ปริญญา ยันชัดการสู้รบ ไม่ใช่เหตุเลื่อนเลือกตั้งได้ทั้งประเทศ ยกพรป.ส.ส.อธิบายยิบ

13.12.25 | 23:43 น.

ปริญญา ยันชัดการสู้รบ ไม่ใช่เหตุเลื่อนเลือกตั้งได้ทั้งประเทศ ยกพรป.ส.ส.อธิบายยิบ

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อเขียนผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “ชายแดนไม่สงบ #ขยายวันเลือกตั้งได้ จริงหรือ?” ไว้ว่า การที่เลขาธิการ กกต. แถลงต่อสื่อว่า ถ้ามีเหตุจำเป็น รัฐธรรมนูญ มาตรา 104 ให้อำนาจ กกต. #ขยายวันเลือกตั้ง ให้เกิน 60 วันได้นั้น ความจริงก็ไม่ถึงกับผิด แต่การใช้คำว่า “ขยายวันเลือกตั้ง” ทำให้เกิดความ #เข้าใจผิด ไปได้ว่า กกต. มีอำนาจขยายวันเลือกตั้ง หรือ #เลื่อนการเลือกตั้งไปได้เรื่อยๆ จนกว่าเหตุจะสิ้นสุดลง แล้วค่อยจัดเลือกตั้งภายใน 30 วันหลังจากนั้น ซึ่งไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ครับ

ที่ถูกต้องจริงๆ ตามมาตรา 104 คือ ต้องมีการกำหนดวันเลือกตั้งก่อน (ภาพประกอบ 2) โดยถ้าสภาผู้แทนอยู่ครบวาระ ก็จะต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน (มาตรา 102) หรือถ้ายุบสภา ก็จะต้องเลือกตั้งภายใน 60 วัน แต่ไม่เร็วกว่า 45 วัน (มาตรา 103)

เมื่อมีวันเลือกตั้งและเตรียมการเลือกตั้งแล้ว ต่อมาเกิด “กรณีที่มีเหตุจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” ซึ่งเป็นเหตุถึงขนาดทำให้ “ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง” ตามวันที่กำหนดไว้ได้ นั่นแหละ กกต. ถึงจะมีอำนาจตามมาตรา 104 ในการ ”กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ก็ได้“ ซึ่งวันเลือกตั้งใหม่ต้องจัดภายใน 30 วันหลังจากเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้นั้นสิ้นสุดลงครับ

สรุปคือ ต้องประกาศวันเลือกตั้งก่อน ซึ่งมาตรา 103 วรรคสาม กำหนดว่า ต้องประกาศภายใน 5 วันนับแต่วันยุบสภา ซึ่งก็คือจะประกาศไม่เกินวันอังคารที่ 16 ธันวาคม และหากถึงตอนใกล้ๆ วันเลือกตั้ง (คาดว่าจะเป็นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569) เกิดมี “เหตุจำเป็นอันมิอาจจะหลีกเลี่ยง” ถึงขนาด “ไม่อาจจัดการเลือกตั้งได้” ถึงจะกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ ไม่ใช่ขยายวันเลือกตั้งไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนนี้ครับ

Advertisement

และ อ.ปริญญา เขียนอีกตอนต่อมาเรื่อง “กกต. มีช่องให้รัฐบาลรักษาการอยู่ยาวได้ หากสถานการณ์สู้รบยืดเยื้อ จริงหรือ?” ความว่า ตามที่ผมโพสต์ไปเมื่อวานว่า จะอาศัยเหตุสู้รบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เลื่อนเลือกตั้งออกไปก่อนไม่ได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 103 เมื่อมีการยุบสภา จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน และไม่เร็วกว่า 45 วัน โดยต้องมีการประกาศวันเลือกตั้งและเตรียมการเลือกตั้งก่อน แล้วหากถึงวันเลือกตั้ง เกิดเหตุจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดย #ถึงขนาดที่จัดการเลือกตั้งในวันนั้นไม่ได้ กกต. จึงจะเลื่อนวันเลือกตั้งได้ครับ (ท่านที่สนใจไปอ่านได้ในโพสต์วันที่ 12 ธันวาคม)

วันนี้ผมจะมาโพสต์ต่อจากเมื่อวานในประเด็นต่อเนื่องที่สำคัญคือ ถ้าการสู้รบที่ชายแดน #ยืดเยื้อไปถึงวันเลือกตั้ง (ซึ่งน่าจะเป็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569) หรือสงบลงไปแล้ว แต่ #ปะทุขึ้นมาใหม่ในช่วงนั้น กกต. จะเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆ จนกว่าเหตุที่ชายแดนจะยุติ ได้หรือไม่?

ประเด็นคือการสู้รบที่ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น เป็นเหตุที่ จังหวัดชายแดน 7 จังหวัด ไม่ใช่เหตุที่กระทบการเลือกตั้งทั้งประเทศ จึงใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 104 เลื่อนเลือกตั้งทั้งประเทศไม่ได้ ครับ ต้องไปใช้ พรป. เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 102 คือ “เลื่อนเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้” เท่านั้นครับ

ถ้าเหตุที่ชายแดนทำให้เลื่อนเลือกตั้งทั้งประเทศได้ อย่างนี้สมมติฮุนเซนอยากจะป่วนเลือกตั้งของเรา ก็สั่งทหารกัมพูชาที่ชายแดนให้ก่อเหตุปะทะขึ้นมาอีก หรือสมมติมีใครอยากให้รัฐบาลรักษาการอยู่ยาวไปเรื่อยๆ ก็สร้างสถานการณ์ที่ชายแดนขึ้นมาเพื่อเลื่อนเลือกตั้งออกไป อย่างนี้ไม่ได้ครับ

สรุปคือ เหตุสู้รบที่ชายแดนไม่ใช่เหตุจำเป็นที่จะมาเลื่อนเลือกตั้งทั้งประเทศได้ ได้แค่เลื่อนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้ เท่านั้นครับ

หมายเหตุ: เท่าที่ผมอ่านคำแถลงของเลขาธิการ กกต. ในข่าว คุณแสวง บุญมี ก็ไม่ได้พูดผิดไปจากนี้เท่าไหร่ แต่การสื่อสาร การใช้คำ และองค์ประกอบอื่น (ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่) ทำให้คนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ