เปิด 3 ช่องทาง แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส. ยันไม่ไปออกเสียงประชามติก็ต้องแจ้ง ป้องเสียสิทธิ

3.02.26 | 22:31 น.

เปิด 3 ช่องทาง แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส. ยันไม่ไปออกเสียงประชามติก็ต้องแจ้ง ป้องเสียสิทธิ

หลังจากผ่านพ้นช่วงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้านอกเขต เมื่อวันที่ 1 ก.พ.69 ที่ผ่านมา สถานีต่อไปคือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป และการออกเสียงประชามติ โดยจะเปิดให้ประชาชนคนไทยที่มีสิทธิได้ออกไปใช้สิทธิออกเสียงใน วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีของประชาชนผู้ที่มีเหตุจำเป็น หรือไม่สามารถออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติแก้ไขร่างรัฐธรรม กกต. ได้เปิดช่องทางให้แจ้งเหตุจำเป็นเพื่อป้องกันการถูกจำกัดสิทธิ

โดยขั้นตอนการแจ้งเหตุดังนี้

1.กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. 

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

  • ช่วงเวลาก่อนวันเลือกตั้ง วันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ 2569
  • ช่วงเวลาหลังวันเลือกตั้ง วันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2569

ช่องทางการแจ้งเหตุ ดังนี้

Advertisement
1.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทางดังนี้
  • เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th
  • หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/
  • หรือแอพพลิเคชั่น “ทางรัฐ”
  • หรือแอพพลิเคชั่น Smart Vote
  • หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส.” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)
1.2 ยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ/นายทะเบียนท้องถิ่น
1.3 ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
1.4 ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน

โดยแจ้งตามข้อ 1.2-1.4 ต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ

ซึ่งต้องระบุ

  • หมายเลขประจำตัวประชาชน
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  • เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

สิทธิที่จะเสียหากไม่ไปเลือกตั้งและไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ

ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. และไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วแต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

(1) ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(2) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น
หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

(3) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง

2.กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงได้

  • ก่อนวันออกเสียง วันที่ 14 มกราคม-7 กุมภาพันธ์ 2569
  • หลังวันออกเสียง วันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2569

ช่องทางการแจ้งเหตุ ดังนี้

2.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน

  • เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th
  • หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/
  • หรือแอพพลิเคชัน “ทางรัฐ”
  • หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote
  • หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)
2.2 ยื่นด้วยตนเอง
2.3 ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
2.4 ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน

โดยแจ้งตามข้อ 2.2 – 2.4 ต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ

โดยระบุ

  • หมายเลขประจำตัวประชาชน
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  • เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง

สิทธิที่จะเสียหากไม่ไปออกเสียงประชามติ แล้วไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ

ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

(1) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

(2) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

(3) เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 9 (5) (บัญญัติว่า การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด)

(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง และหากในการออกเสียงครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงอีกให้นับเวลาการจำกัดสิทธิครั้งหลังนี้โดยนับจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงครั้งใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใดให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง