เลือกตั้งไม่กระทบร่างพีดีพีใหม่ กฟผ.ย้ำ SMR คุมค่าไฟ-เพิ่มขีดแข่งขัน

17.12.25 | 08:31 น.

เลือกตั้งไม่กระทบร่างพีดีพีใหม่ กฟผ.ย้ำ SMR คุมค่าไฟ-เพิ่มขีดแข่งขัน

นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยภายหลังนำคณะศึกษาดูงานนวัตกรรมพลังงานสะอาด ณ สาธารณรัฐเกาหลี ว่า เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เล็ก หรือ SMR และไฮโดรเจนถือเป็น “ความหวังใหม่” ของระบบไฟฟ้าไทย ในการยกระดับความมั่นคงพลังงาน ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ไทยมีโอกาสบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้เร็วขึ้น จากปี 2065 มาเป็นปี 2050 ทั้งนี้แม้ปัจจัยทางการเมืองทำให้ต้องเลือกตั้งใหม่อาจทำให้ร่างแผนพีดีพีฉบับใหม่ล่าช้าลงบ้าง โดยในร่าง PDP กำหนด SMR 2 โรง โรงละ 300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 แต่ที่ผ่านมาตามแผนได้มีการปรับปรุงมามากพอสมควรแล้ว จึงไม่กังวลแต่อย่างใด

“มุมของ กฟผ. การพัฒนา SMR ไม่ใช่โครงการระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างที่ใช้เวลาเตรียมการกว่า 10 ปีขึ้นไป ตั้งแต่กฎหมาย กฎระเบียบ บุคลากร ไปจนถึงการสร้างการยอมรับของสังคม สามารถเดินหน้า “คู่ขนาน” ไปได้โดยไม่สะดุดจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง”นายวฤตกล่าว

นายวฤต กล่าว่า SMR จะะช่วยเพิ่มขีดแข่งขันของไทยที่อนาคตจะเจอกับเครื่องมือปกป้องทางการค้าอีกมากในยุค Net Zero และช่วยควบคุมต้นทุนค่าไฟอนาคต มีจุดเด่นด้านความปลอดภัยสูง ใช้ระบบ Passive Safety สามารถหยุดการทำงานอัตโนมัติได้โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าภายนอก และใช้พื้นที่จำกัด แต่หากไทยไม่สามารถเดินหน้าSMRได้จะกระทบขีดแข่งขันประเทศแน่นอน ดังนั้นประเทศไทยต้องเลือกจะเดินไปทิศทางไหน”นายวฤตกล่าว

นายวฤต กล่าวว่า สำหรับการศึกษาดูงานครั้งนี้ กฟผ. ได้เยี่ยมชมศูนย์วิจัยกลางของ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) โรงงานเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของ KEPCO Nuclear Fuel และโรงงานไฮโดรเจนของ Doosan Enerbility ซึ่งสะท้อนภาพชัดว่า เกาหลีใต้เดินหน้าพัฒนา Value Chain พลังงานสะอาดครบวงจร ทั้ง SMR พลังงานหมุนเวียน และไฮโดรเจน เพื่อเสริมความมั่นคงและสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ

Advertisement

นายวฤต์ กล่าวว่า กฟผ. ติดตามพัฒนาการ SMR อย่างใกล้ชิด และร่วมมือกับหลายหน่วยงาน อาทิ ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ จุฬาฯ และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โดยมี KHNP เป็นพันธมิตรสำคัญโดย KHNP พัฒนาเทคโนโลยี i-SMR ที่ใช้ระบบความปลอดภัยแบบ Passive Safety ติดตั้งแบบฝังใต้ดิน สามารถหยุดการทำงานอัตโนมัติในสถานการณ์ฉุกเฉินได้โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าหรือบุคลากร ทั้งในภาพรวมเกาหลีใต้ เป็น Top 5 ผู้นำด้านนิวเคลียร์ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 26 โรง คิดเป็น 30% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ และในแผนพลังงานแห่งชาติฉบับที่ 11 ยังมีแผนพัฒนา SMR ขนาด 680 เมกะวัตต์ ผ่านเทคโนโลยี “i-SMR” ภายใต้ i-SMR Consortium โดยตั้งเป้าเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในปี 2035

นอกจาก SMR ปัจจุบัน กฟผ. อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการผสมไฮโดรเจน 5% กับก๊าซธรรมชาติในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 6 แห่ง ได้แก่ พระนครเหนือ, พระนครใต้, วังน้อย, บางปะกง, น้ำพอง, และจะนะ พร้อมจับมือกับบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น เช่น มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัด (MCT) เพื่อศึกษาและพัฒนาการผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและแอมโมเนียในพื้นที่ศักยภาพของ กฟผ. โดยในระยะเปลี่ยนผ่าน ไทยได้มุ่งผลักดัน Blue Hydrogen ควบคู่เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ซึ่งโครงการนำร่องจำเป็นต้องอยู่ในแหล่งปิโตรเลียมกลางทะเล เพื่อใช้ธรรมชาติเป็นบัฟเฟอร์ในการกักเก็บคาร์บอน ซึ่งไทยอยู่ในชั่วงศึกษาอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ไทยตกขบวน