วิเคราะห์ โพลมติชน-เดลินิวส์ สติธร ฟันธง ภูมิใจไทยเข้าวิน 158 สส. อจ.มธ. แทงสวน ส้มมาที่ 1

23.01.26 | 17:00 น.

วิเคราะห์ โพลมติชน-เดลินิวส์ สติธร ฟันธง ภูมิใจไทยเข้าวิน 158 สส. อจ.มธ. แทงสวน ส้มมาที่ 1

วันที่ 23 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการทำโพลมติชน-เดลินิวส์ สำรวจความคิดเห็นในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยทำการสำรวจผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดของสื่อทั้ง 2 ฉบับ ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา สรุปผลโหวตจากจำนวน 28,002 โหวต พบว่า บุคคลที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป อันดับ 1 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 35.2% อันดับ 2 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 32% อันดับ 3 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 5.4% อันดับ 4 นายอนุทิน ชาญวีรกูล 4.5% อันดับ 5 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 3.8% อันดับ 6 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 3.5% อันดับ 7 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ 2.5% อันดับ 8 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 2.4% ส่วนยังไม่ตัดสินใจ 2.4% และอื่น ๆ 8.4%

เมื่อถามว่าจะเลือก สส. บัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองใด พบว่า อันดับ 1 เลือก สส. พรรคประชาชน 41.1% อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 28% อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย 7.2% อันดับ 4 พรรคไทยสร้างไทย 5.3% อันดับ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ 4.6% อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ 3.8% อันดับ 7 พรรคโอกาสใหม่ 2.5% อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ 1.6% ยังไม่ตัดสินใจ 1.7% และอื่น ๆ 4.1%

สำหรับปัจจัยที่เลือก สส. ระบบบัญชีรายชื่อนั้น พบว่า อันดับ 1 เลือกเพราะนโยบายพรรค 55.9% อันดับ 2 เลือกเพราะชื่นชอบแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค 19.4% อันดับ 3 เลือกเพราะเชื่อมั่นหัวหน้าพรรค 17.3% พึงพอใจคุณสมบัติผู้สมัคร 5.4% และอื่น ๆ 2%

เมื่อถามว่าจะเลือก สส. ระบบเขตจากพรรคการเมืองใด พบว่า อันดับ 1 พรรคประชาชน 37.9% อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 35.8% อันดับ 3 พรรคไทยสร้างไทย 5.3% อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย 4.7% อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ 3.5% อันดับ 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ 2.6% อันดับ 7 พรรคโอกาสใหม่ 2.5% อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ 1.5% ยังไม่ตัดสินใจ 2.6% และอื่น ๆ 4%

Advertisement

ส่วนปัจจัยที่ทำให้เลือก สส. ระบบเขต พบว่า อันดับ 1 ชอบนโยบายพรรคการเมือง 52.3% อันดับ 2 พึงพอใจคุณสมบัติผู้สมัคร 17.6% อันดับ 3 เชื่อมั่นหัวหน้าพรรค 15.4% อันดับ 4 ชื่นชอบแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค 13% และอื่น ๆ 1.8%

เมื่อถามว่าให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขปัญหาด้านใดมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 นโยบายด้านเศรษฐกิจ 58.4% อันดับ 2 นโยบายด้านปราบทุจริต สแกมเมอร์ ทุนเทา 31.6% อันดับ 3 นโยบายด้านความมั่นคง แก้ปัญหาชายแดน 6.6% และอื่น ๆ 3.4%

นอกจากนี้ เมื่อสอบถามว่าจะไปลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หรือไม่ พบว่า 96.4% ตอบว่าไป และตอบว่าไม่ไป 3.6%

เมื่อถามว่าจะเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ พบว่า อันดับ 1 เห็นชอบ 83.2% อันดับ 2 ไม่เห็นชอบ 10.6% และไม่แสดงความคิดเห็น 6.2%

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิเคราะห์ผลโพลมติชน-เดลินิวส์ ว่า หากผลโพลออกมาเป็นเช่นนี้ ก็หมายความว่า พรรคประชาชนยังนำพรรคเพื่อไทย แต่ก็สะท้อนว่าในพื้นที่ กทม. พรรคเพื่อไทยก็ยังชิงพื้นที่จากพรรคประชาชนได้ เพราะในคะแนนโพลเรื่อง สส. เขต ทั้งสองพรรคยังเบียดกันอยู่ ซึ่งตรงกับข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ตนเคยได้รับ ว่าพรรคประชาชนจะไม่สามารถรักษาพื้นที่ กทม. ไว้ได้ทั้ง 32 เขต

ดร.สติธร กล่าวว่า ส่วนการสะท้อนพื้นที่ภูมิภาคอื่นนั้น เนื่องจากผลโพลนี้สะท้อนภาพคนเมืองที่เป็น Active Citizen ที่อาศัยอยู่ในเมือง จึงสะท้อนได้ว่าพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เป็นเขตเมืองหรือเขตอุตสาหกรรม เช่น จ.สมุทรปราการ พรรคประชาชนยังมีความอุ่นใจ แต่หากเป็นเขตรอบนอกที่บ้านใหญ่ยังมีอิทธิพล ก็ยังเสียวหน่อย และตนเชื่อว่า ในการเลือกตั้งรอบนี้ คนจะพิจารณาผู้สมัคร สส. เขตมากขึ้น ไม่เหมือนครั้งก่อนที่คนจะเลือกทั้งพรรคและตัวผู้สมัคร มีความเป็นไปได้ว่า จากคนที่เลือกพรรคประชาชนสองใบ รอบนี้อาจจะเลือกใบเดียว ทั้งนี้ ตนคาดการณ์ว่าพรรคประชาชนจะได้ สส. บัญชีรายชื่อประมาณ 45 คน

ดร.สติธร วิเคราะห์ตัวเลขผลการเลือกตั้งว่า ในส่วนของพรรคประชาชน ตนยังเชื่อว่าจำนวน สส. เขตจะลดลง จาก 112 คนน่าจะเหลือ 90 คน หากบวกกับจำนวน สส. บัญชีรายชื่อ คาดว่าจะได้ สส. รวมกัน 135 คน

ส่วนพรรคภูมิใจไทย หากดูจากผลโพล ตนประเมินว่าจะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 18 คน ส่วน สส. เขตนั้น หากประเมินจากพื้นที่ต่างจังหวัด และการที่คะแนนของพรรคประชาชนตัดกับคะแนนของพรรคเพื่อไทย คาดว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ สส. เขต 140 คน รวมเป็น 158 คน

ส่วนพรรคเพื่อไทย ตนประเมินว่าจะได้ สส. บัญชีรายชื่อ 22 คน ส่วน สส. เขตนั้น ที่เคยได้ ก็อาจจะยังรักษาไว้ได้อยู่ ซึ่งตนประเมินว่าเสียให้พรรคคู่แข่งไป 20 คน จึงคาดว่าจะได้ สส. เขต 92 คน รวมแล้วจะได้ สส. ทั้งหมด 114 คน

ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้วิเคราะห์ผลโพลมติชน-เดลินิวส์ ว่า ผลโพลคงไม่ได้บอกทั้งหมด แต่อาจจะเบี่ยงเบนไปพอสมควร แต่ก็อนุมานได้ว่า ในบรรดาคนที่ติดตามการเมืองมีความคิดเห็นประมาณนี้ แต่คงไม่ได้บ่งชี้ผลที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ตอบโพล
ดร.ปุรวิชญ์ กล่าวว่า จากผลโพลคงยังไม่ใช่ตัวตัดสินว่าใครจะแพ้หรือชนะ เพราะคะแนนยังเฉือนกันไม่มาก แต่ถ้าในสนาม กทม. พรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยน่าจะห้ำหั่นกันพอสมควร

ดร.ปุรวิชญ์ กล่าวว่า หากดูจากโพล การเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงการตัดคะแนนที่ยังไม่เยอะ ตนมองว่าในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แม้จะเป็น 2 สัปดาห์สุดท้าย ก็ยังมีโอกาส 50 ต่อ 50 ที่ยังพลิกได้ นอกจากนี้ ผลโพลยังสะท้อนการโหวต สส. แบบแบ่งเขต และ สส. บัญชีรายชื่อแบบแยกกัน เช่นอาจมีหลายพื้นที่ที่เลือกพรรคเดิม แต่ไม่เลือก สส. เขตคนเดิม โดยเฉพาะของพรรคประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาผลงานส่วนใหญ่เป็นของ สส. บัญชีรายชื่อ แต่ผลงานของ สส. เขตหลายคนยังไม่เข้าตา อย่างไรก็ตาม ยังมองว่าพรรคประชาชนยังมีโอกาสได้ สส. บัญชีรายชื่อถึง 40 คน

ดร.ปุรวิชญ์ กล่าวว่า ในส่วนพรรคเพื่อไทย แม้ผลโพลจะตามหลัง แต่หากดูจากข้อมูลและกระแส สำหรับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตก็ยังถือว่าใช้ได้ ซึ่งถึงแม้ว่าผลโพลรอบนี้คะแนนนิยมพรรคจะไม่ได้เยอะเท่าพรรคประชาชน แต่ยังมองว่าความนิยมของนายยศชนัน จะสามารถช่วยดึงคะแนนการเลือกตั้ง สส. เขตได้ ส่วนจำนวน สส. บัญชีรายชื่อ คาดว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะได้มากกว่า 20 คน

ดร.ปุรวิชญ์ วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งว่า ตนขอแทงสวน ดร.สติธร เพราะตนยังให้พรรคประชาชนได้ สส. ทั้งหมด 150-160 คน ส่วนพรรคภูมิใจไทย ตนคาดว่าจะได้ สส. ทั้งหมด 120-140 คน เพราะตนไม่เชื่อว่าตัวตึงของพรรคภูมิใจไทยจะเข้าวินหมด ส่วนพรรคเพื่อไทย ตนประเมินว่าจะได้ 90-110 คน