ส.ส.ยอร์ช รับหนักใจ ลาออกชาติไทยพัฒนา ชี้ย้ายซบภท. จะช่วยพัฒนาสุพรรณ มั่นใจปักธงได้ทุกเขต

13.12.25 | 08:46 น.

ส.ส.ยอร์ช รับหนักใจ ลาออกชาติไทยพัฒนา ชี้ย้ายซบภท. จะช่วยพัฒนาสุพรรณ มั่นใจปักธงส.ส.ได้ทุกเขต

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่สาขาพรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดสุพรรณบุรี ถนนมาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา เขต 1 หรือ ส.ส.ยอร์ช ลูกหม้อบ้านใหญ่ชาติไทยพัฒนา ได้เปิดใจถึงกรณี การย้ายพรรคไปพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า  เป็นการพูดคุยกันของสมาชิกพรรคและตัวส.ส.ทั้งหมดแล้ว ยืนยันไปทั้ง 5 เขต ในส่วนของสุพรรณบุรี ซึ่งขณะนี้ตนเองได้พ้นสภาพการเป็นสมาชิกของพรรคชาติไทยพัฒนาแล้ว หลังได้ไปลาออกจากสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม

อ่านข่าววราวุธ ยื่นลาออก ชาติไทยพัฒนา แล้ว เตรียมนำ 10 อดีตส.ส. สวมเสื้อภูมิใจไทย 15 ธ.ค.นี้

นายสรชัด กล่าวต่อว่า ซึ่งเหตุผลที่เราไป พวกเรามองว่าการทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนาอยู่เดิม โอกาสในการทำงานเราน้อย เพราะว่าเราเป็นพรรคเล็ก ยิ่งสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันต้องทำงานกับ พรรคการเมืองใหญ่ แล้วเราก็คิดว่าเรามีอุดมการณ์เหมือนๆกัน แล้วก็มีวิธีการทำงานที่สืบทอดต่อกันมาของ นายบรรหาร ศิลปอาชา เรามองว่า ส.ส. 10 คน ของพรรคชาติไทยพัฒนามันเดินงานลำบาก ถ้าอยู่แบบนี้ต่อไป เราไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบาย แนวคิดที่เราอยากจะทำผลงานของเรายาก เราคิดว่าเราไปร่วมทำงานกับพรรคใหญ่ สามารถที่จะขับเคลื่อนทำกิจกรรมต่างๆได้

Advertisement

นายสรชัด กล่าวต่อว่า ก่อนตัดสินใจเราก็ได้ไปดูว่ามีพรรคไหนมีการดำเนินการอย่างไร เราก็มีการพูดคุยกันมาสักพัก พรรคไหนที่มีแนวคิดและการทำงานที่เหมือนกับเรา เราก็ยินดีที่จะร่วมงานด้วย ซึ่งเราก็คุยกันมาสักพักแล้ว สุดท้ายเราได้ตัดสินใจมองว่าพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นพรรคใหญ่ และเป็นพรรคที่เขาต้อนรับให้พวกเราเข้าไปอยู่ ไม่ได้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเขา แต่ว่าเค้าคิดเสมอว่าเป็นบ้านเดียวกัน คือเขาให้เกียรติเรามาก และเราก็ได้คุยถึงวิธีการทำงานต่างๆ แนวคิดของเราใกล้เคียงกันไปในทิศทางเดียวกัน เราจึงตัดสินใจไปพรรคภูมิใจไทยกันทุกคน

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกกดดันและหนักใจไหมในฐานเสียงเดิม ของพรรคชาติไทยพัฒนา จากการย้ายพรรคในครั้งนี้ นายสรชัด กล่าวว่า ตนมองว่าคนสุพรรณ มีความผูกพันกับพรรคชาติไทยพัฒนา มาเนิ่นนาน ตนและครอบครัวก็ผูกพันตั้งแต่เล็กจนโตเช่นกัน เป็นในการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ ถ้าเราจะสานต่อเจตนารมณ์ของนายบรรหาร และดำรงไว้แค่ 10 คน การเลือกตั้งคราวหน้า เราก็ไม่รู้ว่าเราจะเหลือกี่คนเพราะใน 10 คนนี้ มีเขต สุพรรณ 5 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน และนครปฐมอีก 3 คน ถ้าเราเดินงานโดยยึดว่าจะต้องเป็นชาติไทยพัฒนาเท่านั้น วันนั้นก็จะเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของคนสุพรรณ แต่ตนมองว่าวันนี้มันเป็นโอกาสที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนความเดือดร้อน ไปสะท้อนปัญหาที่เราจะทำงานในฐานะตัวแทนของเขา ถ้าเราจะยึดแค่ศักดิ์ศรี เราคิดว่าเราเลือกเดินให้บ้านเมืองพัฒนาและทำให้เกิดประโยชน์แก่คนสุพรรณดีกว่า

นายสรชัด กล่าวต่อว่า การตัดสินใจย้ายพรรคครั้งนี้ ก็หนักใจ หนักใจตั้งแต่การจรดปากกาการลาออกจากสมาชิกพรรคชาติไทยแล้ว และเราจะเดินก้าวไปใส่เสื้อของพรรคอื่น โดยเหตุผลว่าสมาชิกภูมิใจไทยครึ่งค่อน ก็เป็นศิษย์เก่าของชาติไทยพัฒนา เขาต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน และทุกคนก็เข้าใจว่าเป็นการมาร่วมทางกันเพื่อทำงานกันก่อน ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาเอง จะธำรงไว้ ซึ่งเราได้แจ้งกับผู้ใหญ่ทางพรรคว่ามีความจำเป็นที่จะต้องไปเติบโตในบ้านหลังใหม่ ส่วนหากวันนึงที่พวกเราเข้มแข็งแล้วเราก็จะกลับมาที่บ้านหลังเก่าชาติไทยพัฒนาซึ่งในอีก 3 ปีเราจะกลับมาใช้ชื่อพรรคเดิมคือ พรรคชาติไทย

“สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ผมมองว่าพี่น้องประชาชนแยกระหว่างส.ส. เขตกับการเลือกพรรค ซึ่งการเลือกพรรคเป็นการเลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ ความเป็น ส.ส.เขตจะเป็นความผูกพันกับพี่น้องประชาชนโดยตรงและก็มีเรื่องกระแสของพรรคเป็นตัวสนับสนุน จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาในทุกครั้ง ส.ส. พรรคชาติไทยพัฒนาคะแนน ส.ส. เขตเป็นที่หนึ่ง เพราะว่า.สส.แต่ละเขต ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่และยังครองใจพี่น้องประชาชน ส่วนทิศทางการเมือง การเลือกตั้งแบบสองใบ คือแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ทำให้ระบบการเมืองให้ความสำคัญในเรื่องของพรรคใหญ่ มีความสำคัญมากกว่าพรรคเล็กในการขับเคลื่อนนโยบาย ในการเลือกตั้งคราวหน้าผมก็ยังเชื่อมั่นว่า อดีตสส. ทั้งห้าเขตได้ตกลงพร้อมใจกันด้วยความสามัคคีที่เราจะไปร่วมงานในนามพรรคภูมิใจไทย ในไม่กี่วันนี้ เราย้ายแค่ชื่อพรรคไม่ได้ย้ายบ้าน เราเป็นคนสุพรรณผมเป็นคนสุพรรณ ส.ส.ทั้งหมดเป็นคนสุพรรณ ย้ายแค่ชื่อพรรค เรายังรักบ้านเมืองสุพรรณเหมือนเดิม เพราะพวกเราทำเพื่อคนสุพรรณ” นายสรชัด กล่าวต

ในขณะที่ล่าสุด การประชุมของสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา ได้มีมติอย่างชัดเจนแล้วว่า พรรคชาติไทยพัฒนา จะไม่ส่งผู้สมัครลงชิงชัย ในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลังอดีต ส.ส.ทั้ง 5 คน มีมติย้ายซบพรรคภูมิใจไทย เป็นที่แน่นอน