มติชพน. ไม่ส่งผู้สมัครชิงส.ส.เลือกตั้งปี 69 เหตุพรรคเล็กเสียเปรียบ คาดยกทีมซบเพื่อไทย

18.12.25 | 15:59 น.

มติชพน. ไม่ส่งผู้สมัครชิงส.ส.เลือกตั้งปี 69 เหตุพรรคเล็กเสียเปรียบ คาดยกทีมซบเพื่อไทย

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 18 ธันวาคม นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานการประชุมกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา เพื่อสรุปสถานการณ์การเมืองและเหตุผลไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้ง 2569

นายสุวัจน์กลาวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติว่า จากการที่สถานการณ์การเมืองเข้มข้นผิดปกติ นับตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา การเลือกตั้งไทยมักเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ถึง 3 พรรค ทำให้การเมืองเข้าสู่ลักษณะ “สามขั้ว” ซึ่งคาดว่าจะมีความดุเดือดเข้มข้นสูง มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก ทั้งบ้านใหญ่และบ้านเล็ก รวมถึงการย้ายพรรคจำนวนมาก สะท้อนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มุ่งสู่ชัยชนะเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอย่างชัดเจน ส่งผลให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเสียเปรียบมากยิ่งขึ้น

2.กติกาการเลือกตั้งเอื้อพรรคใหญ่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกติกาการเลือกตั้งปัจจุบัน พรรคการเมืองขนาดเล็กเสียเปรียบอยู่แล้ว โดยเฉพาะการไม่ได้รับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทำให้โอกาสในการแข่งขันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Advertisement

3.การยุบสภากะทันหัน เวลาจำกัด การยุบสภาในช่วงเดือนพฤษภาคมเกิดขึ้นค่อนข้างกระทันหัน ทำให้พรรคการเมืองมีเวลาจำกัดอย่างมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครผู้สมัครในวันที่ 8 รวมถึงกระบวนการต่าง ๆ ในระดับจังหวัด เป็นสถานการณ์ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาอย่างหนัก

4.ประเทศเผชิญวิกฤติรอบด้าน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความผันผวนของโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สงครามการค้า และปัญหาภาษี รวมถึงวิกฤติเศรษฐกิจภายในประเทศ และปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นปัญหาทั้งภายนอกและภายในที่รุมเร้าประเทศ

นายสุวัจน์กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ที่ประชุมมีมติว่า จะไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งนี้ และให้ อดีต สส.ของพรรคชาติพัฒนา แต่ละคนแต่ละทีม ทั้ง จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี ตัดสินใจกันเองว่าแต่ละครจะไปอยู่ที่ไหน แต่แนวโน้มความเคลื่อนไหว ส.ส.ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะไปซบพรรคเพื่อไทย

“การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และการเมืองเข้มแข็งเพียงพอสร้างความเชื่อมั่นที่ดีต่อระบบการเมือง รัฐบาลใหม่ ดังนั้นคำนึงถึงด้วยว่าจากนี้ไปต้องให้การเมืองเข้มแข็ง มีคุณภาพ ระบบพรรคใหญ่เข้มแข็ง จากเหตุผล พรรคชาติพัฒนา จึงมีมติไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง เทอมนี้ขอบายก่อน แต่พรรคฯยังอยู่ ส่วนอดีตสส.และแกนนำพรรคฯ นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่จะตัดสินใจ” นายสุวัจน์ กล่าว

เมื่อถามถึงการตัดสินใจส่วนตัว ว่าจะไปทิศทางไหน นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนยังป็นประธานพรรคฯ และช่วยการเมืองท้องถิ่นที่จ.นครราชสีมา และจะอยู่กับพรรคตามที่พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาสั่งไว้ และพร้อมจะดูแลน้องๆ

เมื่อถามถึงกระแสของการตัดสินใจที่จะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย นายสุวัจน์ กล่าวว่า ไม่เป็นมติพรรค แต่ปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนที่ตัดสินใจ เช่น นายประสาท ตันประเสริฐ อดีต สส.นครสวรรค์ ได้ตัดสินใจไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย

ต่อข้อถามว่าฐานะเป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองจะปูทางคุยกับพรรคใดให้หรือไม่ เพราะขณะนี้หลายพรรคโควตาใกล้เต็มแล้ว นายสุวัจน์ กล่าวว่า เชื่อว่าคนของตนมีคุณภาพ และทำพื้นที่มาตลอด ทั้งในจ.นครราชสีมาและจ.ปราจีน ดังนั้นตนมั่นใจในความรู้ความสามารถและได้รับการยอมรับต่อการทำงานในพื้นที่กับประชาชน มั่นใจว่าการตัดสินใจไปอยู่ในจุดที่ได้กลับมาเป็นผู้แทน เป็นสินค้าคุณภาพ เชื่อว่าตัดสินใจได้

เมื่อถามว่าประเมินว่า ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย มองว่าพรรคไหนภาษีดีกว่ากัน นายสุวัจน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งงนี้เป็นครั้งแรกที่พรรคใหญ่ 3 พรรค จะหายใจรดต้นคอ ดังนั้นคงสูสีกันหมด ทั้งนี้ตนประเมินว่าทั้ง 3 พรรคอยู่ในระดับร้อย

“เป็นการเมืองที่ต่อสู้รุนแรง 3 ขั้ว ทุกคนต้องแย่งชัยชนะเป็นรัฐบาล วันนี้ต้องอยู่ในระดับ 100 เสียงและการจัดรัฐบาลเสถียรภาพและหน้าตาจะอยู่ในการบริหารจัดการของ 3 พรรคใหญ่ เป็นคนกุมชะตาตั้งรัฐบาลเพื่อสร้างเสถียรภาพและแก้ปัญหาให้ประชาชน อยู่ในมือ 3 พรรคใหญ่” นายสุวัจน์ กล่าว

เมื่อถามว่าประเมินว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านนายสุวัจน์ กล่าวว่า จะฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเรื่องหนึ่ง แต่ต้องเป็น สส.กลับมาให้ได้ ตนเชื่อมั่นว่าการตัดสินใจของน้องๆ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ตัดสินใจให้เป็นสส. แต่การเป็นรัฐบาลหรือค้านเป็นจังหวะการเมืองที่ควบคุมไม่ได้

ด้านนายเทวัญ กล่าวว่าสำหรับทิศทางของอดีตส.ส.ของพรรค และสมาชิกพรรคฯ จะไปสังกัดที่ไหนนั้น ขอหารืออีกครั้ง ดังนั้นหากจะไปพรรคไหนต้องไปเป็นกลุ่มก้อน อย่างไรก็ดีในส่วนของตนนั้นแม้ไม่ได้เป็น สส.แต่ยังทำงานในพื้นที่มาหลายปี และทุกคนพร้อมจะลงสมัคร

ขณะที่นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปสังกัดพรรคใด แม้ว่าจะมีข่าวว่าพรรคกล้าธรรมจะติดต่อมา แต่ตนยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะคิดว่าเมื่อยามตนลำบากพรรคชาติพัฒนาให้โอกาสตน ดังนั้นเมื่อพรรคไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง การย้ายไปสังกัดพรรคใดต้องรอหารือและพร้อมไปด้วยกัน