ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปชน. พร้อมแล้ว เตรียมเปิดตัวผู้สมัครแบบใหม่ ขณะที่ 3 ว่าที่ผู้สมัคร ไม่หวั่นกระแสบ้านใหญ่ เมินถูกปรามาสอ่อนหัด เชื่อทุกการตัดสินใจ ปชน.มีเหตุผลเสมอ ด้าน “หมอสุภัทร” เปิดใจ ปชน. เป็นพรรคเดียวลงตัวที่สุด มองคู่แข่งสมน้ำสมเนื้อทั้ง “จูรี-ศาสตรา”
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่รร.อวานา บางนา พรรคประชาชน จัดกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ที่โรงแรมอวานา บางนา ทั้ง 400 เขต หลังจากสัมมนาและสรรหาผู้สมัครได้แล้ว โดยว่าที่ผู้สมัคร สส.ทยอยเข้างานเปิดตัวแล้ว มีสื่อมวลชนทยอยเข้ามาทำข่าว ซึ่งช่วงเช้าจะมีการปิดประชุมวงย่อย ก่อนจะเปิดให้มีกิจกรรมทำความรู้จักว่าที่ผู้สมัคร
ทางนางนฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 6 ชลบุรี ที่มาแทนนางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ที่ย้ายซบพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์การเลือกตั้งในพื้นที่ว่า มีทั้งบ้านใหญ่และบ้านใหม่รวมกันอยู่ในพรรคเดียว แต่ผู้สมัครทั้งจังหวัดไม่ได้กลัวกับสิ่งไหน เนื่องจากเราก็มีสิ่งที่อยากผลักดันในพื้นที่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราอยู่ในโซนอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ จึงต้องการผลักดันให้มีการจัดระเบียบท่าเรือและการจราจร ทำให้คุณภาพชีวิตคนในศรีราชาดีขึ้น ทุกคนต้องมีสิทธิได้อากาศสะอาดเพื่อหายใจ อย่างไรก็ตามการเป็น สส.เขตไม่ได้คำนึงถึงเรื่องฝ่ายค้ำมากนัก แต่จะต้องมุ่งทำเพื่อประชาชนภายใต้นโยบายและสิ่งที่ต้องผลักดัน
นายรัฐภูมิ เลิศไพจิตร ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 1 เพชรบูรณ์ กล่าวต่อว่าในหลายพื้นที่มีบ้านใหญ่ครองอยู่แล้ว จ.เพชรบูรณ์ก็ไม่ได้แตกต่างกัน เมื่อดูผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดพบว่า พรรคก้าวไกลก็สามารถหักปากกาเซียนเป็นที่หนึ่งได้ สะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายบ้านใหญ่หรือระบบอุปถัมภ์เดิมที่เคยมีกันมานานอาจจะไม่สอดคล้องกับการเมืองเมืองไทยในปัจจุบัน
“เราต้องเชื่อในพลังของประชาชน ในมุมของผม การที่พรรคประชาชนจะจับมือกับใครหลังการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาเราเห็นรัฐบาลร่วมที่ไม่ได้มีอุดมการณ์สอดคล้องกัน ทำให้ไม่สามารถพาประเทศไปไกลได้กว่านี้ จึงมีความตั้งใจที่จะทำงานเต็มที่ในฐานะ สส.เขต”
นายชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตพระโขนง-บางนา แทนนายปิยรัฐ จงเทพ ที่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ประชาชนอาจจะไม่ได้กังวลเรื่องสีน้ำเงินหรือสีแดง แต่กังวลเรื่องสีเทาเป็นหลัก พรรคยืนยันได้ว่าจะไม่เทา หากจับใครแล้วเทา พรรคก็จะไม่จับ เชื่อว่าทุกการตัดสินใจของพรรคในช่วงที่ผ่านมาพรรคมีเหตุผลเสมอ หวังดีต่อประเทศชาติอาจจะโดนว่า “อ่อนหัดทางการเมือง” แต่เป็นโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยพัฒนา จึงจะต้องพยายามเก็บเกี่ยวทุกโอกาสที่มี เน้นอธิบายกับประชาชนถึงเหตุผลและโอกาสคืออะไร เราโดนหักหลังมาอย่างไรบ้าง
“ผมยืนยันว่าเราเจ็บแล้วจำและจะเรียนรู้ เชื่อว่าหลังจากนี้พรรคประชาชนจะมีแนวทางที่จริงใจในการพัฒนาประเทศเช่นเดิม” นายชลธาร ทิ้งท้าย

ทางด้าน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 2 จังหวัดสงขลา อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลการลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาชน ว่า เป็นพรรคการเมืองเดียวที่คิดว่าลงตัวกับชีวิตความเป็นตัวตนของตัวเอง เพราะตั้งแต่จบมาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กลับมาเป็นแพทย์ชนบท ผ่านมา 30 ปีที่โรงพยาบาลจะนะ โรงพยาบาลสะบ้าย้อย และตนก็เป็นคนหาดใหญ่คิดว่าอุดมคติที่มีรวมถึงความคิดความฝันที่มี ตรงกับพรรคประชาชนที่สุด ซึ่งเป็นพรรคเดียวที่เป็นไปได้
เมื่อถามว่ามองคู่แข่งในสนามเลือกตั้งจากพรรคการเมืองอื่น ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ว่า อดีต สส. ในพื้นที่ นายศาสตรา ศรีปาน เป็นผู้สมัครที่มีคุณภาพคนหนึ่งในพื้นที่ ขยันลงพื้นที่มาก ปัจจุบันสังกัดพรรคภูมิใจไทย ส่วนอีกคน คือ คุณจูรี นุ่มแก้ว ซึ่งเป็นผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีคุณภาพเช่นกัน มีชื่อเสียงและเป็นเสียงของชาวบ้าน ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ
ถามว่าเป็นคนที่ทำประเด็นค่อนข้างดี เหตุใดจึงไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ นพ.สุภัทร กล่าวว่า เป็นโจทย์ที่คิดอยู่ช่วงหนึ่ง ว่าจะสมัครปาร์ตี้ลิสต์หรือสมัครในนามเขต จากที่ทบทวนตัวเองรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมา 30 ปีในชีวิตทำงาน ถนัดงานพื้นที่ คือการสร้างโมเดลในพื้นที่ ในทัศนะคติคิดว่าความสำเร็จอยู่ที่มีพื้นที่ทดลองทำงานจริงและจะทำให้นโยบายนั้นจับต้องได้ ไม่เลื่อนลอย คิดว่าถ้าอยู่เขต 2 หาดใหญ่ สามารถทำให้พื้นที่หาดใหญ่เป็นแซนด์บ็อกซ์นำร่องได้ ไม่ว่ามิติของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ ครีเอทีฟแอ็กทิวิตี้ต่างๆ หรือเรื่องของการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิต การป้องกันน้ำท่วมครั้งต่อไป ให้เป็นภัยพิบัติที่มีความสูญเสียน้อยกว่าครั้งนี้ เรื่องพลังงานสะอาด หรือขนส่งสาธารณะ ทำแซนบ็อกซ์ หาดใหญ่ให้เป็นโมเดล เพื่อสนับสนุนนโยบายชาติได้

เมื่อถามว่าการที่พรรคประชาชนถูกมองว่าเป็นฝ่ายค้ำจะทำให้ทำงานในพื้นที่ยากขึ้นหรือไม่ นพ.สุภัทร กล่าวว่า เป็นสิ่งที่สังคมต้องตัดสินเองในช่วงนี้ หลังจากที่มีการยุบสภาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเราเป็นพรรคแห่งความหวัง ตนเองก็รู้สึกมีความหวังกับพรรคนี้มาก เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ สิ่งสำคัญคือความชัดเจนในจุดยืนและอุดมคติที่ต้องเดินไปข้างหน้า และปัญหาที่สำคัญของประเทศเป็นเรื่องสีเทา เป็นเรื่องของนโยบาย ที่มีความชัดเจน เชื่อว่าครั้งนี้พรรคประชาชนจะนำเสนอสิ่งที่เป็นรูปธรรมให้ดีที่สุดถ้าได้เป็นรัฐบาลเชื่อว่า 4 ปี ข้างหน้ามีความเปลี่ยนแปลงแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าเป็นรัฐบาล แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียวต้องไปจับมือกับพรรคแดงหรือน้ำเงิน นพ.สุภัทร ระบุว่า ก็ต้องเป็นสิ่งที่ยอมรับ เมื่อได้เสียงมาไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ต้องมีการรวมกับนักการเมืองอื่น แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารของพรรค ว่าจะเลือกเจรจากับพรรคการเมืองไหน
“ส่วนกระแสในพื้นที่มองว่ามีความสูสีและมีความท้าทายมาก ที่คุณศาสตรา คุณจูรีและผม ต้องพิสูจน์กันว่าสุดท้ายประชาชนจะเลือกใคร” นพ.สุภัทร กล่าว

