ผู้กอง ชี้แค่กระแสข่าวภท.ไม่ดึงร่วมขั้ว เชื่อ ‘อนุทิน’ มียุทธศาสตร์ตั้งรบ.แล้ว นั่งตีขิมอยู่บ้าน

11.02.26 | 06:20 น.
ผู้กอง

ผู้กอง ชี้แค่กระแสข่าวภท.ไม่ดึงร่วมขั้ว เชื่อ”อนุทิน”มียุทธศาสตร์ตั้งรบ.แล้ว นั่งตีขิมอยู่บ้าน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ กรณีกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะเชิญพรรคเพื่อไทย (พท.) ร่วมรัฐบาล แต่ไม่เชิญพรรคกธ. ทาง ร.อ.ธรรรมนัส กล่าวว่า สมการอยู่ที่พรรคแกนนำว่าจะเชิญหรือไม่ เป็นนักการเมือง ต้องพร้อมได้ทุกเรื่อง อย่าไปกังวล

เมื่อถามถึง กระแสข่าวพรรคภท.ดัดหลังพรรคกธ. ไม่ดึงมาร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะก่อนจะกล่าวว่า “กระแสข่าวคือกระแสข่าว ยังไวเกินไปที่จะพูดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล” เมื่อถามว่ามั่นใจความสัมพันธ์กับนายอนุทินใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “แล้วมีอะไรให้หมางใจกัน มีเหตุอันใดต้องหมางใจกัน”

เมื่อถามว่า สูตรจัดตั้งรัฐบาล การจับขั้วพรรคสีไหนจะทำให้มีเสถียรภาพ น้ำเงิน เขียว ต้องมีใครเพิ่มอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เชื่อว่ายุทธศาสตร์ของพรรคภท.วางแผนหมดแล้ว เพียงแต่ว่ารอเวลาให้ชัดเจน ยังไม่ใช่เวลามาคุยตอนนี้ ยังมีระยะเวลาที่กกต.รับรองภายใน 60 วันตามกฎหมาย จะครบประมาณต้นเดือนเมษายน ไวไปที่จะบอกจับกับพรรคนั้นพรรคนี้”

“ถ้าผมเป็นพรรคภท. ตอนนี้จะนั่งตีขิมอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นจะต้องไปคุยกับพรรคโน้นพรรคนี้ แต่พรรคบางพรรคที่อยากจะร่วมรัฐบาลอาจจะพูดมากหน่อยเป็นเรื่องปกติ สำหรับพรรคกธ.อยู่ในที่ตั้ง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

เมื่อถามว่า เสถียรภาพรัฐบาลควรจะมี 300 เสียงขึ้นไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่จำเป็น สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ผมถือว่าเป็นคนขับเคลื่อน ได้เสียงจากพรรคเล็กไม่น้อยกว่า 19 พรรค ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐขณะนั้นในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย จนท้ายที่สุดรวมได้ 251 เสียงก็อยู่รอดปลอดภัย”

Advertisement

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าภท. กล่าวถึงกระแสข่าวพูดคุยร.อ.ธรรมนัส จับมือตั้งรัฐบาล รวมถึงจับกับพท.ว่า “ทุกอย่างจะขยับอะไรต้องให้กกต.รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้ได้แต่เตรียมการคิดไปเรื่อยๆ”

ผู้สื่อข่าวถามว่าป็นขั้วเดิมในการทำงานไปด้วยกันใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “บอกตอนนี้ไม่ได้ อย่าเพิ่งถาม” ถามย้ำว่าจะมีสูตรร่วมรัฐบาลอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่บอก บอกไม่ได้ แต่จะต้องทำให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นใหม่มีเสถียรภาพมากที่สุด”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวเลข 300 หรือ 290 หรือเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม นายอนุทิน ยิ้มโดยไม่ตอบคำถามดังกล่าว

ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภท.ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงทิศทางการตั้งรัฐบาลว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน รอความชัดเจนทั้งหมดก่อนจึงจะเริ่มหารือ ขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเหมาะสมของพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งน้อยยิ่งดีหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ต้องดูว่าอะไรที่จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพทำงาน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มองว่าตัวเลขที่เหมาะสมอยู่ที่ใกล้เคียงจำนวน 300 เก้าอี้

เมื่อถามว่า นอกจากตัวเลขจำเป็นต้องดูที่รายชื่อของพรรคการเมืองด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ไม่ใช่ข้อจำกัด สุดท้ายแล้วเราต้องมาดูเรื่องของนโยบายหาเสียงของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร มีนโยบายที่ขัดแย้งกับพรรคภท.หรือไม่ หากไม่ขัดแย้งก็จะคุยและหารือกัน

ในส่วนของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีมีการทาบทามจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคอันดับ 1 หรือไม่ ว่า ยังไม่มีการประสานมา เข้าใจว่าต้องรอความชัดเจนของจำนวนและตัวเลขของกกต.ก็ยังไม่นิ่ง ส่วนของเราไม่ใช่ฝ่ายที่จะดำเนินการใดๆ พร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาทอยู่แล้ว ยืนยันว่ายังไม่ได้เริ่มคิด แต่คงต้องมานั่งคุยกันเพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องตัดสินใจ

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค พท.กล่าวเสริมว่า “รอให้ตัวเลขชัดเจน และรอให้คนสบายใจต่อผลการเลือกตั้งที่ออกมา เมื่อความรู้สึกยังไม่สงบ ยังไม่นิ่ง จะมาพูดเรื่องการตั้งรัฐบาล มองว่าไม่คำนึงถึงความรู้สึกและความยุติธรรมที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ใส่ใจเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล อยากให้ใส่ใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์พอที่จะรับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ แล้วคำนึงถึงความรู้สึกประชาชน อย่าเพิ่งถามว่าใครจะตั้งกับใครเลย ต้องถามว่าวันนี้เหมาะสมหรือไม่ กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร หลายเรื่องที่เสนอมาแล้วถูกเงียบเฉยไปจะทำอย่างไร ดังนั้น ต้องรอให้ทุกอย่างและตัวเลขนิ่งก่อน”