‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอดคดีฮั้วสว. ‘ศาลรธน.’ ชี้ไม่ได้แทรกแซง ‘อนุทิน’ มั่นใจภท.คว้าสส.เกิน150

22.01.26 | 06:05 น.

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอดคดีฮั้วสว. ‘ศาลรธน.’ชี้ไม่ได้แทรกแซง ‘อนุทิน’ลุยหาเสียงนครพนม มั่นใจภท.คว้าสส.เกิน150

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่อ่างเก็บน้ำหนองสังข์ ต.หนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แจ้งลาราชการเพื่อลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.นครพนม ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงภาคอีสานครั้งแรก โดยจุดแรก นายอนุทิน พร้อม น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ช่วยหาเสียงให้กับนายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 4 เมื่อเดินทางถึง ชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองคล้องคอ และผ้าขาวม้าผูกเอวต้อนรับตามธรรมเนียมภาคอีสาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ท่ามกลางเพลงหาเสียงของพรรค ภท. เพลงเลือกแล้วค่ะ

นายอนุทินกล่าวถึงการตั้งเป้าจำนวน ส.ส.นครพนม ว่า พรรค ภท.ส่งผู้สมัครที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนชาวนครพนม ตั้งเป้าว่าน่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนครบทุกเขต

นายอนุทินกล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพล คาดการณ์ผลคะแนนการเลือกตั้ง 2569 โดยพรรค ภท.มาอันดับ 1 จะได้ 150 ที่นั่ง เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ว่า ต่ำกว่าเป้าหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องการ 500 ที่นั่งเลยใช่หรือไม่ นายอนุทินถามกลับว่า ใช่ไหมล่ะŽ พร้อมกล่าวว่า เป้าหมายของทุกคนต้องการเท่าไร ก็ต้องเกิน 150 แต่ผลสำรวจเอาไว้เป็นตัวชี้วัด เป็นเครื่องมือประเมินว่าได้ทำงานไประดับไหน ถ้าตรงกับสิ่งที่คิดไม่ต้องสงสัยและเดินหน้าต่อได้ แต่หากไม่ตรงกับที่คิดต้องมานั่งทบทวนแก้ไข

วันเดียวกัน องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ กรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ขณะนั้น)

สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีสมาชิกวุฒิสภาเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานวุฒิสภา กล่าวอ้างว่าผู้ถูกร้องทั้ง 2 มีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) เป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของ กกต. โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือก ส.ว. เป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำ ส.ว. ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม ถือได้ว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5)

Advertisement

ต่อมาองค์คณะศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยว่า จากข้อเท็จจริงไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 2 มีพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อันขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ 160 (4) และไม่มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานจริยธรรมฯ ข้อ 27 ประกอบข้อ 5, 6, 7, 8, 11, 12, 13, 14, 16, 17, 21, 25 และ 26 ไม่มีการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) (5) อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตามรัฐธรรมนูญ 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) แต่อย่างไรก็ดี ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 สิ้นสุดลงก่อนแล้ว ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2568 และรัฐธรรมนูญมาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 170

ที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยในคดีแทรกแซงฮั้วเลือก สว. ว่า ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลออกมาแบบนี้ ตนได้ฟังการวินิจฉัยผ่านทางออนไลน์ ถือว่าศาลให้ความเป็นธรรม