แนวร่วมธรรมศาสตร์ -ประชาชน ยื่นกกต. นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ-ลาออกรับผิดชอบ

11.02.26 | 12:07 น.

แนวร่วมธรรมศาสตร์ -ประชาชน ยื่นกกต. นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ-ลาออกรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. ที่หน้าอาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ “กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ประกาศนัดหมายรวมตัวที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อทวงถามถึงความโปร่งใสการนับคะแนนผลการเลือกตั้ง พร้อมแสดงจุดยืน #นับใหม่ทั้งประเทศ

บรรยากาศพบว่ากลุ่มมวลชนนำโดย กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” นายสายน้ำ ปรีญาพิวัติ และนายธีรภพ เต็งประวัติ 2 นักเคลื่อนไหว และกลุ่มนักศึกษาและภาคประชาชน ทยอยเดินทางมารวมตัวกัน

ทั้งนี้ พบว่ามวลชนมาพร้อมกับหีบเลือกตั้ง เขียนข้อความสื่อสารแสดงออกถึงจุดยืนว่า “ระวังบัตรเกิดใหม่” บางส่วนชูป้ายข้อความ “นับใหม่ทั้งประเทศ” และยังมีการเขียนป้ายผ้าขนาดใหญ่อีก ว่า “อห อส กกต หค”

จากนั้นตัวแทน “กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” อ่านแถลงการณ์ถึงข้อเรียกร้อง โดยเริ่มจากการตั้งคำถามว่า “กกต.มีไว้ทำไม? นี่คือสิ่งที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดในสังคมไทย ณ ขณะนี้ ภายหลังปรากฏว่ามีความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

Advertisement

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ได้บัญญัติไว้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่ในการ “ควบคุม ดำเนินการ และจัดให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหลายเขตเลือกตั้ง กลับกลายเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่บกพร่อง ล้มเหลว และสุ่มเสี่ยงต่อ การเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จนเป็นที่ประจักษ์ได้ว่าเกิดการทุจริตอย่างร้ายแรงและไม่อาจเชื่อถือได้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริตและเที่ยงธรรม

จากการเฝ้าสังเกตการณ์และรวบรวมหลักฐาน เราพบความผิดปกติที่เป็นแบบแผนเดียวกัน ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น

1.เหตุการณ์ไฟฟ้าดับระหว่างการนับคะแนนในหลายหน่วยเลือกตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม

2.การขานผลคะแนนที่ไม่ตรงกับบัตรเลือกตั้ง การขีดคะแนนที่กำกวม ไม่โปร่งใส และบิดเบือนตัวเลขจริง

3.การรายงานผลการเลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์ที่ผิดพลาด ล่าช้า หยุดชะงัก และมีการปรับแก้คะแนนให้ลดลงจนผิดสังเกต

4.การใช้อำนาจโดยมิชอบของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด ในการกีดกันการตรวจสอบของประชาชน

จากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เนื่องจากคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ทุกท่าน ล้วนได้รับการอบรมจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) มาแล้วทั้งสิ้น

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือหากจะกล่าวหาให้ร้ายแรงกว่านั้น คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจกระทำการสมรู้ร่วมคิดกันเป็นขบวนการเพื่อบิดเบือนเจตจำนงของประชาชนอยู่หรือไม่?

การปล่อยปละละเลยในครั้งนี้คือการทำให้ผลการเลือกตั้งดำเนินต่อไปบนพื้นฐานของความไมโปร่งใส โดยมีเจตนาที่จะบิดเบือนเสียงของประชาชน เพื่อเรียกคืนความศรัทธาและรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย พวกเรากล่าวขอเรียกร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งหมด 5 ประการ ดังต่อไปนี้

1.ให้มีการ “นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ” อย่างเปิดเผย และให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นกระจายตัวเป็นวงกว้างจนระบบตรวจสอบปกติไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อีกต่อไป

2.ให้ริเริ่มดำเนินการกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางวินัยและอาญาต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที

3.เปิดเผยผลคะแนนเลือกตั้งรายหน่วยทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้

4.หากเขตเลือกตั้งไหนนับคะแนนใหม่แล้ว ยังพบความผิดปกติ เช่น มีบัตรเลือกตั้งมาก หรือน้อยกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องประกาศให้การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะและจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งนั้น โดยเร็วที่สุด

5.ภายหลังการแก้ปัญหาทุกอย่างแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมด 7 คน ต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ หาก กกต.ยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้ และเดิบหน้ารับรองผลการเลือกตั้งต่อไป พวกท่านจะต้องรับผิดชอบกับความโกรธแค้นและวิกฤติศรัทธาที่มีอยู่ของประชาชนที่ไม่สามารถที่จะมีอะไรมาหยุดยั้งได้ทั้งสิ้น

พร้อมทิ้งท้าย “ด้วยความศรัทธาต่อเจตจำนง ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย”

จากนั้น พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมเจ้าหน้าที่ กกต. ออกมารับหนังสือตรวจตัวแทนภาคประชาชน ภายหลังรับหนังสือเสร็จ แผนภาคประชาชนได้เปิดไมค์สอบถาม พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ว่า ทุกเรื่องที่มีข้อสงสัยร้องเรียนต้องมีการรับเรื่อง และดำเนินการตรวจสอบให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายทุกเรื่อง

ส่วนรายงานผลการคะแนนรายหน่วยทุกหน่วยมีประมาณเกือบ 100,000 หน่วย จะมีการดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน โดยเฉพาะเอกสารรายงานผลคะแนนรายหน่วย จะนำขึ้นเว็บไซต์ของ กกต. จังหวัดทุกจังหวัด และส่วนกลาง เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งทุกคนสามารถไป ตรวจสอบเพื่อดำเนินการได้

ส่วนจะตรวจสอบได้เมื่อไหร่นั้น พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ระบุว่า ช่วงนี้มีบางจังหวัดทยอยส่งข้อมูลเข้ามาแล้ว และเรากำลังเร่งทำให้เสร็จโดยเร็วในช่วง 1-2 วันนี้

ตัวแทนภาคประชาชนถามย้ำว่า ผ่านมาจนถึงวันที่ 11 ก.พ. มีปัญหาเกิดขึ้นมากมายและการแก้ไขปัญหาของ กกต. ล่าช้า ประชาชนจะสามารถตรวจสอบคะแนนแบบโปร่งใสได้เมื่อไหร่ โดย รองฯ ณัฐวัฒน์ กล่าวว่า ความจริงคะแนนหน้าหน่วยได้เสร็จสิ้นตั้งแต่แรกแล้วตามที่ติดหน้าบอร์ดหน่วย ซึ่งตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเราจะรวบรวมส่วนนี้ขึ้นเว็บไซต์

ประชาชนถามย้ำอีกทั้งหมดนี้ล่าช้ามาก ปชช.รอไม่ได้ การที่มาตอบวันต่อวันว่ากำลังดำเนินการแบบนี้ มองว่าไม่ใช่ พวกเราอยากได้ความมั่นใจจาก กกต. โดย พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์บอกเพียงว่า “ขอบคุณครับ ขออนุญาตรับเรื่องไว้ เดี๋ยวจะดำเนินการ”

ประชาชนถามอีกว่าจะมีการแถวความคืบหน้าทางการจาก กกต.อีกเมื่อไหร่ วันนี้จะแถลงหรือไม่ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์กล่าวว่า “เราแถลงได้ตลอดอยู่” ไม่ได้ตอบชัดว่าวันนี้จะมีแถลงหรือไม่

ช่วงนี้พบว่าประชาชนหลายคนไม่พอใจในคำตอบของ กกต. ได้ตะโกนด้วยอารมณ์ดุเดือดจนเกือบชุลมุน ว่า “ตอบไม่ชัดเจน เสียดายภาษี อยากได้คำตอบที่ชัดเจน พร้อมแสดงจุดยืนเรียกร้องให้นับใหม่“

จากนั้นมีประชาชนอีกรายสอบถาม กกต. ถึงความคืบหน้า “ชลบุรี เขต 1” โดยพันตำรวจตรีณัฐวัฒน์บอกว่า รองเลขาธิการ กกต.อีกท่าน ไปตรวจสอบแล้วเดี๋ยวรายงานเข้ามา“

จากนั้น นายภาคิน เจ้าหน้าที่ กกต. ชี้แจงเพิ่มเติม ว่า เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เรารับเรื่องทุกเรื่องที่มีข้อสังเกตและข้อสงสัยเรามอนิเตอร์ทุกข้อมูล เราจะประมวลเรื่องและทยอยชี้แจงทีละประเด็นไป

อย่างเช่นกรณีจังหวัดชลบุรี เราได้ส่งรองเลขาธิการรองชนินทร์เข้าไปตรวจสอบแล้ว ใช้เวลา 2 วัน และพอดำเนินการเสร็จ ต้องรายงานมาที่ส่วนกลางและจากนั้นจะมีคำวินิจฉัย บอกให้เป็นไปตามมติของคณะ กกต.

จากนั้นตัวแทนภาคประชาชนสอบถามเพิ่มเติมอีกว่า การนับใหม่ทั้งประเทศมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน พันตำรวจตรีณัฐวัฒน์กล่าวว่า “เดี๋ยวจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะ กกต. เพื่อพิจารณา”

ตัวแทนประชาชนถามอีกว่าจะรับผิดชอบอย่างไรกับข้อผิดพลาดทั้งหมด พันตำรวจตรีณัฐวัฒน์กล่าวว่า เรื่องทุกเรื่องที่ร้องเรียนจะมีการตรวจสอบทั้งหมด ตามที่นำเรียนไป ส่วนเรื่องที่ไม่ถูกต้องไม่เรียบร้อยก็มีการดำเนินการตามกฎหมายทุกประการแน่นอน

ภายหลังตอบคำถามนี้เสร็จ เจ้าหน้าที่ กกต.ได้ขอให้ตัวแทนประชาชนเข้าไปเซ็นเอกสารการยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการ ส่งผลให้บางส่วนแสดงความไม่พอใจ ทำนองว่าตอบคำถามยังไม่ชัดเจน ก่อนตะโกนโห่ร้องแสดงออก ว่า “การนับคะแนนครั้งนี้ไม่โปร่งใส นับใหม่ๆๆ นับใหม่ทั้งประเทศ”

ขณะเดียวกันบริเวณโดยรอบอาคาร มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.2 จำนวน 1 กองร้อย กระจายกำลังรักษาความปลอดภัย และยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ทุ่งสองห้องอีก 1 กองร้อย สแตนด์บายสังเกตการณ์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้มีการวางแผงเหล็กบริเวณด้านหน้าทางเข้าอาคารอีกด้วย