We Watch ชี้แพทเทิร์นพิรุธ อาสาสมัครปูด ‘อุบลฯ เขต7’ ให้ถ่ายบัตรคู่บัตร แลกรับ 1,000 ?

10.02.26 | 12:35 น.

We Watch เห็นแพทเทิร์นน่าสงสัย โกยสารพัดข้อพิรุธ ‘บัตรเขย่ง-นับผิด’ อาสาสมัครปูด ‘อุบลฯเขต7’ ให้ประชาชนถ่าย บัตรประชาชน คู่บัตรลงคะแนน แลกรับเงิน 1, 000 อยู่ระหว่างตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 4 มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) แถลงผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปและการลงประชามติ 2569

การแถลงข่าวครั้งนี้จะเปิดเผยข้อมูล ข้อเท็จจริง และการประมวลผลจากผู้สังเกตการณ์ทั่วประเทศครอบคลุมสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง วันเลือกตั้ง (8 กุมภาพันธ์ 2569) จนถึงหลังการเลือกตั้ง พร้อมสะท้อนปัญหา กรณีศึกษา และผลกระทบที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้งและประชามติ รวมถึงข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการเลือกตั้งที่เคารพสิทธิและเสียงของประชาชน

โดยจากการสังเกตการณ์ ของอาสาสมัครทั้ง 16,360 คน ซึ่งกระจายตัวในทั่วทุกภูมิภาคทั่วประเทศ 77 จังหวัด 400 เขตเลือกตั้ง ภาพรวมการเลือกตั้งยังมีข้อกังขากลายประการ ได้รับรายงานร้องเรียน ที่ชี้ให้เห็นทั้งปัญหาและข้อจำกัดของ กกต. และระบบการเลือกตั้ง พบความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. ปรากฏซ้ำในหน่วยเลือกตั้งหลายจังหวัด

ประเด็นที่ 1 มีการจัดสถานที่และอุปกรณ์ไม่เอื้อต่อการใช้สิทธิ สำหรับผู้พิการ และผู้สูงอายุ ไม่มีทางลาดสำหรับรถเข็น อย่างเช่น เพชรบุรี เขต 3 บางกรณีส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขณะใช้สิทธิ ให้ข้อมูล เอกสารไม่ครบถ้วน บัตรตัวอย่างสีขาว-ดำ บางพื้นที่ไม่มีตัวอย่างบัตรประชามติ รวมถึงกรณี ย้ายหน่วยเลือกตั้งโดยไม่ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าอย่างทั่วถึง เช่น นครศรีธรรมราช เขต 1, สมุทรปราการ เขต 5 หน่วย 52-55 และ นนทบุรี เขต 3 หน่วยที่ 5 รวมถึงบางหน่วย มีแสงสว่างไม่เพียงพอ เป็นอุปสรรคต่อการสังเกตการณ์ของประชาชน

Advertisement

ประเด็นที่ 2 การคุ้มครองหลักการลงคะแนนโดยรัฐ ตามหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่เสรีเป็นธรรม พบกรณีคูหา ไม่มีผนังทึบกั้นด้านหลังคูหา หรือตั้งโต๊ะของเจ้าหน้าที่ใกล้คูหาเกินไป อาจทำให้มองเห็นการลงคะแนนได้ ซึ่งพบลักษณะนี้ในบางหน่วยของ กทม., สมุทรปราการ, สุราษฏร์ธานี, สุโขทัย และนครศรีธรรมราช เป็นต้น ซึ่งอาจกระทบต่อเสรีภาพในการจตัดสินใจใช้สิทธิ

ประเด็นที่ 3 ข้อผิดพลาดจากบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หลายกรณี เช่น รายชื่อถูกขีดฆ่าออก ระบุว่าเป็นผู้เสียชีวิต, ยังอยู่ทะเบียนบ้านเดิมแม้ย้ายที่อยู่เป็นเวลานานแล้ว หรือข้อมูลเลือกตั้งไม่ตรงกับภูมิลำเนาจริง นอกจากนี้ ยังพบกรณีประชาชนตรวสจสอบสิทธิของตัวเองในระบบออนไลน์ ปรากฏว่ามีสิทธิ แต่เมื่อไปถึงหน่วยเลือกตั้ง กลับไม่พบในบัญชีหน้าหน่วย เช่น หน่วยออกเสียงประชามติ ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เขตที่ 6, บัญชีรายชื่อของ จ.กาฬสิทธุ์ หายไปทั้งจังหวัด และยังพบกรณีลักษณะนี้ที่ จ.พะเยา เขต 1 รวมถึงกรณีข้อมูลสถานที่ใช้สิทธิไม่ตรงกัน ระหว่างเอกสารที่ส่งถึงบ้าน กับในออนไลน์ ส่งผลให้ประชาชนต้องเดินทางหลายแห่ง และเกือบเสียสิทธิ

ประเด็นที่ 4 ความโปร่งใสของเอกสาร พบความผิดปกติของเอกสารที่ต้องเปิดเผยกับประชาชนในหลายหน่วย ได้แก่ เอกสารแสดงจำนวนบัตรเลือกตั้ง ก่อนลงคะแนน, เอกสารแสดงจำนวนบัตรเลือกตั้ง หลังลงคะแนน และเอกสารการนับคะแนน , พบกรณีไม่ติดประกาศหน้าหน่วย หรือจุดที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ บางหน่วยเก็บเอกสารผลนับคะแนนออกจากหน่วยในระบะเวลาอันสั้น รวมถึงจำนวนบัตรและผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกัน หรือ ‘บัตรเขย่ง’ ส่งผลต่อความโปร่งใสในการเลือกตั้ง

ตัวอย่างกรณีเช่น พิจิตร เขต 1 จำนวนผู้มีสิทธิ 145,512 คน ผู้มาใช้สิทธิ 100,830 คน แต่ผลคะแนนรวม 13,175 คะแนน หรือ กรณี สกลนคร ผู้มาใช้สิทธิ 440 คน แต่จำนวนบัตรที่นับได้มี 545 ใบ, ปทุมธานี เขต 5 หน่วยที่ 5 ก็พบความผิดพลาด จนต้องนับใหม่ถึง 3 รอบ หรือ ขอนแก่น เขต 11 ระบุบัตรดี 74,696 ใบ แต่ผลคะแนนรวมมีถึง 97,904 คะแนน, บุรีรัมย์ เขต 1 ผู้มาใช้สิทธิ 80,457 คน แต่ผลคะแนนรวม 86,162 คะแนน ซึ่งสะท้อนถึงความผิดพลาดในกระบวนการจัดการบัตร นับคะแนน หรือการจัดทำเอกสาร ซึ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม

ประเด็นที่ 5 การปฏิบัติหน้าที่ของ กรรมการประชจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) บางหน่วยเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจสอบหลักฐานแสดงตนใช้สิทธิ หรือให้ข้อมูลที่อาจสร้างความสับสน เช่น แจ้งว่าออกเสียงได้ทุกหน่วย เพิ่มชื่อได้แม้ไม่มในทะเบียน รวมถึงชี้นำการออกเสียง เช่น พิจิตร เขต 1 และ 2 รวมถึงการไม่ฉีกบัตรออกจากต้นขั้ว, ฉีกบัตรตามรอยพับ แทนรอยปรุ ทำให้ต้องยุติการนับคะแนน, ร้อยเอ็ด เขต 6 มีเจ้าหน้าที่ยืนคุมการลงคะแนน เป็นต้น

รวมไปถึง พบรายงานจำนวนมาก เรื่องการวินิจฉัยบัตรดี / บัตรเสีย ผิดพลาด เช่น นนทบุรี เขต 1 บัตรออกเสียงประชามติ ที่แม้ทักท้วงก็ไม่เปลี่ยนคำวินิจฉัยแต่อย่างใด รวมถึงการขานนับและขีดคะแนนผิดพลาด เช่น กาฬสินธุ์ เขต 5 หน่วยที่ 6 รวมถึงการไม่หันกระดานคะแนนให้ผู้สังเกตการณ์ และความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องแสดงต่อสาธารณะ รวมถึง สงขลา เขต 2 มีบัตรเสียจำนวนมาก จากปัญหาทางเทคนิค เช่น หมึกซึมเมื่อพับบัตร

ประเด็นที่ 6 การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน พบว่า หลายหน่วยยังไม่เข้าใจหลักการความโปร่งใสและสิทธิในการสังเกตการณ์ หลายกรณีปฏิเสธ หากไม่มีเอกสารยืนยันจากพรรค ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพเอกสาร หรือห้ามบันทึกภาพ หรือวิดีโอ บางพื้นที่ฝนตกที่รุนแรง ส่งผลให้การนับคะแนนและสังเกตการณ์เป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องย้ายสถานที่นับคะแนนอย่างฉุกเฉิน

ประเด็นที่ 7 พฤติกรรมส่อทุจริตและการซื้อเสียง เช่น อุบลราชธานี เขต 7 มีการให้ประชาชนถ่ายภาพบัตรประชาชน ร่วมกับบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว เพื่อนำไปแลกรับเงิน 1,000 บาท ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง
พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 ปรากฏรายงานจากสื่อมวลชน กรณี กปน.ถูกกล่าหาว่าพยายามหย่อนบัตรเลือกตั้งเพิ่ม 7 ใบ โดยกกต.และตำรวอยุ่ระหว่างสอบสวน

ชลบุรี เขตที่ 1 ประชาชนยื่นร้อง กกต. ให้ตรวจสอบการเลือกตั้ง เนื่องจากพบพฤติการณ์ที่อาจไม่สุจริต ได้แก่ ไฟฟ้าดับระหว่างนับคะแนน ผลคะแนนไม่สอดคล้องกับบัตร ไม่นับตามขั้นตอน อยู่ระหว่งการตรวจสอบ