บิ๊กแจ๊สยึดอุดมการณ์สังกัดพรรคพวก ชู พรรคกล้าธรรม ทำงานไว เคยช่วยคนปทุมฯรอดน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามความเห็นของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี จากกรณีที่มีการนำเสนอข้อมูลในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับบ้านใหญ่ใน จ.ปทุมธานี ที่มีการย้ายพรรคการเมืองกัน และเรื่องที่ประชาชนเข้าใจว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี สังกัดอยู่พรรคภูมิใจไทย
พล.ต.ท.คำรณวิทย์เปิดเผยว่า พรรคที่ตนเองสังกัดตอนนี้มีเพียงพรรคเดียว คือพรรคพวก ขอย้ำจุดยืนว่านายก อบจ.ไม่ควรสังกัดพรรคการเมือง ส่วนตัวตนรู้จักและรักกันเกือบทุกพรรคการเมือง ส่วนในกรณีที่พี่น้องประชาชนได้สอบถามเข้ามาจำนวนมาก เรื่องความเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย ตนยอมรับว่า ตนเคารพรักนายเนวินและนายอนุทิน แต่ถ้าถามว่าตนอยู่พรรคภูมิใจไทยไหม ตนนั้นไม่ได้อยู่ ส่วนเรื่องของ ส.ส. ตนจะมองถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ในการเลือกที่จะสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.เป็นรายบุคคล ที่คิดว่าเขาจะสามารถทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน โดยจะมีการพูดคุยปรึกษากับทีมงาน และทีม ส.จ.ทั้งหมดว่า จะสนับสนุนใครที่จะลงมาช่วยกันพัฒนา จ.ปทุมธานี หลังเลือกตั้ง
แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ประชาชนจะเห็นว่าในช่วงวิกฤตการณ์ ไม่ว่าจะเป็นช่วงโควิด น้ำท่วม น้ำแล้ง ไข้หวัดใหญ่ หรือตอนนี้ที่ปอดอักเสบกำลังระบาด มี ส.ส.พรรคใดบ้างที่ลงมาช่วยท้องถิ่น หรือดูแลประชาชน ตนไม่เห็นมีใคร บางคนเป็น ส.ส.มา 2-3 ปี ยังไม่รู้จักเลย นี่คือสิ่งที่เป็นจุดยืน เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องตัดสินใจเลือกที่ตัวบุคคล อย่าไปเน้นพรรคใดพรรคหนึ่ง ใครที่ลงสมัคร ส.ส.แล้วพี่น้องประชาชนคิดว่าพร้อมที่จะเข้ามาช่วยกันพัฒนา จ.ปทุมธานี ตนจะเชียร์คนนั้น แต่ไม่ได้กำหนดที่ตัวพรรค ยกตัวอย่างพรรคภูมิใจไทย สมมุติว่าส่งลง 8 เขต แต่ตนอาจจะสนับสนุนแค่เขตเดียวก็ได้ เพราะตนดูที่ตัวบุคคล ถ้าได้ ส.ส.ช่วยพัฒนา จ.ปทุมธานี มาอย่างต่อเนื่อง ก็จะบอกทีมงาน และ ส.จ.ให้ช่วยเหลือ
พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า พรรคอื่นๆ ที่ลงมา ถ้าตัวบุคคลดี ตนพร้อมสนับสนุน ตนได้บอกจุดยืนกับทุกคนในทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นรองนายก อบจ. ที่ปรึกษา หรือ ส.จ. หากใครต้องการลงการเมืองให้ลงได้เลย ถ้าได้รับการติดต่อมา แต่ไม่ใช่ว่าตนไปบังคับให้ลงตอนนี้
ล่าสุด ทั้งพรรคประชาชนส่งลงครบ 8 เขต พรรคเพื่อไทยก็ส่งลงครบ 8 เขต แต่ถ้าถามตน ตนขออยู่ตรงกลาง และช่วยแค่บุคคลที่พร้อมจะพัฒนา จ.ปทุมธานี ร่วมกันกับท้องถิ่น แต่ที่ตนรับไม่ได้ที่สุดคือ การที่พรรคภูมิใจไทยเลือกผู้สมัคร ส.ส.ที่เป็นลูกผู้ที่ทุจริตแม้กระทั่งถุงยังชีพ มาเป็นตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ตนเองรับไม่ได้
พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาท้องถิ่นมีแต่งบประมาณของท้องถิ่นเอง ที่นำไปดูแล หรือแก้ปัญหาให้ประชาชน แต่ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา เช่น โมโนเรล เขื่อนกันน้ำท่วม สิ่งต่างๆ เหล่านี้เกินกำลังของ อบจ. ตอนนี้ ในทีมงานคนรักปทุม มีหลายคนที่มาหารือและขอลงสมัคร ส.ส.ในนามของพรรคกล้าธรรม ตนก็ไม่ได้ขัด ถ้าคิดว่าทำได้ก็ทำเลย ถ้ามีกำลัง หรือศักยภาพพอ ตนก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ตนดูที่ตัวผู้สมัครที่ต้องเป็นคนที่ทำงานเพื่อประชาชน
ก่อนหน้านี้จะเห็นว่าเมื่อพรรคกล้าธรรมลงมาพื้นที่ ก็จะทำอย่างจริงจัง รวดเร็ว และในช่วงน้ำท่วม ทาง ร.อ.ธรรมนัสก็ลงพื้นที่มารับฟังจากประชาชน และเรียกประชุมหาทางแก้ปัญหาด่วนทันที จึงมีส่วนที่ทำให้ปทุมธานีรอดพ้นวิกฤตน้ำท่วมในปีนี้ ถ้าหากทีมงานของคนรักปทุมได้เป็น ส.ส.ก็ย่อมเป็นผลดี ถ้าเกิดมีโอกาสได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และเข้ามาก็จะเป็นกลางประสานงาน ดึงงบประมาณลงมาพัฒนา จ.ปทุมธานี ได้

