นักวิชาการ คาด พรรคน้ำเงิน ส่อคัมแบ๊ก หลังเปิดทางคนเก่งไปต่อ แถมบัานใหญ่เข้าร่วมเพียบ
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้ความเห็นกรณีการปรากฏตัวของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่พรรคภูมิใจไทยว่า มีความเป็นไปได้หลายแนวทางทางการเมือง ทั้งการเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หรือการเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ค่อนข้างชัดเจนคือ หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล งานด้านการต่างประเทศจะถูกสานต่อโดยนายสีหศักดิ์ หรือในกรณีที่เกิดการพลิกล็อกทางการเมือง พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นแกนนำแต่เข้าร่วมรัฐบาล และได้รับโควต้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ก็จะกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมที่มีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคย
รศ.ดร.ยุทธพรระบุว่า นายสีหศักดิ์ไม่ได้เป็น “ตัวจุดกระแส” ทางการเมืองให้พรรคภูมิใจไทย แต่การปรากฏตัวสะท้อนให้เห็นชัดว่าพรรคให้ความสำคัญกับ “คนทำงาน” และความเหมาะสมกับตำแหน่ง ยกตัวอย่างแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ไม่ว่าจะเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งสำคัญในเชิงบริหารประเทศ
สำหรับบทบาทของนายสีหศักดิ์ ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ผ่านมา รศ.ดร.ยุทธพร มองว่า เป็นการเลือกคนได้เหมาะสมกับงาน โดยหลายรัฐบาลก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีต่างประเทศที่ไม่สอดคล้องกับภารกิจเท่าที่ควร จนกระทั่งมาถึงนายสีหศักดิ์ ซึ่งทำให้สังคมรู้สึกพึงพอใจกับผลงาน โดยเฉพาะการรับมือกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา
เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่นายสีหศักดิ์จะคัมแบ๊กกลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รศ.ดร.ยุทธพรระบุว่า มีโอกาสค่อนข้างสูง เนื่องจากโอกาสที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีมีมากกว่าครึ่ง แม้พรรคภูมิใจไทยอาจได้คะแนนเป็นอันดับ 2 แต่เชื่อว่าสุดท้ายจะสามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ จากความสามารถในการประสานและสร้างความรอมชอมทางการเมือง
รศ.ดร.ยุทธพรประเมินว่า คะแนนของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนจะไม่ทิ้งห่างกันมาก ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มถอยลงมาเป็นอันดับ 3 โดยพรรคการเมือง 3 อันดับแรกจะได้จำนวน ส.ส.ใกล้เคียงกัน ไม่ขาดลอย ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความเข้มข้นและสูสีทางการเมืองมากขึ้น อย่างไรก็ดี พรรคภูมิใจไทยยังถือว่ามีภาษีดีกว่าในการจัดตั้งรัฐบาล จับสัญญาณจากการทยอยเข้าร่วมของกลุ่มการเมืองต่างๆ ทั้งบ้านเล็ก บ้านใหญ่ ที่เพิ่มน้ำหนักทางการเมืองให้กับพรรคน้ำเงินอย่างมีนัยสำคัญ

