เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม เวลาประมาณ 13.30 น. ที่โถงชั้น G อาคารสำนักงานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ พร้อมด้วยนายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงความร่วมมือในการทำโพล ‘มติชน-เดลินิวส์ โพล เลือกตั้ง 2569’ ซึ่งจะมี 2 ครั้ง โดยครั้งแรก ระหว่างวันที่ 18-29 ธันวาคมนี้ เป็นการสอบถามทัศนคติทางการเมืองว่าสนับสนุนพรรคใด และใครควรเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนครั้งที่ 2 จะเริ่มต้นในวันที่ 9-23 มกราคม 2569 โดยมีคำถามที่ล้อไปกับบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีพันธมิตร คือ คณะนักวิชาการร่วมวิเคราะห์ ได้แก่ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ (อ่านข่าว มติชน-เดลินิวส์ จับมือแถลง ลุย ‘โพลเลือกตั้ง 69’ เริ่ม 18 ธ.ค.นี้ เปิดตัวพันธมิตรวิชาการทั่วไทย)
จากนั้น ตัวแทน ‘พันธมิตรวิชาการ’ ได้แก่ รศ.ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ ประธานที่ประชุมอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ร่วมชี้แจงแนวทางการจัดทำและวิเคราะห์ผลโพล
รศ.ดร.บัณฑิตกล่าวว่า ก่อนอื่น เราไม่ควรมองว่าโพลเป็นแค่การซาวเสียง หรือเป็นการทำให้บางคนมีส่วนได้เสีย เพราะในความเป็นจริงมันคือข้อมูลหนึ่งที่ทำให้เข้าใจและติดตามการเมืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อในโพลนั้นก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งยังทำให้เห็นเสียงของสังคมและประชาชนจำนวนหนึ่งว่าเขามองกันอย่างไร
“โพลมีข้อดีคือทำให้เห็นว่าคนจำนวนหนึ่งที่ใช้โซเชียลมีเดียคิดเห็นอย่างไร ปรากฏการณ์ที่มติชนและเดลินิวส์ ร่วมกันทำก็จะได้กลุ่มของผู้ฟัง ผู้ชม ผู้อ่านที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นอาจทำให้ฐานของประชาชนที่มาร่วมโหวต ร่วมลงความเห็นในโพลเห็นภาพได้กว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนประเทศไหนก็ตามเขาก็ยังใช้โพล เพื่อทำความเข้าใจ รับฟังเสียง แม้กระทั่งพรรคการเมืองก็ต้องใช้ เพราะจะทำให้พรรคสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ท่าที และการแสดงจุดยืนในเชิงนโยบายได้ ยิ่งแต่ละโค้งที่ทางผู้บริหารทั้งมติชนและเดลินิวส์ชี้ให้เห็นว่าจะทำเป็นระลอก เราก็จะได้เห็นพัฒนาการของอารมณ์ความรู้สึกของผู้มีสิทธิและผู้ใช้สิทธิว่าจะเป็นอย่างไร” รศ.ดร.บัณฑิตกล่าว

ด้าน ดร.ปุรวิชญ์ กล่าวว่า โพลเป็นสิ่งสำคัญกับผู้เล่นในสนามอย่างพรรคการเมือง เพราะก่อนลงสนามต้องรู้ว่าสนามสภาพเป็นอย่างไร จะได้ปรับยุทธศาสตร์ ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับการเล่น ส่วนในเชิงของผู้มีสิทธิการเลือกตั้ง จากโพลสำนักอื่นๆ พบว่ากลุ่มก้อนของโหวตเตอร์คนไทยยังไม่ตัดสินใจเยอะมาก
“ถ้าพูดในทางวิชาการจริงๆ ปัจจัยในการตัดสินใจกาบัตร ไม่ว่าประเทศไหนก็ตามในโลก ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือมติมหาชนที่ผ่านการทำโพล บางคนอาจจะยังคิดไม่ออกว่าจะเลือกใคร แต่พอเห็นโพลกระแสแบบไหนเยอะ ก็เลือกตาม ฉะนั้นความสำคัญในแง่การเลือกตั้ง โพลเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการกำหนดพฤติกรรมการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโค้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา โพลจะยิ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง โดยเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าจะเลือก หรือไม่เลือกพรรคไหน ยิ่งมติชนและเดลินิวส์ฐานกว้าง ยิ่งสร้างกระแสระดับสังคมได้อย่างมหาศาล” ดร.ปุรวิชญ์กล่าว

รศ.ดร.อดิศร กล่าวว่า ก็คงมองไม่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ขอตั้งเป็นข้อสังเกต คือโพลกับการเลือกตั้งมันมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกันอย่างไร เห็นว่าเรื่องของการทำโพลทั้งภาคเอกชน สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ หรือฝ่ายวิชาการทำ ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ กระตุ้นการมีส่วนร่วมทางการเมือง ยิ่งคนออกมาเลือกตั้งเยอะ ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะฉะนั้นการทำโพลเกี่ยวข้องกับการทำให้พี่น้องประชาชนทั่วไปให้ความสนใจในการรับผิดชอบกาบัตร ถือเป็นการกระตุ้นการมีส่วนร่วม ขณะที่ทางวิชาการก็ได้ประโยชน์ในการอ่านพฤติกรรมการตัดสินใจของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มองเรื่องโพลเฉพาะช่วงก่อนเลือกตั้ง ทางราชภัฏ 38 แห่ง หารือกันว่าโพลหลังเลือกตั้งก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะเราต้องหาคุณค่าทางวิชาการในการนำโพลมาใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สอดคล้องกับภาพรวมของประเทศทั้งหมด


