ศิลปอาชา-สะสมทรัพย์ ชัดเจน จ่อซบภูมิใจไทย ยันชัดเลือดสุพรรณ ไปด้วยกันทั้ง ชทพ.
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน นายอนุชา สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงการเตรียมย้ายจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไปพรรคภูมิใจไทยว่า เรื่องนี้มีการพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งการพูดคุยกันเองในพรรคชาติไทยพัฒนา ถึงอนาคตทางการเมืองของพรรคชาติไทยพัฒนา เพราะเรามองว่าการเมืองวันข้างหน้าพรรคเล็กจะอยู่ไม่ไหว พรรคเล็กจะทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้น้อยกว่าการได้รวมกันกับพรรคใหญ่ ซึ่งในขณะที่คุยกันก็ยังไม่ได้เคาะว่าจะไปไหน กระทั่งมาตกผลึกกันที่พรรคภูมิใจไทย
โดยเฉพาะสะสมทรัพย์ เรามองว่าพรรคภูมิใจไทยเหมาะสมกับพี่น้องประชาชนจังหวัดนครปฐมมากที่สุด ระหว่างสะสมทรัพย์กับศิลปอาชา เราเห็นพ้องกัน ไปไหนไปกัน เลือดสุพรรณ ซึ่งขณะนั้นรัฐมนตรีท็อป วราวุธ ศิลปอาชา ก็เลือกตรงกันกับกลุ่มนครปฐม จึงมาสรุปร่วมกันว่าจะไปพรรคภูมิใจไทยด้วยกัน และมีการพูดคุยกับระดับสูงสุดของภูมิใจไทยแล้วถึงทิศทาง และแนวทางในการรวมกัน เพื่อจะได้มีคำตอบให้พี่น้องประชาชนได้ว่า เหตุใดจึงเลือกภูมิใจไทย ซึ่งก็ได้ข้อสรุปที่ดี และในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ จะมีความชัดเจนอย่างเป็นทางการ ที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งตามมารยาทพรรคภูมิใจไทยจะต้องเป็นฝ่ายแถลงเอง
“สะสมทรัพย์ เราเล่นการเมืองมากว่า 30 ปี เราต้องกราบพ่อแม่พี่น้องชาวนครปฐมทุกคนที่เลือกสะสมทรัพย์มายาวนาน ซึ่งเราเห็นอะไรมามาก อย่างท่านไชยยศ สะสมทรัพย์ ก็เคยเป็นหัวหน้าพรรคก้าวหน้า เมื่อพรรคเล็กไม่สามารถทำประโยชน์ให้พี่น้องจังหวัดนครปฐมได้ดีมากพอ เราเองก็เลือกที่จะไปรวมกับพรรคใหญ่ในสมัยนั้น ตามกฎหมายพรรคการเมืองในยุคนั้น ที่ผ่านมาสะสมทรัพย์ เราไม่ได้ย้ายพรรคเรื่อยเปื่อย เราอยู่กับใครเราจริงใจ เรามีสัจจะ ย้อนไปตอนเราย้ายมาอยู่กับชาติไทยพัฒนา เพราะสะสมทรัพย์เราไม่เล่นการเมืองลักษณะคู่ขัดแย้ง เราขออยู่ตรงกลาง
“มาวันนี้เราก็จับมือกันพรรคชาติไทยพัฒนาทั้งหมด นครปฐม สุพรรณบุรี ร้อยเอ็ด ไปภูมิใจไทย พวกเราพรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 10 คน เรามั่นใจว่า เราเป็น ส.ส.ที่มีคุณภาพ เราอยู่กันอย่างไรเราก็อยู่กันอย่างนี้ โดยเฉพาะท่านวราวุธ อยู่กระทรวงไหนก็เป็นที่ยอมรับ แม้ว่าจะอายุน้อยแต่ด้วยคุณภาพ เราสมควรที่จะอยู่กับเขา” นายอนุชากล่าว และว่า ในเมื่อเราตัดสินใจไปพรรคภูมิใจไทยแล้ว เราก็จะร่วมกันทำให้พรรคนี้แข็งแกร่ง เป็นพรรคใหญ่เพราะมันเป็นหน้าที่แล้ว ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ มอบหมายให้ ส.ส.โหน่ง ภาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ หลานชายไปแทน เพราะตัวเองติดภารกิจ

