กรณ์ เหน็บ “ภูมิใจไทย” ย้อนแย้ง ไม่ซื่อสัตย์ในยุทธศาสตร์ หลังปลุกกระแส “ไม่เลือกเรา-เขามาแน่” สร้างความเกลียดชัง ไม่รู้กลัวอะไร ทั้งที่เพิ่งร่วมรัฐบาลกับแดง ขอส้มโหวตนายกฯให้ เชื่อในกทม.ภท.ไม่มีโอกาสชนะ ปชน.
เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคภูมิใจไทย เสนอวาทกรรม “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ในการชิงคะแนนเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.ว่า วาทกรรมแบบนี้เคยใช้มาในอดีต โดยส่วนใหญ่เอามาใช้กรณีไม่มีอะไรเหลือในมือจะต่อสู้แล้ว และในอดีตจะพบว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวไม่เคยประสบความสำเร็จ เพราะสุดท้ายประชาชนก็เลือกคนหรือพรรคที่เขาคิดอยากจะเลือก เขาไม่เคยยอมให้วาทกรรมแบบนี้มาทำให้คน กทม.หันไปเลือกเพราะความพยายามสร้างความเกลียดชัง หรือกระตุ้นความรังเกียจที่อาจจะมี
นายกรณ์กล่าวต่อว่า ในอดีตนั้นเป็นเรื่องของการเลือกระหว่าง 1 กับ 2 ที่แบ่งขั้วชัดเจน แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ เพราะพรรคภูมิใจไทยส่งสัญญาณชัดเจนพร้อมจัดตั้งรัฐบาล ได้ทั้งแดงและส้ม ดังนั้นที่บอกว่าเขามาแน่ ไม่แน่ใจหมายถึงสีแดงหรือสีส้ม แต่อาจหมายถึงส้มมากกว่า แต่กับทางส้มและแดง พรรคภูมิใจไทยก็ไม่เคยปฏิเสธไม่ร่วมรัฐบาล
“ผมมองว่าอย่าใช้เลย เพราะหากบอกว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ แต่กลับพร้อมร่วมรัฐบาลด้วย ผมว่ามันย้อนแย้ง ประชาชนฟังยิ่งสับสนต่อเจตนาความดังใจที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอ ผมไม่รู้ว่าพรรคภูมิใจไทยกังวลใจอะไร เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยพร้อมร่วมรัฐบาลทุกคน และสามารถที่จะนำตัวเองไปเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรัฐบาลทุกครั้ง ครั้งนี้มาพยายามแยกระหว่างเขากับเรา ด้วยเหตุผลอะไรผมไม่แน่ใจ เพราะกับแดงก็เพิ่งร่วมกับเขามา ส่วนส้มก็ไปขอคะแนนให้มาเลือกตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี แต่วันนี้กลับพูดกระตุ้นให้ประชาชนรังเกียจ ผมคิดว่ามันไม่ถูกต้อง” นายกรณ์กล่าว
นายกรณ์กล่าวว่า ข้อเท็จจริงหากต้องการเสนอยุทธศาสตร์ให้คนไม่อยากได้ส้มเป็นรัฐบาลจริง โดยเฉพาะ กทม. ภูมิใจไทยไม่ควรเสนอให้เลือกน้ำเงิน เพราะน้ำเงินไม่ใช่พรรคที่มีโอกาสที่ชนะส้มมากที่สุด ดังนั้นหากซื่อสัตย์ในยุทธศาสต์ดังกล่าวจริง ควรแนะนำให้ถูกต้องว่าควรเลือกพรรคไหน
ทั้งนี้ ตนไม่มีคำใดตอบโต้กับวาทกรรมดังกล่าว แต่ขออย่าพูดย้อนแย้งหรือกระตุ้นให้เกลียดชังเพราะต้องการคะแนน หากจะเสนอยุทธศาสตร์อะไรขอให้ซื่อสัตย์ในข้อเท็จจริง


