2 แม่ทัพ กทม.ภท. ประกาศเป็นขวาใหม่ รับงานหิน ปักธงกทม. แต่ขอสู้สุดซอย

17.12.25 | 14:56 น.

เอกนัฏ – ศุภมาส 2 แม่ทัพ กทม. ประกาศตัวเป็นขวาใหม่ อนุรักษ์นิยม ยอมรับงานหิน แต่ขอสุดซอย พา “ภูมิใจไทย” เข้ากทม. ลั่นอะไรที่ไม่เคยมีในกรุงเทพฯ ก็จะมี

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 17 ธันวาคม ที่พรรคภูมิใจไทย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ พร้อมด้วย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ในฐานะแกนนำเลือกตั้งในพื้นที่กทม. พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของผู้สมัคร ส.ส.กทม. โดยนายเอกนัฏ กล่าวว่า ตอนนี้ทุกพรรคคงเตรียมความพร้อม รวมถึงพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในพื้นที่กทม. เป็นพื้นที่สำคัญ ตนเข้าใจว่าในประวัติไม่เคยมี ส.ส. กทม. มาก่อน หากมีก็จะเป็นครั้งแรก โดยยอมรับว่า งานครั้งนี้เป็นงานหิน ตนไม่ขอพูดว่าพร้อม หรือมั่นใจแค่ไหน แต่ตนมาพร้อมกับความตั้งใจ และในการทำงานที่ผ่านมาตนก็สู้ไม่ถอย สู้สุดซอย และวันนี้ ตนก็มีผู้สนับสนุน ไม่ได้ทำอยู่คนเดียว แต่ช่วยกันทั้งพรรค รวมทั้งแม่ทัพหญิงของตนคือ น.ส.ศุภมาส ที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

นายเอกนัฏ กล่าวว่า การที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยได้ ส.ส.กทม. เป็นสไตล์ชีวิตของตนที่ไม่เคยเจอเรื่องง่ายในชีวิต ทั้งชีวิตก็อยู่กับการต่อสู้ ไม่เคยเจอโจทย์ง่าย จึงเป็นเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยเลือกรัฐมนตรีขิงให้มาลองรับผิดชอบดู ตนพร้อมสู้ และมั่นใจว่าผู้สมัครของในวันนี้ มีสัญญาณที่ดีที่ได้มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย แม้พรรคภูมิใจไทยจะไม่เคยมี ส.ส.กทม. และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่มีผู้สมัครสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทุกเขตมีมากกว่า 1 คน จึงเป็นหน้าที่ของตน และ น.ส.ศุภมาส ที่จะต้องคัดคนให้ดีที่สุด ซึ่งทุกคนมีความพร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า สำหรับการเจาะพื้นที่เดิมของพรรคประชาชนในกทม. ตนไม่สามารถพูดได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่พูดได้อย่างเดียวว่า ปัจจุบันเราต้องสู้อย่างเต็มที่ และใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ยากเท่าไรก็ต้องยิ่งทำงานให้หนัก เพราะเวลามีไม่มาก และตนยังเป็นน้องใหม่ของพรรคภูมิใจไทย แต่ก็มาด้วยความตั้งใจเต็มร้อย ซึ่งสโลแกนของพรรคภูมิใจไทยคือพูดแล้วทำ มาวันนี้ก็เป็นพูดแล้วทำพลัส หมายความว่า ต้องทำให้มากกว่าที่พูด ตอนที่ตนได้เข้ามาก็ได้รับการสื่อสารว่าอย่าไปพูดอะไรที่ทำไม่ได้ ตนก็จะไม่พูดอะไรที่เราทำไม่ได้ แต่ก็จะทำให้เต็มที่

ส่วนวิธีที่ใช้จับกระแสในกทม. นายเอกนัฏ กล่าวว่า สิ่งที่แตกต่างกว่าที่เคยเป็นมาสำหรับพรรคภูมิใจ คือศูนย์รวมของบ้านใหญ่ แต่ภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิม จึงเป็นที่มาของคำว่าพลัส ซึ่งจะเห็นการรวมตัวกันของมืออาชีพที่จะช่วยกันทำงาน อย่างนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต จะเห็นบทบาทในการเจรจาสื่อสารตอบโต้ในประเด็นต่างชาติ หรือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในการขับเคลื่อนระบบราชการ อย่างโครงการคนละครึ่งพลัส ที่สามารถออกมากระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างทันท่วงที หรือนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์ ในการทำหน้าที่เจรจาค้าขายกับต่างประเทศ ใช้เวลาเพียง 2-3 เดือน ก็ขายข้าวให้จีนได้ ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น ซึ่งขณะนี้พรรคเองก็กำลังขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เดินหน้าทำแต่พื้นที่บ้านใหญ่ ตามที่ทุกคนเข้าใจ แต่เป็นการรวมตัวกันของมืออาชีพ ที่ทุกคนจะทำงานได้อย่างสำเร็จ

นายเอกนัฏ ระบุว่า หากนโยบายอะไรที่ดึงดูดใจคนกทม.ได้ นโยบายที่สำคัญที่สุดคือนโยบายระดับประเทศ และกทม.คือเมืองหลวงของประเทศ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยนั้นมีความชัดเจน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ตนมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย

Advertisement

“เรื่องของชายแดน ก็เห็นการตัดสินใจที่เด็ดขาด อย่างผู้นำประเทศ นายกฯ อนุทิน ที่ต้องรักษาอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน และเราสามารถทำงานกับระบบราชการไม่ให้เป็นอุปสรรค ตามแนวทางขวาใหม่ อนุรักษนิยม ดังนั้น อะไรที่ไม่เคยเห็นในกรุงเทพมหานคร เช่น ไม่เคยมี ส.ส. ในกทม. ครั้งต่อไปเราอาจจะมีก็ได้” นายเอกนัฏ กล่าว