ลุ้น! 10 โมง พรุ่งนี้ กกต.ถกทางออก ดราม่าขอนับคะแนนชลบุรี ย้ำการร้องต้องมีหลักฐานชัด ไม่ใช่อ้างฟัง “เขาเล่าว่า” ส่วนเหตุปทุมฯ ส่อให้นับใหม่ ชี้ปมสาวเสื้อแดงบุกเปิดหีบ ให้กกต.เขต แจ้งความดำเนินคดี แจงปมแดชบอร์ด รายงานยอดคนใช้สิทธิเขต-บัญชีรายชื่อไม่ตรงกันนับแสน อ้างเป็นรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ขอรอฉบับสมบูรณ์
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ว่า วันนี้มีประชาชนมายื่นขอให้นับคะแนนใหม่ ทางสำนักงาน กกต.ได้รับเรื่องแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมเสนอคณะกรรมการ กกต.พิจารณาต่อไป สำหรับการยื่นขอนับคะแนนใหม่ในบางจังหวัด ซึ่งล่าสุด นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้มีการประชุมชี้แจงผู้อำนวยการการเลือกตั้งทั้ง 76 จังหวัดบวกกับกรุงเทพมหานคร ให้ทำความเข้าใจกับประชาชนที่สงสัยในประเด็นต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจ ส่วนถ้ายังมีข้อสงสัยและมีข้อร้องเรียนก็ให้เสนอมาตามกระบวนการเพื่อที่สำนักงานจะได้รวบรวมส่งเข้าที่ประชุม กกต.ต่อไป
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงาน กกต.จังหวัดเริ่มจัดทำประกาศผลการนับคะแนนรายหน่วย เพื่อเปิดเผยทางเว็บไซต์สำนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ 33 เขตของกรุงเทพฯ ได้ทยอยนำขึ้นแล้ว ประชาชนสามารถติดตามได้
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า สำหรับกรณีพื้นที่จังหวัดชลบุรีนั้นวันนี้ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. และคณะ ได้ลงพื้นที่ไปพบกับผู้ร้องและผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหลายแล้ว คาดว่า 12 ก.พ.นี้จะนำเสนอ กกต.เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ความเป็นไปเป็นมาทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าว

นางสุทธดา คงเดชา ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวน 1 กกต. กล่าวว่า การยื่นคำร้องสามารถยื่นได้ 30 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งข้อมูลจนถึงขณะนี้มีผู้ยื่นแล้ว 99 เรื่อง สั่งความปรากฏอีก 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่องการซื้อเสียง รวมทั้งหมด 113 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการซื้อเสียง มาตรา 73 (1) จำนวน 31 เรื่อง นอกจากเป็นข้อกล่าวหาจะกระจายกันไป แต่ที่มากที่สุดคือมาตรา 73 (5) คือการหาเสียงโดยหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ทั้งหมด 68 เรื่อง ขณะนี้มีการพิจารณาของ ผอ.กกต.จังหวัด และเลขาฯ กกต. เพื่อสั่งรับคำร้องให้ดำเนินการไต่สวนเป็นสำนวนแล้ว 39 เรื่อง
นางสุทธดากล่าวว่า ขอย้ำว่าการยื่นคัดค้านการเลือกตั้ง ตามระเบียบนั้นจะมีหลักเกณฑ์ว่า คำร้องต้องทำเป็นหนังสือ จะโทรแจ้งด้วยวาจาทางโทรศัพท์ไม่ได้ หรือส่งคำร้องทางไปรษณีย์ไม่ได้ จะต้องทำเป็นหนังสือและยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงาน กกต.จังหวัดเท่านั้น โดยในคำร้องต้องระบุวัน เดือน ปีที่ทำคำร้อง ระบุสถานะของผู้ร้องและผู้ถูกร้อง รวมถึงข้อเท็จจริงที่ร้องนั้นมีการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งเรื่องอะไรบ้าง อาทิ การให้เงิน การหาเสียงหลอกลวง หรือเจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลาง เมื่อยื่นแล้วจะพิจารณา ตรวจคำร้องว่าถูกต้องตามระเบียบกำหนดหรือไม่ ภายใน 3 วัน หากไม่ถูกต้องจะประสานผู้ร้องเพื่อให้แก้ไข ในส่วนของพนักงานสืบสวนเมื่อได้รับคำร้องมาแล้วจะตรวจสอบต่อไป

ส่วนคำร้องที่เกี่ยวกับการนับคะแนนนั้น ระเบียบเขียนไว้ว่าให้ยื่นระหว่างการนับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ หรือกรณีคำร้องเกี่ยวกับการรวมคะแนนให้ยื่นก่อนประกาศผลการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้เราจะเห็นว่าหลายจังหวัดจะมีผู้สมัครไปยื่นคำร้องที่จังหวัด เพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ และตามระเบียบสืบสวนการยื่นคำร้องเกี่ยวกับการนับคะแนนต้องยื่นที่หน่วยเลือกตั้งระหว่างที่ยังนับคะแนนไม่เสร็จเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เราไม่ใช่ว่าจะตัดไปเลย บางกรณี กกต.ก็จะนำมาพิจารณา เพื่อสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ต้องอยู่ที่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ไป ถ้าเกินเวลา แต่หากพยานหลักฐาน หรือข้อเท็จจริงเพียงพอ เราก็จะสามารถสั่งให้ดำเนินการไต่สวนกรณีความปรากฏได้ แต่ไม่ใช่ว่าพยานหลักฐานที่ท่านเข้าใจเอาเอง หรือเขาเล่าต่อๆ กันมา โดยไม่มีพยานหลักฐานที่แน่ชัด
เมื่อถามถึงกรณีที่ชลบุรี มีการตีตกหลักฐาน จึงอยากถามว่าหลักฐานที่นำมาประกอบควรมีน้ำหนักแค่ไหน รวมถึงกรณีมีผู้เปิดหีบบัตรเลือกตั้ง จะมีความผิดอย่างไรหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของรองเลขาฯ กกต. ซึ่งท่านยังต้องประมวลข้อมูลในการสอบสวนกลับมาก่อนเพื่อจะเข้าสู่การพิจารณาดำเนินการ ส่วนกรณีที่มีน้องนักศึกษาเข้าไปในสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งนั้น ต้องบอกว่าบริเวณสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งอยู่ในความรับผิดชอบของ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการ หากทำให้เกิดความเสียหาย หรือไปล่วงละเมิดทรัพย์สินที่เก็บรักษาไว้ ก็เป็นอำนาจของ กกต.ประจำเขตที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีได้
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า สำหรับเขต 3 จังหวัดชลบุรี เรื่องการขนย้ายหีบบัตรมาเก็บบริเวณสำนักงาน กกต.จังหวัดชลบุรีในเวลาค่ำคืน ซึ่งตนขอชี้แจงว่า กระบวนการเก็บรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งอยู่กระบวนการยุบรวมหีบบัตร จากข้อมูลทราบว่า ดำเนินการเสร็จสิ้นประมาณ 17.30 น. ออกเดินทางเวลา 18.00 น. มายังอาคารเก็บพัสดุของ กกต.ประจำจังหวัด โดยมีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงควบคุมกำกับกระบวนการขนส่งหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์จนถึงสถานที่เก็บรักษา ซึ่งมาถึงเวลาประมาณ 19.00 น. จึงขอให้สบายใจ

เมื่อถามว่ามีบางจังหวัดพบเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่เก็บหีบบัตรในเวลาเช้ามืด ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า บัตรเลือกตั้งเมื่อทุกหน่วยนำมารวม มีกระบวนการยุบรวมหีบบัตรแล้วนำไปเก็บรักษาในสถานที่ แต่ละแห่งจะมีกล้องวงจรปิด ถ้าใครเข้าไปทำอะไรโดยไม่ชอบ มีปัญหาแน่นอน สามารถตรวจสอบได้ และทุกที่จะมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ไม่มีใครสามารถเข้าไปเปิด หรือยุ่งกับหีบบัตรได้
ส่วนกรณีหีบบัตรที่มีการโพสต์ว่ามีการซื้อขายใน shopee ได้ อาจมีข้อกังวลว่าจะมีการซื้อมาแล้วนำไปยุ่งกับ พยานหลักฐานได้ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เท่าที่ทราบว่าปรากฏผ่านสื่อโซเชียลเป็นการที่บางบริษัทได้กระทำโดยใช้การจำหน่ายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว คือ อบต.หรือเทศบาล อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกต.กำลังตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงว่าบริษัทไหนเป็นผู้ดำเนินการ และทำได้หรือไม่ เป็นการละเมิดสิ่งที่เป็นข้อมูลของสำนักงาน กกต.หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต่อให้ซื้อไปได้ก็ไม่สามารถนำมาใช้กับการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ เพราะเรามีกระบวนการ มีสายรัดคล้องหีบบัตร ซึ่งมีรหัสกำกับ เป็นมาตรการควบคุม นอกจากนี้ บริเวณหีบบัตรยังมีแบบปิดช่องใส่บัตร ซึ่งเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยชั้นดี ที่จะบอกว่าอันนี้เป็นหีบบัตรของหน่วยใด มีการลงลายมือชื่อของกรรมการคร่อมไว้ด้วย ดังนั้น ต่อให้ไปซื้อมาจากข้างนอกก็ไม่สามารถเอามาใช้กับการเลือกตั้งได้
เมื่อถามว่า กรณีปทุมธานีที่เพิ่งนับคะแนนใหม่ไปแล้วอนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ กปน.เป็นผู้นับ และขานคะแนน ผอ.กกต.จังหวัดจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ บุคคลที่ไปนับคะแนนตรงนั้นซึ่งไม่ได้เป็นบุคคลที่ถูกแต่งตั้งจาก กกต.จะมีความผิดหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เรากำลังประมวลเรื่องและเสนอ กกต.พิจารณาโดยเร็ว คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะส่ง กกต.ได้พิจารณาและทราบความคืบหน้าได้
เมื่อถามถึงแบบขีดคะแนน ส.ส. 5/11 บางเขต บางจังหวัด มีการพิมพ์เบอร์และชื่อผู้สมัครมาแล้ว แต่บางพื้นที่ใช้การเขียนด้วยปากกา ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า แบบขีดคะแนนแต่ละแห่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบเปล่า ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กปน. หรือ กกต.ประจำเขต เขียนหมายเลขของผู้สมัครให้สำหรับการอำนวยความสะดวก แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้บางเขตเขากังวลว่าเนื่องจากมีจำนวนพรรคการเมืองเยอะ หรือบางเขตมีผู้สมัครเยอะ จึงใช้วิธีการพิมพ์รายชื่อและหมายเลขให้เลย เพื่อป้องกันปัญหาในการเขียนของ กปน. ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของ กกต.ประจำเขตที่จะดำเนินการได้ ทำให้แต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันได้ แต่ให้ท่านมั่นใจว่าทั้งแบบขีดคะแนนเปล่า และแบบจัดพิมพ์สามารถใช้ได้เหมือนกัน

เมื่อถามต่อว่าตอนนี้มีการพูดถึงการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการของ กกต.มีข้อสงสัยว่าทำไมจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์แบบแบ่งเขต กับแบบบัญชีรายชื่อต่างกันเป็นหลักแสน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า สิ่งที่อยู่ในเว็บไซต์เป็นการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ฉะนั้นความคลาดเคลื่อนของการคีย์คะแนนของ กปน.มีโอกาสผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ แต่ขึ้นอยู่กับการประกาศผลการรับคะแนนอย่างเป็นทางการเมื่อมีการตรวจสอบจาก กกต.ประจำเขต และอีกอย่างการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการเป็นเพียงการรายงานผลแค่ 95% ดังนั้น ตรงนี้ตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีกระบวนการในการรายงานครบ 100% แล้วและตรวจสอบแล้ว ดังนั้น สิ่งที่อยากให้ติดตามคือ การประกาศผลการนับคะแนน ส.ส. 6/1 ซึ่งจะเป็นประกาศที่มีการตรวจสอบ และลงลายมือชื่อโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีมวลชนมาอยู่ด้านหน้า การทำงานของ กกต.กดดันและอยากสื่อสารกับประชาชนที่อยู่ด้านนอก กกต.หรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ฝากถึงพี่น้องที่อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน หรืออาจไม่ถูกต้อง ก็ต้องบอกว่ากรณีที่ท่านมีข้อสงสัย สามารถแจ้งมาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ไหนอย่างไร อย่างชัดเจน กกต.จะได้ไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ถ้าท่านบอกว่าเกิดในภาพรวม เราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเหตุที่ไหน อย่างไร ทำให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถสอบถามได้ที่สำนักงาน กกต.จังหวัดได้ ซึ่งจะมีการชี้แจงในเบื้องต้นให้เข้าใจได้ว่าผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างไร ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการร้องเรียน
เมื่อถามว่า การยื่นคำร้องโดยใช้หลักฐานเท็จจะมีโทษอย่างไร และมีกระบวนการดำเนินการอย่างไรต่อไป นางสุทธดากล่าวว่า คำร้องที่ยื่นต้องเป็นข้อเท็จจริง ถ้าปรากฏว่าเป็นการกระทำอันเป็นเท็จเพื่อจะเป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้สมัครคนใดหรือพรรคการเมืองใดถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งก็จะมีโทษตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12 ก.พ.นี้ กกต.จะมีการประชุมในเวลา 10.00 น. เพื่อรับทราบรายงานผลการตรวจสอบเหตุขอนับคะแนนใหม่ที่จังหวัดชลบุรี แต่ตอนนี้พยานหลักฐานมีเพียงการกล่าวอ้าง และที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีการทักท้วงระหว่างการนับคะแนนแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อไม่มีการทักท้วง ซ้ำยังไม่มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับความผิดปกติที่เข้าข่ายให้ กกต.สั่งให้นับคะแนนใหม่ได้ ส่วนกรณีจังหวัดปทุมธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนให้ทางจังหวัดรายงานเหตุการณ์ขึ้นมา ซึ่งผลการนับคะแนนที่นักศึกษาเป็นผู้นับคะแนนนั้น ถือว่าเป็นผลคะแนนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะนำไปสู่การที่ กกต.สั่งให้มีการนับใหม่ หรือกลับไปใช้ผลคะแนนจากการนับในครั้งแรก

