“หนุ่มเมืองจันท์” ชี้ เกมเลือกตั้ง 69 ยังพลิกได้ หลังโพลเผย ปชช.ยังลังเล มอง ภูมิใจไทยพร้อมสุด แต่ประมาท ปชน.ไม่ได้ ส่วน “ทักษิณ” ช่วยชูคะแนนเพื่อไทยยากขึ้น แนะจับตาเวทีดีเบต ใครสร้างกระแสได้ มีลุ้นชนะ เปิดสมการ รบ.หน้า น้ำเงินเลือกจับขั้วแดงมากกว่าส้ม
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 ธันวาคม ที่อาคารมติชน เครือมติชน เปิดตัวโครงการ MATICHON Thailand Election 2026 : เลือกตั้ง เลือกอนาคต โดยมี นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองประธานบริษัท มติชนฯ, นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองกรรมการผู้จัดการ และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด, นายวิชญศักดิ์ สุวรรณทัต รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ดิจิทัลและไอที เครือมติชน, นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการกองบรรณาธิการมติชน รวมถึงผู้บริหารเครือมติชน
และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายสรกล อดุลยานนท์ (หนุ่มเมืองจันท์) คอลัมนิสต์, รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ ประธานที่ประชุมอธิการบดี ม.ราชภัฏ ทั่วประเทศ, นายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารเดลินิวส์, น.ส.นลิน รุจิรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและการตลาด ร่วมงาน

จากนั้นเวลา 10.50 น. นายสรกล อดุลยายนท์ คอลัมนิสต์ มติชนสุดสัปดาห์และประชาชาติธุรกิจ กล่าวในเวทีเสวนา มองเกมเลือกตั้ง 2569 ถึงความพร้อมของแต่ละพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า ตนมองว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมที่สุด แต่การเมืองไทยมองวันนี้แล้วสรุปเลยไม่ได้ ดูได้จากกระแสช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่จนถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กระแสก็พลิกไปพลิกมา
อย่างไรก็ตาม จังหวะนี้เป็นจังหวะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อยู่ในจุดที่สูงที่สุด เพราะเกิดสถานการณ์ชายแดน และในช่วงที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งที่นายอนุทินสื่อสารไม่ได้สื่อสารกับทรัมป์ แต่สื่อสารกับคนในประเทศ ซึ่งการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งที่สู้กับทรัมป์ได้ ถือเป็นภาพเชิงบวกกับนายอนุทิน ประกอบกับที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ไปพูดในสภาว่า หากวาระนี้โหวตแบบนี้ นายอนุทินยุบสภาเลยดีกว่า นายอนุทินเลยใช้บอกว่ายุบตามพรรคประชาชน ไม่ได้หัก
นายสรกลกล่าวต่อว่า แม้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะบอกว่าพร้อมมาก แต่ก็ต้องดูว่าสองเดือนต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ดูอย่างตอนการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลได้คะแนนโพลต่ำมาก แต่ในช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งเพียงสองเดือน ก็สามารถดันกระแสขึ้นมาได้ ในขณะที่พรรคประชาชนในปัจจุบัน ตอนแรกทุกคนก็เชื่อว่ามีโอกาสแลนด์สไลด์ แต่พอตัดสินใจเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ และเกิดเหตุการณ์ชายแดน คะแนนโพลก็ลดลงเรื่อยๆ ดังนั้น แม้พรรคภูมิใจไทยจะพร้อมที่สุด แต่พรรคประชาชนก็มีความพร้อมของตัวเอง แม้จะมีปัญหาเรื่อง ส.ส.เขต แต่ที่ผ่านมา ส.ส.เขตที่ได้รับการเลือกตั้งมา ก็ได้มาจากกระแสพรรค 80% แต่ที่น่าสนใจคือ การวางตัวของพรรคประชาชนครั้งนี้ประนีประนอมมากขึ้น บางจุดก็เลือกกลุ่มทายาทบ้านใหญ่หรือนักการเมืองท้องถิ่นมาลง
นายสรกลกล่าวว่า ยอมรับว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคที่ประเมินได้ยาก เพราะเป็นพรรคที่นอกเหนือการคาดหมาย สมัยก่อนแม้จะชนะคะแนนโพล แต่ทุกคนก็ฟันธงว่าแพ้กระสุนในวันสุดท้าย แต่สุดท้ายก็เกิดปรากฏการณ์การเมืองที่ไม่ใช้เงินซื้อเสียงสามารถชนะได้ ดังนั้นตนไม่เคยประมาทในเรื่องนี้เลย โพลวันนี้ที่คน 40% ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด อาจจะมีคนอกหักที่พรรคประชาชนไปโหวตเลือกนายอนุทิน แต่พรรคประชาชนมีข้อเด่นคือ การตลาดที่มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เหมือนคนกินร้านอาหารมังสวิรัติ พนักงานอาจจะบริการไม่ดีอยู่ครั้งหนึ่งจนไม่น่าพอใจ แต่พอหันไปร้านอื่นก็ขายเนื้อหมด

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนจะเจอปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะทุกพรรคที่พุ่งเป้าชนไปที่พรรคประชาชน แม้แต่พรรคเพื่อไทย แทนที่จะพุ่งเป้าไปที่นายอนุทิน เขาก็เทน้ำหนักไปที่พรรคประชาชนถึง 70% ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลก นอกจากนี้ ทุกพรรคก็พยายามแก้เกมกับพรรคประชาชน เช่น การเลือกตั้งที่ จ.ชลบุรี ซึ่งครั้งที่แล้วบ้านใหญ่ชนกันเองจนพรรคประชาชนแทรกกลางขึ้นมา แต่หากครั้งนี้บ้านใหญ่จับมือกัน คะแนนก็จะบวกขึ้น ดังนั้นนี่คือโจทย์ที่พรรคประชาชนจะเจอในหลายจังหวัด
นายสรกลกล่าวว่า พรรคประชาชนยังมีโอกาสที่จะได้คะแนนนิยมกลับมา แต่ต้องดูว่าเขาจะแก้คะแนนที่อกหักอย่างไร เพราะพรรคประชาชนมักเป็นพรรคที่กระแสเริ่มต้นไม่ค่อยดี แต่ด้วยพฤติกรรมของโหวตเตอร์รุ่นใหม่ที่ทุกคนรอกาบัตร ทำให้พรรคประชาชนยังเป็นพรรคที่ประมาทไม่ได้
นายสรกลกล่าวอีกว่า ส่วนพรรคกล้าธรรม คิดว่าพร้อมแน่นอน เพราะเป็นพรรคที่คล้ายกับพรรคภูมิใจไทยในอดีต เพราะไม่ได้สนกระแสของพรรค แต่เน้น ส.ส.เขตคนเก่า ส่วนพรรคเพื่อไทย ตอนแรกมีการประเมินว่าจะไหลออกเยอะ แต่ ณ ตอนนี้ ยังถือว่าไหลออกไม่เยอะมากนัก ดังนั้น ยังประมาทเพื่อไทยไม่ได้ ส่วนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังเป็นไม้เด็ดของเพื่อไทยได้หรือไม่นั้น ตนมองว่าเบาลง ตอนแรกที่นายทักษิณเข้าเรือนจำ คิดว่ากระแสความสงสารและความเห็นใจจะมากกว่านี้ แต่ตนยังไม่เห็นมากนัก และเมื่อมีปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ ภาพลักษณ์ของนายทักษิณก็อาจจะเบาลงมานิดหนึ่ง แต่การยุบสภาเร็ว ทำให้การเลือกตั้งอาจจะเกิดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่นายทักษิณจะออกจากเรือนจำได้ช่วงเดือนมีนาคม ขณะเดียวกัน หากเลือกตั้งแล้วคะแนนของพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแปร นายทักษิณก็อาจจะตกเป็นตัวประกันอีกรอบ

นายสรกลกล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ในอดีตเคยมีกระแส ส่งใครในภาคใต้ก็ชนะ แต่ปัจจุบัน เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กราฟคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ขึ้นมาอย่างน่าตกใจ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าวันเวลาอันหอมหวานนั้นจะกลับมาหรือไม่ แต่อีกหนึ่งปัจจัยคือ กลุ่มอนุรักษนิยมเคว้งคว้าง เมื่อการเลือกตั้งปี’62 กลุ่มอนุรักษนิยมมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหลักยึด แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ลงเลือกตั้งแล้ว กลุ่มเหล่านี้ก็ไม่มีหลักยึด แต่คนกลุ่มนี้ชื่นชอบบุคลิกแบบนายอภิสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ตนไม่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ฐานใน กทม.เยอะมาก
นายสรกลกล่าวต่อว่า ในช่วงเวลาหาเสียงสองเดือน ต้องจับตากระแสในช่วงเวทีดีเบตด้วย เพราะพรรคเพื่อไทยเองก็ประเมินหลังการเลือกตั้งว่า เขาพลาดที่ไม่ส่งคนไปเวทีดีเบต ดังนั้น ต้องดูว่าหลังจากนี้ใครจะสามารถสร้างกระแสในเวทีดีเบตได้ ทั้งนี้ กระแสของแต่ละพรรคไม่ได้หยุดนิ่งแบบนี้ โดยเฉพาะกระแสฝ่ายขวา ตนเองก็ไม่ทราบว่าเหตุปะทะชายแดนจะลากยาวไปถึงเมื่อไหร่ คนอาจจะเปลี่ยนมุมมองก็ได้ และปัญหาเรื่องเศรษฐกิจจะกลับมา เนื่องจากเหตุปะทะชายแดนครั้งนี้ เกิดขึ้นตอนช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหาใหญ่ และอาจจะส่งผลถึงการเจรจาการค้ากับทรัมป์
นายสรกลกล่าวว่า สำหรับการจับขั้วตั้งรัฐบาลในครั้งหน้า มองว่าสมการยังคงเป็นสามพรรคหลัก ตัวเลขคะแนนเลือกตั้งจะกำหนดให้สองพรรคใหญ่ต้องจับมือกัน และดึงพรรคระดับกลางมาจับมือกัน ซึ่งสองเดือนหลังจากนี้ จะกำหนดว่าคะแนนของทั้งสามพรรคจะเป็นอย่างไร แต่พรรคประชาชนก็รู้ตัวว่าถ้าไม่แลนด์สไลด์ โอกาสเป็นรัฐบาลก็จะยาก ดังนั้น ภาพที่นึกไม่ถึงแต่มีโอกาสเกิดขึ้น คือ แดงจับกับน้ำเงิน ส่วนน้ำเงินจับกับส้ม ตนมองว่าเกิดขึ้นได้ยาก
“การเมืองที่ผ่านมา เกิดคำถามว่าประชาชนอยู่ตรงไหนในสมการนี้ ซึ่งตนรู้สึกว่าคำตอบของคำถามนั้นก็คือวันนี้ เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ประชาชนมีอำนาจสูงสุด อยากให้ประเทศไทยมีอนาคตแบบไหน ก็กำหนดเกมด้วยปากกาของคุณเอง” นายสรกลกล่าวทิ้งท้าย


