ทัศนีย์ เปิดใจลงปาร์ตี้ลิสต์ปชน. ด้านผู้สมัครพิษณุโลก ชี้เป้าหมายชัด เป็นรบ.พรรคเดียว

18.12.25 | 15:51 น.

‘ทัศนีย์’ ลั่น ประเทศไทยถอยกว่านี้ไม่ได้ ยัน มาตามกระบวนพรรคอย่างถูกต้อง ด้าน ‘ณฐชนน’ ประกาศเดินหน้าเป็นรัฐบาลพรรคเดียว ทำการเมืองตรงไปตรงมา ส่วน ‘ณพัฎน์’ ลงแทน ‘เท่าพิภพ’ โว ในพื้นที่ได้เสียงตอบรับดี เตรียมผลักดันด้านอุตสาหกรรมศิลปวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พิษณุโลกเขต 1 พรรคประชาชน เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ว่า ครั้งนี้โจทย์ของประเทศไทยชัดเจนมากกว่าที่ผ่านมา การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญที่สุดคือจะไม่มีอำนาจจากที่อื่นเข้ามาแทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาลอีกแล้ว เพราะไม่มี ส.ว.มากำหนดว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นการขีดเส้นว่าประเทศไทยต่อจากนี้ยังต้องการทุนเทาและการคอรัปชั่นหรือไม่ ถ้าเราขีดเส้นชัดเจนว่า ต่อจากนี้ประเทศไทยดีขึ้นกว่านี้ได้ มีประชาชนเป็นหัวใจในการบริหารประเทศ มีการดำเนินนโยบาย ที่คิดถึงปากท้องของประชาชน คิดว่าครั้งนี้พรรคประชาชนจะได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง แม้ว่าจะมีฉากทัศน์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามานอกจากความสามารถของส.ส.เขตแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมากคือจำเป็นต้องเข้าไปทุกเขตด้วยกัน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเขตใดเขตหนึ่ง แต่ต้องทำงานร่วมกันทุกจังหวัด

“ที่สำคัญต่อจากนี้เราประกาศแน่ชัดว่า เราต้องการเดินหน้าสู่รัฐบาลพรรคเดียว และเราประกาศชัดเจนว่า ถ้าต้องพึ่งพานักการเมืองหรือปรับตัวเพื่อให้เข้ากับการเมืองแบบเก่า ยอมเป็นนักการเมืองที่เขี้ยวลากดิน ยอมเป็นนักการเมืองที่ทำทุกอย่างเพื่อให้อยู่ในอำนาจเราไม่ทำการเมืองตั้งแต่แรกดีกว่า เพราะฉะนั้น ต่อจากนี้คือการทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา เดินหน้าขอคะแนนเสียงและความเชื่อมั่นจากประชาชน เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นรัฐบาลพรรคเดี่ยว และไม่ต้องง้อเสียงนักการเมืองรุ่นเก่าอีกต่อไป” นายณฐชนนกล่าว

ด้าน น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ถึงตอนนี้ประชาชนต้องตัดสินใจให้แน่วแน่ว่า เราไม่มีตรงกลางแล้ว เรามีขาวและดำเท่านั้น ซึ่งประเทศได้เดินทางมาถึงที่สิ้นสุดแล้ว ประเทศไทยถอยกว่านี้ไม่ได้แล้ว ทุกบริบทเราแย่ที่สุดแล้ว และประชาชนจะได้เลือก เรามี 1 สิทธิ์ 1 เสียงในการเลือก ส.ส. หรือพรรคการเมืองใด เลือกรัฐบาลที่จะมาเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนและประเทศให้ดีขึ้น และมั่นใจว่ารัฐบาลพรรคเดียวที่ทำได้คือมาจากประชาชนจริง ๆ

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาชนหรือไม่ น.ส.ทัศนีย์ กล่าวว่า ตนเข้าสู่กระบวนการของพรรคทุกขั้นตอน ตั้งแต่การอบรมการทำพื้นที่ และได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทย ในวันที่พรรคเพื่อไทยได้ข้ามเส้นจากที่เราเคยประกาศกับประชาชนไปอย่างไร ซึ่งตนก็เข้าใจในบริบทของพรรค เมื่ออุดมการณ์ไม่ตรงกัน เราก็เดินออกมาและมาอยู่กับพรรคก้าวไกล ซึ่งคือพรรคประชาชนในวันนี้ ตนเองมั่นใจในอุดมการณ์ของพรรคประชาชน และเชื่อว่าประชาชนก็เข้าใจ

Advertisement

ขณะที่ นายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ว่าที่ผู้สมัคร  ส.ส. กทม. เขต 24 พรรคประชาชน ซึ่งลงแทนนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กล่าวว่า ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นวันที่กำหนดความหมายของพรรคประชาชน เพราะตั้งแต่เราตั้งพรรคมาจนมาถึงวันเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าจะสนามไหนทั้งแบ่งเขตหรือปาร์ตี้ลิส เรามีความตั้งใจทั้งหมดอย่างตนที่ลง สส.กทม. เราก็จะไม่ประมาทเราต้องมุ่งมั่นทำงานหนัก

นายณพัฎน์ ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ กทม. ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนอย่างดี และนายเท่าพิภพก็ได้ทำหน้าที่ไว้อย่างดี ซึ่งเรายืนยันว่าต้องการทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น แล้วตนยังมีวาระที่สนใจคือเรื่องศิลปวัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งอาจเป็นวาระที่หลายคนมองข้าม แต่มูลค่าเศรษฐกิจโดยรวมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งหมด ไม่ต่างจากอุตสาหกรรมอื่น และไม่ว่าส.ส.เขตไหนก็มีความตั้งใจเหมือนกันหมด