พิพัฒน์ ปราศรัยพังงาเดือด ขอเลือกภูมิใจไทย ชี้ ‘อนุทิน’ ของจริงปกป้องชาติได้

28.01.26 | 18:10 น.
พิพัฒน์

พิพัฒน์ ควง ‘ศุภชัย’ ปราศรัยพังงาเดือด ขอเลือกภูมิใจไทย ยันปกป้องชาติ–อธิปไตย ชี้ ‘อนุทิน’ ของจริงไม่ใช่มือสมัครเล่น ยึดพื้นที่คืนมาได้ ขอต้องการทั้งเขต-บัญชีรายชื่อ สร้างพลังแก้ปัญหารอบด้าน อย่าเลือกพรรคไม่เอาทหาร–โพลได้แค่ 30–40 เสียงทำให้เสียงแตก  ‘แม่ทัพภาคใต้’ ย้ำได้เป็นรบ. สนามบินอันดามัน – สะพานข้ามเกาะคอเขา มาแน่

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 มกราคม ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายชลัฐ รัชกิจประการ และนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายอรรถพล ไตรศรี หรือโกชัย ผู้สมัคร ส.ส.พังงา เขต 1 และนายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ ผู้สมัคร ส.ส.พังงา เขต 2

โดยนายพิพัฒน์ปราศรัยกับชาวพังงาว่า ตนเป็นคนจังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ เป็นคนใต้ มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะทวงคืนสิ่งที่พวกเราเสียโอกาสไปในรอบ 30 ปี ให้จังหวัดพังงามีความเจริญเช่นเดียวกับภาคกลาง อาทิ ไฟส่องสว่าง ถนน 4 เลน และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะดำเนินโครงการสนามบินอันดามัน และโครงการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ในงบประมาณปี 2570 ที่ได้ดำเนินการผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมแล้ว และจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากเลือกเบอร์ 37

พิพัฒน์

ทั้งนี้ เกาะคอเขาจะเป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา เป็นการท่องเที่ยวแบบรักโลก ที่ตนได้ทำการศึกษาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ที่ได้หารือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในจังหวัดพังงา ที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะมาลงทุนที่เกาะคอเขา โดยได้ขอให้ประชาชนที่มีที่ดินอยู่บนเกาะคอเขาอย่าพึ่งรีบขาย แต่หากมีการตอกเสาเข็มต้นแรกบนฝั่งเมื่อไหร่ เชื่อมั่นว่าราคาที่ดินจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน จึงขอให้รอวันที่ราคาขึ้นก่อน แล้วค่อยพิจารณาว่าจะขายหรือจะเก็บไว้ลงทุนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดความเจริญและรายได้ จะหลั่งไหลเข้ามาที่จังหวัดพังงาอีกหลายพันเท่า

พิพัฒน์

Advertisement

ด้านนายศุภชัยปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขณะนี้การเมืองมีการแบ่งขั้วกันอย่างชัดเจน ระหว่างพรรคอนุรักษนิยมกับพรรคสมัยใหม่ที่มีแนวคิดแตกต่างจากพี่น้องประชาชน เมื่อแยกเช่นนี้แล้ว พี่น้องไม่มีทางเลือกที่จะเลือกตามอารมณ์ อย่าเลือกตามอารมณ์รัก อย่าเลือกเพราะความชอบอย่างเดียว และอย่าเลือกเพียงเพราะเคยเลือกมาแล้ว

ดังนั้น ต้องเลือกทางตรง เลือกรัฐบาลที่ยืนอยู่ในโลกปัจจุบันได้ เพราะประเทศกำลังเผชิญภัยสารพัด ทั้งปัญหาความมั่นคงชายแดน ยาเสพติด สแกมเมอร์ สีเทา สีดำ รวมถึงความพยายามตั้งกาสิโน ซึ่งถือเป็นอันตรายต่อประเทศ อีกทั้งยังมีปัญหาเศรษฐกิจ จึงต้องเลือกพรรคภูมิใจไทยเพื่อเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ เพราะมีทีมบริหารประเทศที่พร้อม ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดต รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แคนดิเดต รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ แคนดิเดต รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พิพัฒน์

นายศุภชัยกล่าวว่า พร้อมกันนี้พรรคยังมีผู้นำคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมาเพียง 3 เดือน สามารถปกป้องอธิปไตยของชาติ ไม่ยอมเสียดินแดนให้กัมพูชา และสามารถยึดแผ่นดินที่ถูกยึดครองกลับคืนมาได้

นายศุภชัยกล่าวย้ำว่า พี่น้องต้องตัดสินใจเลือกทั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 เพื่อให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี อย่าให้เสียงแตก ต้องทำคะแนนให้เหนียวแน่น เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยมีพลังมากพอในการแก้ปัญหาให้ประชาชน

“วันนี้เอามือสมัครเล่นมาเป็นรัฐบาลไม่ได้ วันนี้พี่น้องที่รักชาติต้องเลือกพรรคการเมืองที่ยืนข้างชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่าปล่อยคะแนนหลุดไปให้พรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะพรรคที่มีปัญหากับทหาร ตั้งคำถามว่าทหารมีไว้ทำไม และอย่าไปเลือกพรรคการเมืองที่โพลบอกได้เพียง 30-40 เสียง ต้องเลือกพรรคเดียว คือพรรคภูมิใจไทย” นายศุภชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน นายพิพัฒน์ พร้อมนายศุภชัย ใจสมุทร ลงพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เพื่อช่วยนายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ ผู้สมัคร ส.ส.พังงา เขต 2 หาเสียง โดยขึ้นรถแห่และเดินเท้าพบปะชาวบ้านในตลาดสด บขส.ตะกั่วป่า ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำนโยบาย “พูดแล้วทำ คนละครึ่ง พลัส” มุ่งแก้ปัญหาปากท้อง พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการรับเรื่องจากชาวบ้านเพื่อผลักดัน “โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะคอเขา-บ้านน้ำเค็ม” ให้คืบหน้า เพื่อยกระดับการคมนาคมและคุณภาพชีวิตชาวพังงาอย่างเป็นรูปธรรม