‘วิษณุ’ ชี้บาร์โค้ดทำให้เลือกตั้ง ‘ไม่ลับ’ ขัดรธน.ม.85 ‘ศุภชัย’ โต้พิสูจน์ไม่ได้ลงคะแนนให้ใคร

20.02.26 | 06:25 น.

‘วิษณุ’ ชี้บาร์โค้ดทำให้เลือกตั้ง ‘ไม่ลับ’ ขัดรธน.ม.85 ‘ศุภชัย’ โต้พิสูจน์ไม่ได้ลงคะแนนให้ใคร ปชน.จับตากาบัตร22 ก.พ. ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว 28 ราย

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังบรรยายในหลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ วบส.รุ่น 14 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) วันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรณีมีผู้สอบถามประเด็นการเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะจากการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้งและสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ อาจส่งผลให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่

นายวิษณุกล่าวว่า การตีความกฎหมายเรื่องนี้ได้ 2 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 ผลการลงคะแนนเลือกตั้งไม่ลับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงอย่างไร ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 แนวทางที่ 2 ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทางลับ โดยพิจารณาตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา โดยความเห็นส่วนตัว ตนเห็นด้วยกับแนวทางที่ 1 ว่าไม่ได้ลับ เพราะสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ คำว่าลับในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 หมายความว่า ต้องเป็นความลับตลอดเวลา ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก 2 เดือนมาเปิดดูแล้วรู้ว่าใคร ถือว่าเลือกตั้งโดยลับไม่ได้

“การเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นโมฆะหรือไม่ ตอบไม่ได้ และไม่กล้าคาดเดา อยู่ที่ กกต.จะสั่งอย่างไร หาก กกต.เห็นว่าไม่ลับ ก็สั่งเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เพราะบัตรเลือกตั้งเหมือนกันทั้งประเทศ ถ้า กกต.ไม่อยากสั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศก็ออกได้ทางเดียว ว่าการลงคะแนนเป็นความลับตอนกาบัตรเลือกตั้ง ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไรไม่กล้าฟันธง แต่จะบอกว่าเอาแค่ กกต.รับผิดไปก็แล้วกัน จะไม่เป็นแบบนั้น เพราะคดีเมื่อปี 2549 ต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ กกต.ต้องรับผิดแล้วติดคุก ครั้งนี้ไม่แน่ใจว่า กกต.ติดคุกหรือไม่ แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบเพราะบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต. ฉะนั้นเอาคุณแสวงไปติดคุกคนเดียวไม่ได้ คงต้องหาเพื่อนให้ด้วย”

ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า วันนี้ประจักษ์ชัดแล้วว่าในบัตรเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นบาร์โค้ดรหัสบัตร ตรวจย้อนกลับไปได้ว่าประชาชนลงคะแนนเสียงให้ใคร การมีอยู่ของบาร์โค้ดทำให้การออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ไม่ลับ ประเด็นนี้จะถูกทดสอบและสังเกตการณ์อีกครั้งในการเลือกตั้งใหม่บางหน่วยในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ หาก กกต.ยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งไม่มีปัญหาจริง ควรเห็น 2 อย่างคือ 1.ใช้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2.การนับคะแนนไม่มีความพยายามปกปิดบาร์โค้ด สิ่งที่กังวลใจว่า กกต.อาจออกแนวปฏิบัติปกปิดบาร์โค้ด ถ้าทำเช่นนั้นเท่ากับยอมรับแล้วว่าบาร์โค้ดมีปัญหา เพราะเป็นแนวปฏิบัติแตกต่างจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์

“กรณีพรรค ปชน.เตรียมยื่นฟ้อง กกต.ในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น ปัจจุบัน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังทำคำฟ้อง คาดว่าจะสามารถยื่นได้อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า เนื้อหาหลักไม่พ้นประเด็นบาร์โค้ดที่ทำให้การออกเสียงไม่ลับ” นายพริษฐ์กล่าว

Advertisement

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชนแล้ว 28 เรื่อง แยกคำร้องเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรก ปัญหาการละเมิดสิทธิประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่มีการร้องว่าการลงคะแนนบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ 18 ราย ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องแสวงหาข้อเท็จจริงจากผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง วินิจฉัยตามพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายว่าคำร้องมีมูลพอจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาหรือไม่ ประเด็นที่ 2 ปัญหาการจัดการเลือกตั้งของ กกต. เจ้าหน้าที่ กกต. การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ไ ม่ชอบด้วยกฎหมาย 10 ราย

นายศุภชัย ใจสมุทร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า การอ้างความเห็นของนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีว่าการเลือกตั้ง ส.ส.2569 อาจมีปัญหาเรื่องความลับของการลงคะแนน เนื่องจากมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้น รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรงและลับ ต้องไม่มีระบบที่สามารถเชื่อมโยงตัวบุคคลกับตัวเลือกที่ลงคะแนนได้ มิได้หมายความว่าบัตรต้องไม่มีรหัสหรือเครื่องหมายใดๆ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งจัดทำเพื่อควบคุมจำนวนบัตร ป้องกันการปลอมแปลง และบริหารจัดการในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ไม่ได้เชื่อมโยงรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และไม่มีระบบติดตามว่าใครลงคะแนนให้ใคร การจะวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง “เป็นโมฆะ” ต้องมีการละเมิดหลักการพื้นฐานอย่างร้ายแรง และต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่เพียงข้อสันนิษฐานว่าระบบ “อาจ” ไม่ลับ