ประชาธิปัตย์ เปิดตัว 33 ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพ อภิสิทธิ์ เชื่อเลือกตั้งปีที่ลงท้ายเลข 9 ปชป.มักชนะ

22.12.25 | 10:51 น.

“ประชาธิปัตย์”เปิดตัว 33 ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ “อภิสิทธิ์”การันตีเฟ้นอย่างเข้มข้น – ขอโอกาสคนกรุงฯ ไว้วางใจใช้การเมืองสุจริตเปลี่ยนแปลงประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิต เชื่อเลือกตั้งปีที่ลงท้ายเลข 9 ปชป.มักชนะ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม เวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ​ พร้อมด้วยนายสกลธี ภัทธิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคฯและผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้ง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษา ผอ.ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคฯ แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 33 เขต ของพรรคประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นครั้งผู้ที่มีเจตจำนง แสดงความต้องลงการเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพฯ มากที่สุด และต้องใช้หลายกระบวนการในการคัดสรรก่อนจะมีการคัดเลือก ซึ่งแม้จะมีหลายกระบวนการที่น่าเบื่อ แต่ตนมั่นใจว่า เป็นกระบวนการที่พรรคการเมืองอื่นไม่ได้ทำ และหากใช้กระบวนการเช่นเดียวกับพรรคการเมืองอื่น ๆ ผู้สมัครชุดนี้ก็อาจจะไม่ได้รับการคัดเลือก ดังนั้นจุดเริ่มต้นคืออยากให้พวกเราภาคภูมิใจ ตนไม่ได้บอกว่าเราเลือกถูกคน เพราะประชาชนจะเป็นคนตัดสินให้ว่าเราเลือกถูกคนหรือไม่ เพื่อนที่มาสมัครพร้อมกันและไม่ได้เลือกเพราะหนึ่งเขตได้แค่หนึ่งคน แต่ไม่ได้แปลว่าคนที่ไม่ได้เขาด้อยหรือเขาไม่ดี แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อวันนี้พวกเรา 33 คน สวมเสื้อตัวนี้แล้ว และกำลังจะต้องลงสู่สนามการเลือกตั้งในกรุงเทพฯ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน เป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ และผู้แทนความคิดการเมือง และต้องรู้ว่าภารกิจของพวกเราคืออะไร กรุงเทพฯถือว่าเป็นเมืองหลวงเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศนี้ ทั้งเศรษฐกิจ และระบบราชการแผ่นดิน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ทางการเมืองกรุงเทพฯก็เหมือนจะเป็นหัวใจของการเมืองด้วย เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะของการนำกระแสไม่มากก็น้อย หรือบางครั้งถ้าไม่นำกระแสก็สวนกระแสไปเลย หลายครั้งเห็นว่าพรรคฝ่ายค้านได้รับการสนับสนุน ในกรุงเทพฯ อย่างท่วมท้น และในอดีตที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ ใช้เรื่องพรรคการเมือง เป็นตัวตั้งในการตัดสินใจไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง และมักจะเลือกไปในทิศทางเดียวกันไม่ว่าเขตใด

Advertisement

“พรรคประชาธิปัตย์ เคยได้โอกาสครองใจคนกรุงเทพฯ หลายสมัย ทั้ง ส.ส.และผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ สมาชิกสภากรุงเทพฯ(สก.) และสมาชิกสภาเขต(สข.) หากเชื่อเลือกดวง สังเกตว่าในปีเลือกตั้งที่ลงท้ายด้วยเลข 9 พรรคฯก็ชนะ เช่น ปี 2519 2529 2539 พรรคประชาธิปัตย์จะชน เลือกตั้งครั้งนี้ 2569 ก็เช่นกัน แต่ทุกคะแนนเสียงต้องได้มาด้วยตัวเอง และพรรคสนับสนุน”นายอภิสิทธิ์​ก่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ตนไม่ได้อยู่ในการเมือง คนกรุงเทพฯ มักบ่นว่า เบื่อ ท้อ และไม่อยากทน รอความหวังการเปลี่ยนแปลงให้หลุดพ้นจากการเมืองที่ไม่มีทางเลือก ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคฯ พรรคประชาธิปัตย์ ปักธงชัดเจนแล้วว่า พรรคฯ และประชาชนจะไม่ทนต่อไป และต้องการการเมืองสุจริตมากที่สุด เพื่อมาล้างสิ่งที่ทำให้ประชาชนต้องอึดอัด ทั้งอุดมการณ์ซื่อสัตย์-สุจริต และยอมรับกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งไม่ใช่เรื่องนามธรรม เพราะมีความเชื่อมโยงกับชีวิตประชาชน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ตนชื่อว่าในการหาเสียงกรุงเทพฯ จะมีการนำนโยบายรถไฟฟ้ามาเชื่อม ซึ่งระหว่างพรรคการเมืองที่ไม่มีความติดขัดเรื่องผลประโยชน์ กับพรรคที่มีความทับซ้อน พรรคฯ ใด จะทำให้ประชาชนได้ขึ้นรถไฟฟ้าในราคาถูก รวมถึงปัญหามลพิษ ดังนั้น การเมืองสุจริต จะทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้นมาได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาทุนเทา ซึ่งหากทุนเทาเข้ามาครอบงำ ก็จะมีคนกลุ่มเล็ก ๆ ไม่อยู่ใต้กฎหมาย แสวงหาประโยชน์จากโครงการรัฐ ฉะนั้นจากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะต้องเป็นกระบอกเสียงของพรรคฯ และต้องหาเสียงภายใต้กรอบกฎหมาย บนความซื่อสัตย์ สุจริต และสำหรับตน การเป็นนักการเมืองที่ดี ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่ยังมีกติกา และมารยาท จึงขอให้ผู้สมัครสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่ดี ในการลงสมัครเลือกตั้ง

“แม้ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์หลายคน จะยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่ในการเลือกตั้งของผมครั้งแรก ผมก็ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักของประชาชน ประชาชนคิดว่า ผมเป็นเพียงอาสาสมัคร ดังนั้น จึงขอผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์อย่ากังวล และขอให้ใช้ความตั้งใจที่ดีในการหาเสียง และพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะมีจุดอ่อน แต่ความเป็นประชาธิปัตย์ ที่ประชาชนคนกรุงเทพฯ รับรู้ และเคยไว้วางใจมา คณะกรรมการบริหารพรรคฯ ชุดนี้ ได้นำกลับมาให้คนกรุงเทพฯ โดยใช้การเมืองสุจริต มาเปลี่ยนแปลงประเทศไทยต่อไป

จากนั้นนายสกลธี ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต ประกอบด้วย
เขตเลือกตั้งที่ 1 นายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี
เขตเลือกตั้งที่ 2 ดร.เจษฎา เลิศธนสาร
เขตเลือกตั้งที่ 3 นายอภิมุข ฉันทวานิช
เขตเลือกตั้งที่ 4 นายพงศกร ขวัญเมือง
เขตเลือกตั้งที่ 5 นายนนธนัตถ์ บุนนาค
เขตเลือกตั้งที่ 6 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร
เขตเลือกตั้งที่ 7 นายพงศ์พล เตมีย์
เขตเลือกตั้งที่ 8 นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา
เขตเลือกตั้งที่ 9 น.ส.วิเวียน จุลมนต์
เขตเลือกตั้งที่ 10 ดร.ชัยพร แก้ววาตะ
เขตเลือกตั้งที่ 11 น.ส.รมิดา อินทะแพทย์
เขตเลือกตั้งที่ 12 นางพิมชนก เก่าเจริญ
เขตเลือกตั้งที่ 13 นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฐ์
เขตเลือกตั้งที่ 14 รอ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ
เขตเลือกตั้งที่ 15 น.ส.ฐิตยากร พรโรจนากูร
เขตเลือกตั้งที่ 16 นายสุนันท์ มีนมณี
เขตเลือกตั้งที่ 17 นายฐิติวัชร์ ดีประเสิรฐวงศ์
เขตเลือกตั้งที่ 18 นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์
เขตเลือกตั้งที่ 19 น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล
เขตเลือกตั้งที่ 20 นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง
เขตเลือกตั้งที่ 21 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล
เขตเลือกตั้งที่ 22 นายปรินต์ ทองปุสสะ
เขตเลือกตั้งที่ 23 น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์
เขตเลือกตั้งที่ 24 น.ส.มารีญา ฤกษ์ดี
เขตเลือกตั้งที่ 25 นายชยิน พึ่งสาย
เขตเลือกตั้งที่ 26 นายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล
เขตเลือกตั้งที่ 27 น.ส.มลฑาทิพย์ ทิพยชนาพัฒน์
เขตเลือกตั้งที่ 28 นายพร้อมพล ธรรมจินดา
เขตเลือกตั้งที่ 29 น.ส.ศิริขวัญ นิลกรณ์
เขตเลือกตั้งที่ 30 นายคณพล พงศ์พิทยา
เขตเลือกตั้งที่ 31 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์
เขตเลือกตั้งที่ 32 ดร.วิสวัส ทองธีรภาพ
เขตเลือกตั้งที่ 33 นายเจตน์สฤษดิ์ เลิศธนสาร