ประกาศกกต. แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ 2 จังหวัดขยับ ได้ ส.ส.เพิ่ม อีก 2 จังหวัด ถูกลดตาม

2.12.25 | 19:52 น.

ประกาศกกต. จำนวนส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แต่ละจังหวัด ปทุมธานี-สมุทรสาคร มี ส.ส.เพิ่ม


เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ราชกิจจานุเบกษา ออก ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี โดยมีเนื้อหาว่าด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้บัญญัติให้มีการกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและจำนวนเขตเลือกตั้ง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 86 และมาตรา 224 (1) ของรัฐธรรมนูญ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 43 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 และประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2567 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงออกประกาศให้ทราบเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้ง ดังนี้

1. จำนวนราษฎรสัญชาติไทยทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2567 มีจำนวน 64,953,661 คน

Advertisement

2. จำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 162,384 คน ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน

3.จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด มีดังนี้

จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้งมากที่สุดกรุงเทพมหานคร 33 เขต รองลงมา นครราชสีมา 16 เขต

จังหวัดที่มี 11 เขต ประกอบด้วย ขอนแก่น และ อุบลราชธานี

จังหวัดที่มี 10 เขต ประกอบด้วย เชียงใหม่, ชลบุรี, บุรีรัมย์, อุดรธานี

จังหวัดที่มี 9 เขต ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช, ศรีสะเกษ, สงขลา

จังหวัดที่มี 8 เขต ประกอบด้วย สุรินทร์, ร้อยเอ็ด, สมุทรปราการ, นนทบุรี ,ปทุมธานี

จังหวัดที่มี 7 เขต ประกอบด้วย ชัยภูมิ, สกลนคร, เชียงราย ,สุราษฎร์ธานี

จังหวัดที่มี 6 เขต ประกอบด้วย นครสวรรค์, นครปฐม, มหาสารคาม, เพชรบูรณ์, กาฬสินธุ์

จังหวัดที่มี 5 เขต ประกอบด้วย กาญจนบุรี, พระนครศรีอยุธยา, พิษณุโลก, ราชบุรี, ระยอง, สุพรรณบุรี, นราธิวาส,ปัตตานี

จังหวัดที่มี 4 เขต ประกอบด้วย กำแพงเพชร, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, นครพนม, ลำปาง, เลย, สมุทรสาคร, สระบุรี, ลพบุรี,สุโขทัย

จังหวัดที่มี 3 เขต ประกอบด้วย กระบี่, จันทบุรี, ชุมพร, น่าน, บึงกาฬ, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พัทลุง, พิจิตร, เพชรบุรี, แพร่, พะเยา, ภูเก็ต, ยโสธร, ยะลา, หนองคาย, หนองบัวลำภู, สระแก้ว, อุตรดิตถ์ , ตาก

จังหวัดที่มี 2 เขต ประกอบด้วย นครนายก, พังงา, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, อ่างทอง, อำนาจเจริญ, อุทัยธานี, สตูล, ลำพูน ,ชัยนาท

จังหวัดที่มี 1 เขต ประกอบด้วย ตราด, ระนอง, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศกกต.ฉบับนี้ เมื่อเทียบกับปี 2566 จะพบว่า จำนวนส.ส.จ.นครศรีธรรมราช ลดจาก 10 เหลือ 9 คน ขณะที่ ลพบุรี ลดจาก 5 คนเหลือ 4 คน ขณะที่จังหวัดที่มีส.ส.เพิ่มขึ้น ได้แก่ จ.ปทุมธานี จาก 7 เป็น 8 คน และ สมุทรสาคร จาก 3 คน เพิ่มเป็น 4 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 86 บัญญัติว่า การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ดําเนินการตามวิธีการ ดังต่อไปนี้ (1) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งเฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 400 คน จำนวนที่ได้รับให้ถือเป็นจำนวนราษฎรต่อสมาชิก 1 คน

ดังนั้น หากมีการยุบสภาภายในปี 2568 กกต.จะใช้ข้อมูลดังกล่าวดำเนินการจัดการเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไป แต่หากยุบสภาปี 2569 จะต้องใช้จำนวนประชากรที่สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จะประกาศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นฐานในการแบ่งเขตใหม่และคิดคำนวณจำนวนส.ส. พึงมีแต่ละจังหวัดใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อกกต.จะได้นำมาใช้ในการจัดการเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไป