เลือกตั้งโคราช 16 เขต สู้เดือด บ้านใหญ่แยกพรรคลงสนาม นักวิชาการคาด เงินสะพัดไม่ต่ำพันล้าน

22.12.25 | 17:55 น.

เจาะสนามเลือกตั้ง ส.ส.เมืองย่าโม 16 เก้าอี้ 3 พรรคใหญ่ เพื่อไทย ภูมิใจไทย และประชาชน สู้กันดุเดือดแน่ นักวิชาการเผยจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เฉลี่ยผู้สมัคร 1 คน ใช้เงิน 50 -100 ล้านบาท

การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา สนามเลือกตั้ง จังหวัดนครราชสีมา มี ส.ส. 16 คน รองจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งผลการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย โดยการนำของ กำนันป้อ-นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล และนางยลดา หวังศุภกิจโกศล เจ้าของโรงแป้งมันเอี่ยมเฮง บ้านใหญ่ของพรรคเพื่อไทยโคราช กวาดมาได้ถึง 12 เก้าอี้ พรรคประชาชนได้ 3 เก้าอี้ และพรรคภูมิใจไทยได้ 1 เก้าอี้

สำหรับการเลือกตั้งทั่วไป ส.ส.ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ จังหวัดนครราชสีมา มีประชากร 2,615,039 คน มี ส.ส.ได้ 16 คน รองจากกรุงเทพมหานคร คอการเมืองเชื่อกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการแข่งขันสูงและดุเดือด และมีการใช้เงินสะพัดอย่างมหาศาล และจะเป็นการแข่งขันของ 3 พรรคการเมืองใหญ่ ในการช่วงชิงที่นั่ง ส.ส.เพื่อหวังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน

สนามเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่มี ส.ส.ถึง 16 คน จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ ว่าพรรคไหนจะได้เก้าอี้ ส.ส.เท่าไร คอการเมืองโคราชฟันธงตรงกัน หลังพรรคชาติพัฒนาโดยการนำของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคได้ประกาศพรรคชาติพัฒนาเว้นวรรคไม่ส่ง ส.ส.ลงสมัคร และให้เทวัญ ลิปตพัลลภ ยกกลุ่มอดีต ส.ส.และว่าที่ผู้สมัครของพรรค เขตเลือกตั้งที่ 1, 2 และ 3 ประกอบด้วย นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายวัชรพล โตมรศักดิ์ และ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยทั้งจังหวัดมีความแข็งแกร่งขึ้นมาทันที เมื่อนายสุวัจน์ผนึกกำลังกับบ้านใหญ่ กำนันป้อ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล โรงแป้งมันเอี่ยมเฮง และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ส่วนตัวนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ขึ้นไปสมัครในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย

Advertisement

พรรคประชาชน โดยการนำของนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ อดีต ส.ส.สมัยที่แล้ว และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ อดีต รมช.คมนาคม ลูกชายนายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตแกนนำพรรคพลังประชารัฐเตรียมส่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 16 เขต ได้แก่ เขต 1 นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ อดีต ส.ส.แชมป์เก่า, เขต 2 นายปิยชาติ รุจิพรวสิน อดีต ส.ส.แชมป์เก่า, เขต 3 นายสุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ อดีต ส.ส.แชมป์เก่า, เขต 4 นายภาคภูมิ ประชญาภูมิวงศ์, เขต 5 นายกฤศวัฒน์ เลิศวิริยาภรณ์, เขต 6 นางสาวธัญญาภรณ์ กุลนอก, เขต 7 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ, เขต 8 นายศาสตรา นากระโทก, เขต 9 นายเศวตโชติ ตันติกุล, เขต 10 นางสาวดวงทิพย์ ปานรักษา, เขต 11 นายณฐพงศ์ สอบกิ่ง, เขต 12 นายชรินทร์ ทำดี, เขต 13 นางสาวนาลันทา บุญชิต, เขต 14 นายหนึ่ง ขัติยะนนท์, เขต 15 นายบรรดูลย์ พูนรัตนบัณฑิตย์ และเขต 16 นายมาร์ค ปาทาน

ว่าที่ผู้สมัคร พรรคภูมิใจไทย โดยการนำของ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี อดีต ส.ส.และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย เตรียมว่าที่ผู้สมัครที่เป็นความหวังของพรรค ประกอบด้วย เขต 4 นายรักชาติ กิริวัฒนศักดิ์ อดีตประธานสภา  อบจ.นครราชสีมา, เขต 5 นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ น้องชายนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัครพรรคประชาชน บุตรชายคนกลางของนายวิรัช รัตนเศรษฐ, เขต 6 นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.แชมป์เก่าที่ย้ายมาจากเพื่อไทย, เขต 9 นายพีรพร สุวรรณฉวี น้องชายนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ที่ขึ้นไปสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เปิดทางให้น้องลงสมัคร ส.ส.เขตแทน, เขต 10 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย และ เขต 11 นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ พี่ชายแรมโบ้ เสกสกล (สุภรณ์) อัตถาวงศ์ และ เขต 16 นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ บุตรชายคนเล็กของนายวิรัช รัตนเศรษฐ

พรรคกล้าธรรม โดยการนำของนายมารุต ชุ่มขุนทด เจ้าของคลาสคาเฟ่และอดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา และนางสาวธนวรรณ เกษเมธีการุณ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลห้วยแถลง โดยพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เปิดตัวผู้สมัครมาเพียง 3 ราย ที่เป็นความหวังของพรรค ได้แก่ เขต 6 นายพิทักษ์พงษ์ ศิริศักดิ์ ส.อบจ.บัวใหญ่, เขตเลือกตั้งที่ 9 นางสาวธนวรรณ เกษเมธีการุณ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลห้วยแถลง และเขต 15 นายมารุต ชุ่มขุนทด เจ้าของธุรกิจคลาสคาเฟ่ และอดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา ปัจจุบันเป็นคณะทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์

พรรคพลังประชารัฐ เขต 10 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน

นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ นักวิชาการอิสระและนักวิเคราะห์การเมืองใน จ.นครราชสีมา ระบุว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ 8 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ สนามเลือกตั้ง 16 เขตของ จ.นครราชสีมา จะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดที่สุดเท่าที่ผ่านมา บรรดาผู้สมัครและผู้สนับสนุนจะมีการงัดกลยุทธ์ทั้งใต้ดินและบนดินมาใช้ คาดว่าจะมีเงินสะพัดมากกว่า 1,000 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วผู้สมัคร ส.ส. 1 คน จะใช้เงิน 10-50 ล้านบาท โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่มีการแข่งขันกันดุเดือดจะใช้เงินสูงถึงคนละ 100 ล้านบาท และการจ่ายเงินซื้อเสียงอย่างน้อยต้องเบิ้ล 2-3 รอบ เพื่อต้องการชัยชนะ คาดการณ์ผลการเลือกตั้ง ส.ส.สนามเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมา 16 เก้าอี้ พรรคเพื่อไทยจะได้ไม่ต่ำกว่า 10 ที่นั่งขึ้นไป รองลงมาจะเป็นพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม