. ช่วยไปกาเบอร์ 1 ให้ขวัญ และขอให้เหนื่อยอีกครั้งในวันเดียวกันคือกาเบอร์ 37 ให้ผมด้วย ถ้ากาเบอร์ 1 เบอร์เดียว ขวัญเข้าไปก็โดดเดี่ยว กาเบอร์ 37 ด้วยเพื่อที่จะเข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องชาวศรีสงคราม” นายอนุทินกล่าว
ต่อมานายอนุทินลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ เขต 2 และนายอลงกต มณีกาศ เขต 3 ที่ อ.บ้านแพง และ อ.เมือง จ.นครพนม ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร


