ยศชนัน พร้อมชนบ้านใหญ่สุพรรณฯ ชูการันตีกำไรสินค้าเกษตร 30% เชื่อเอาชนะใจ ปชช.ได้
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ ต.ชายนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้า และแคนดิเดตนายกฯ พท.พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อพูดคุยแนวทางบริหารจัดการน้ำ ซึ่งประชาชนได้สะท้อนปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำ จึงอยากให้บริหารจัดการกระจายน้ำไปยังพื้นที่อื่นบ้าง จะได้ไม่รับผลกระทบนานเกินไป ขณะเดียวกันยังมีระบบเตือนภัยที่แม่นยำ จึงอยากให้มีการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนยังสะท้อนถึงราคาข้าวที่ตกต่ำ โดย พท.ชูนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ และการประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%
จากนั้น นายยศชนัน และ พท.พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี เดินทางมาถึง ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เป็นจุดที่ 2 เพื่อพูดคุย และรับฟังปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตร และการบริหารจัดการ ซึ่งชาวบ้านได้สะท้อนปัญหาเรื่องการจัดการน้ำ และราคาพืชผลการเกษตร อยากฝากว่าหากได้เป็นรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่ายกให้ใคร และให้เอาคนที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการเกษตรมาเป็นรัฐมนตรี และช่วยดูเรื่องราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่า 1-2 บาทต่อตัน
ที่ศาลาการเปรียญวัดโพธิ์ท่าทราย นายยศชนัน พร้อมคณะ เดินทางพบประชาชนที่มารับฟังการปราศรัย นายยศชนัน กล่าวตอนหนึ่งในการปราศรัยว่า สิ่งที่อยากบอกกับพี่น้อง สาเหตุที่มา จ.สุพรรณบุรี ก่อน เพราะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ เป็นจังหวัดเก่าแก่ที่อยากให้ประชาชนเห็นว่า ถ้า จ.สุพรรณบุรี เปลี่ยนได้ ประเทศไทยเปลี่ยนได้แน่นอน ตนจะไปทำงานกับทีมหลังบ้าน พัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ พัฒนาเครื่องจักรทางการเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น เรื่องราคาสินค้าการเกษตร จะพยายามดันราคาข้าวไปถึง 1 หมื่นบาท ข้าวหอมมะลิจะดันให้ถึง 1.5 หมื่นบาท นี่คือเป้าที่วางไว้ แต่เมื่อต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ สูงขึ้น จึงคิดว่าจะประกันกำไร 30% ให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
นายยศชนันให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.สุพรรณบุรี ว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ลงพื้นที่ เนื่องจากมีความชัดเจนเรื่องผู้สมัครครบถ้วน ซึ่งผู้สมัครได้ลงพื้นที่มาสักระยะหนึ่งแล้ว ทำให้เห็นปัญหาต่างๆ การลงพื้นที่ครั้งนี้ อยากจะสื่อไปยังทุกคนที่มีความรับผิดชอบ และพรรคการเมือง ว่าความเดือดร้อนต่างๆ มีการแก้ไข 2-3 ระยะ บางอย่างแก้ได้ทันที พท.จึงสะท้อนปัญหา และบอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับแนวนโยบายให้พี่น้องประชาชน เพื่อปรับแก้นโยบายให้ตรงกับประชาชนมากที่สุด ก่อนส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เมื่อถามว่า นโยบายจะตรงใจพร้อมสู้กับบ้านใหญ่ โดยเฉพาะ จ.สุพรรณบุรี จะปักธงพื้นที่ได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องกลไกที่ต้องทำให้เป็นไปได้ ซึ่ง พท.ได้คัดเลือกบุคคลที่มีคุณภาพ เพื่อมาลงพื้นที่ สิ่งสำคัญที่สุดคือความเข้าใจ และเข้าถึงประชาชน อีกทั้ง ต้องมีความสม่ำเสมอ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถชนะใจประชาชนได้
ถามย้ำว่า บ้านใหญ่สุพรรณบุรีย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในพื้นที่ก็มีกระแสไม่พอใจบ้าง เรื่องนี้มีโอกาสที่ พท.จะปักธงได้หรือไม่ เพราะต้องไปสู้กับพรรคแกนนำรัฐบาลขณะนี้ นายยศชนัน กล่าวว่า หากมองว่าเป็นเรื่องพรรคการเมือง ถือเป็นส่วนหนึ่ง แต่ พท.ก้าวข้ามเรื่องนั้นไปแล้ว สิ่งที่เราพยายามทำคือทำนโยบายเพื่อประชาชน เราจึงคัดเลือก และคัดสรรผู้สมัคร ส.ส.ที่มีความสามารถในการนำนโยบายไปแก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริง เชื่อว่าจะชนะใจประชาชนได้
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราไม่ได้ดูเรื่องของบ้านเล็กบ้านใหญ่อีกต่อไป เพราะก้าวข้ามประเด็นเหล่านั้นแล้ว การต่อสู้กับอำนาจรัฐ พวกเราชินอยู่แล้ว เพราะเจอบ่อย เราผ่านการปฏิวัติมา และเลือกตั้ง ก็ชนะได้ เราผ่านการเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งมีอำนาจรัฐ เราก็ไปทำความเข้าใจกับประชาชน และชนะเลือกตั้งมาได้เช่นกัน ครั้งนี้จึงไม่ได้กลัว และไม่ได้ห่วงอะไร วันนี้ไปในพื้นที่ใด กระแสตอบรับนายยศชนัน ก็อยู่ในระดับที่พอใจมาก ขณะที่ตัวผู้สมัครเองก็ลงพื้นที่ต่อเนื่องทุกวัน เรายังเป็นพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในการเดินเข้าหาประชาชน

