อนุทินบุกโคราช อ้อนเป็นนายกฯอีกครั้ง ‘ยศชนัน’ หาเสียงอุดรฯ-หนองคาย ตั้งเป้ากวาด 200 ส.ส. ‘เท้ง’ลุยเมืองรถม้า ขอกาบัตร 2 ใบ

23.01.26 | 06:00 น.
อนุทิน

อนุทินบุกโคราช อ้อนเป็นนายกฯอีกครั้ง ‘ยศชนัน’ หาเสียงอุดรฯ-หนองคาย ตั้งเป้ากวาด 200 ส.ส. ‘เท้ง’ลุยเมืองรถม้า ขอกาบัตร 2 ใบ

เมื่อเวลา 07.00น. วันที่ 22 มกราคม ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 108 รูป เนื่องในมงคลวาระที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เจริญอายุ 76 ปี มีข้าราชการพนักงาน เจ้าหน้าที่ กระทรวงมหาดไทย และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

จากนั้นให้สัมภาษณ์ต่อคำถาม กรณีเกิดเหตุสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ว่า ขออย่าผูกโยงกับการเลือกตั้ง การเกิดเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการก่อการร้าย ซึ่งพล.ท.นราธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คอยควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่ มีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว ซึ่งตนกำชับว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกโดยเฉพาะเรื่องการข่าว

ต่อมานายอนุทิน เดินทางไป จ.นครราชสีมา เพื่อหาเสียงช่วยผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย จุดแรก ที่เทศบาลตำบลโนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ช่วยนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 5 หาเสียง โดยกล่าวปราศรัย ขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยครั้งแรก ซึ่งตนไม่ใช่คนอื่นไกล อยู่ปากช่อง ถือเป็นคนโคราชได้ ก่อนหน้านี้อยู่กับพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เคยเป็นลูกน้องนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ดังนั้น จ.นครราชสีมา ไม่ใช่จังหวัดที่ไม่คุ้นเคยกัน “วันนี้ถ้าท่านจะพูดก็ไม่ผิดนะ นายกฯประเทศไทย ก็อยู่โคราช ปากช่องนี่เอง พร้อมขอวาสนาจากชาวโคราชให้เลือกพรรคภูมิใจไทยเพื่อที่ผมจะได้กลับมารับใช้ประชาชนอีกครั้ง”

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า โคราชเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ คนจะเข้ามาบริหารประเทศต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ตนเข้ามา 3-4 เดือน ถือว่าโชคดี มีชาวนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อีสานใต้ ที่มีแนวเขตติดประเทศเพื่อนบ้าน คือ กัมพูชา ที่ตอนหลังเป็น “ศัตรูบ้าน” มากกว่า แต่ตนมั่นใจว่าพ่อแม่พี่น้องอยู่ข้างหลัง ตนจึงกล้าตัดสินใจ ให้กองทัพต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อปกป้องบ้านเมืองเรา

“ช่วง 4 เดือนตั้งแต่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา รัฐบาลชุดนี้ร่วมกับกองทัพได้ทวงคืนผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วกลับคืนมาเป็นของไทยอย่างเรียบร้อย ตั้งแต่ปิดด่าน ประโยชน์ตกกับไทยล้วนๆ มันสำปะหลังราคาดี เพราะไม่มีมันเถื่อน ข้าวเถื่อนจากต่างประเทศ ทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ได้ทั้งเรื่องรายได้และความสงบสุข พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าสิ่งที่เป็นกำลังใจ เป็นความไว้เนื้อเชื่อใจที่ประชาชนมีให้ตนเข้าไปทำงานได้เป็นรัฐบาลรับใช้ประชาชน พวกเราจะมุ่งมั่นทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะต้องการให้เลือกเราอีกทุกครั้งในอนาคต”

Advertisement

ด้าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมนายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.หนองคาย และ อุดรธานี โดยช่วงเช้า เดินทางหาเสียงที่ตลาดสดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย ช่วยให้นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมเข้าสักการะขอพรหลวงพ่อพระใส และกราบนมัสการพระเทพวชิรคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย และเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย จากนั้นเดินทางไปปราศรัยที่ ทุ่งศรีเมือง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ช่วยนายไตรภพ คำเพชร ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย ก่อนเดินทางต่อไปที่ โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จ.อุดรธานี ช่วยนายสมัคร บุญปก ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 3 พรรคเพื่อไทยหาเสียง

นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกพรรคใด สุดท้ายแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเป็นพรรคภูมิใจไทย และจะได้รัฐบาลหน้าตาเดิมๆ ว่า เป็นสิทธิ์ของผู้พูด ตนขอไม่วิพากษ์วิจารณ์ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องให้เกียรติประชาชน เพราะเป็นผู้เลือก หน้าที่ของพรรคการเมือง คือ สื่อสารนโยบายแบบตรงไปตรงมา เปิดเผย และลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แล้วสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน หลังจากนั้นเป็นสิ่งที่แต่ละพรรคมาคุยกันได้

“จุดยืนพรรคเพื่อไทย คือ ส่งมอบนโยบาย หากเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้ผมเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน”

เมื่อถามว่าการใช้คำพูดว่าเลือกแบบเดิม ก็จะได้แบบเดิม ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้ประชาชนทราบดี จากการลงพื้นที่เชื่อว่าประชาชนเข้าใจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นประชาชนได้รับการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยก็ตรงไปตรงมา ซึ่งพรรคตั้งเป้าไว้ 200 ที่นั่งเพื่อความเป็นเอกภาพ หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะดูพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่สามารถเข้ากับนโยบายของพรรคเพื่อไทยได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหาเสียงโดยยกประเด็น”อังเคิล”และประเด็นชาตินิยม นายยศชนัน กล่าวว่า ทุกคนรักชาติอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องสนับสนุน ขณะเดียวกันเรื่องการมองไปข้างหน้า เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ก็ควรต้องสนับสนุนสินค้าไทย หรือ เมดอินไทยแลนด์ เพื่อไทยพยายามทำทั้งระบบ และทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูง

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดหวังว่าจะทวงคืนพื้นที่ 10 เขตของจ.อุดรธานีได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอน ครั้งนี้มีความมั่นใจ ซึ่งสิ่งที่ทำให้มั่นใจคือนโยบาย เพราะวันนี้สามารถส่งนโยบายให้คนอุดรฯกลับมาให้โอกาสพรรคเพื่อไทยอีกครั้งในเขตที่ขาดไป

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงที่จ.ลำปาง โดยพบปะพูดคุยกับประชาชนที่ร้านลื่นคาเฟ่ ต.ทุ่งงาม อ.เสริมงาม จ.ลำปาง จากนั้นไปหาเสียงที่ ตลาดอัศวิน เพื่อช่วยผู้สมัครพรรคประชาชน

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ลงพื้นที่ภาคเหนือ เพราะเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมาย การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ต้องขอบคุณชาวลำปางที่ไว้วางใจทำให้พรรคก้าวไกลได้ส.ส. 3 เขต ครั้งนี้ในนามพรรคประชาชนตั้งเป้าให้ได้ทั้ง 4 เขต ส่วนกลยุทธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ต้องทำความเข้าใจให้กับประชาชนว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วคะแนนเขตน้อย หากทำให้ประชาชนเห็นความสำคัญ เลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบ จะทำให้มีส.ส. มากพอตั้งรัฐบาลของประชาชนได้

“พรรคประชาชนมีนโยบายดีๆที่อยากเข้าไปทำ แต่ทำไม่ได้ ถ้าได้เสียงไม่เพียงพอ ตอนนี้บริบททางการเมือง มีแค่เราประกาศชัดว่าจะไม่ยกมือโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคอื่นก็เปิดกว้าง เสียงมาเท่าไหร่ก็ได้ เขาขอให้เขาไปตั้งรัฐบาลได้ และถ้ามันได้รัฐบาลแบบเดิม หน้าตาก็ไม่เปลี่ยน เลือกตั้งครั้งที่มีลำปางให้เราแค่ครึ่งใจประมาณ 20,000 คน จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งใครก็ตามที่ลังเล เราต้องช่วยกันทำงานเป็นความคิดเขา ถ้าชนะไม่ขาด จะได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม ถ้าอยากได้การเปลี่ยนแปลงจริงๆ ไม่อยากได้รัฐบาลที่มีรัฐมนตรีสีเทา ไม่เอาด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน อยากได้รัฐบาลประชาชนจริงๆต้องกาให้เราทั้ง 2 ใบ” นายณัฐพงษ์ กล่าว