ธรรมนัส เข้าใจปชน. จุดยืนชัด ไม่เอากธ. ไม่เหมือนพวกกระแดะ ดิสเครดิตเพราะอดีตสส.ย้ายซบเยอะ

25.12.25 | 11:11 น.

ธรรมนัส เข้าใจปชน. จุดยืนชัด ไม่เอากล้าธรรม ไม่เหมือนพวกกระแดะ ดิสเครดิตเพราะอดีตสส.ย้ายซบเยอะ

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานและแคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ใน รายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ โดยเริ่มถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ว่า

“จริงๆ แล้วตนไม่เท่าไหร่ เพราะชินกับการถูกโจมตีและพาดพิงถึง แต่ กธ.เป็นพรรคที่มีสมาชิกพรรคเยอะที่สุด ฉะนั้นบรรดาว่าที่ผู้สมัคร กรรมการบริหารพรรค ไม่พอใจ เพราะมีการพูดถึงชัดเจน วิถีทางการเมืองจึงต้องมีการประชุมเพื่อรับมือ ซึ่งได้คุยกับทีมยุทธศาสตร์พรรค คิดว่าเป็นเพราะพรรคว่าเรามีอดีต ส.ส. หรืออดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคนั้นมาอยู่พรรคเราเยอะ หรือเพราะเห็นว่าพรรคเราโตไว จึงพยายามโจมตีเพื่อให้เกิดกระแสขึ้นมา ซึ่งข้อมูลที่ผมพูดไปก็คือแค่บางส่วนเท่านั้น”

“วันนั้นผมอยู่ภูเก็ต ไม่ได้ดูการดีเบต ซึ่งทางช่องเขาให้นักข่าวมาถามผมที่ทำเนียบ ซึ่งผมจะไปได้ไงเพราะผมมีกำหนดการไปภูเก็ต ไม่ได้หนีนะครับ ซึ่งก็มีพี่น้องมารายงาน และส่งคลิปมาให้ดู ตอนแรกก็บอกนิ่งๆ ก่อน แต่ทนแรงกดดันของสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคไม่ไหว ต้องโต้ตอบ”

ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ด้วยว่า ตนไม่สนิทกับท่าน แต่เจอกันก็ทักทายปกติ เพราะเป็นรุ่นพี่ทางการเมือง ท่านจะคุยด้วยหรือไม่คุยตนก็ไม่ใส่ใจ ซึ่งตนก็ไม่อยากโจมตีท่าน เพราะสังคมรู้อยู่แล้ว ตอนท่านเป็นรัฐบาลเป็นผู้นำประเทศได้ทำอะไร เรื่องผิดพลาดมาเยอะแยะ หลายเป็นมรดกทุกวันนี้ คนรุ่นหลัง น้องๆ รุ่นหลัง พรรคที่กำลังเป็นกระแสอาจจะไม่รู้ แต่คนรุ่นผมรู้หมดว่าเขาทำอะไรมาบ้าง ผมไม่ต้องโจมตีเขาเพราะสังคมเขารู้อยู่แล้ว

กรณี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับกล้าธรรม ไม่ว่าจะเป็นยังไง ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า “พรรคๆ นี้ผมไม่อยากเอ่ยชื่อเขา เขามีจุดยืนชัดเจน เขาก็พูดมาตลอด ตนกับพี่น้องอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ ก้าวไกล หรือพรรคประชาชน อยู่ในสภาเราก็เคารพนับถือกัน ผมชื่นชมในความสามารถของเด็กกลุ่มนี้นะครับ เพราะฉะนั้นเขามีจุดยืนชัดเจนแต่แรกแล้ว เขาไม่ได้เพิ่งมากระแดะทำตอนนี้ เพราะฉะนั้นผมชื่นชมเขานะ ตอนผมอยู่พลังประชารัฐ ผมจำได้ก็มีเราไม่มีลุง เขาประกาศกันชัดเจน เขาไม่ได้เพิ่งมาทำตอนนี้ ไม่มีเพิ่งมารณรงค์ช่วงหาเสียง อันนี้ไปโทษเขาไม่ได้ครับ”

Advertisement

ลั่นไม่มีนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์
ใครทำ’ชั่วมาก’ ลวงประชาชน ตนก็รับไม่ได้

ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงถึงประเด็นต่างๆ ในอดีตและภาพคู่กับ เบน สมิธ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องในอดีต ตนผ่านกระบวนการยุติธรรมมาหมดแล้ว ผมยอมรับความจริงว่าผ่านมาทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย เราจะย้อนกลับไปแก้ไขได้ไหม ทำไม่ได้ แต่เราต้องทำอนาคตให้ดี เป็นนักการเมืองที่ดี ประเด็นที่พยายามจะโยงตนกับแก๊งสแกมเมอร์ รูปภาพนี่ผมจะโดนทุกยุคทุกสมัย เพราะผมเป็นคนไม่ปิดตัวเอง คนเข้าหาง่าย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ผมคนเดียว แต่มีผู้นำชั้นอื่นไม่น้อยกว่า 30-40 คนที่มีภาพกับเบน สมิธ รวมถึงนักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผบ.เหล่าทัพ หลายๆ ท่าน ถ้าเกิดเขาไปทำความผิดในข้อหาใดก็ตาม ทำไมเขาถึงอยู่ในไทยได้นาน

ส่วนตนที่เป็นรองนายกฯ ถามว่ามีพาวเวอร์ (อำนาจจัดการ) ไหม มี แต่ตนไม่ไปยุ่ง เพราะถ้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็ต้องให้โอกาสเขาในการพิสูจน์ตัวเองว่าผิดจริงหรือเปล่า ฉะนั้นจะเอาการที่เห็นผมถ่ายรูปกับคนนั้นคนนี้มาพิพากษาเลย ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับตนบ้าง โจมตีแต่ผมเพราะอะไร

“ผมพูดเสมอว่า ผมไม่ปฏิเสธว่ารู้จักคนเหล่านี้นะ ผมรู้จักนะครับ และผมก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเซ็น MOU อะไรกัน วันนั้นเขาไปธุระกับพี่ประเสริฐ ก็รู้จักกัน เขาก็เชิญถ่ายรูป ผมกับ อ.แหม่ม ไปปรึกษาเรื่องอื่นมากกว่า ในเรื่องนโยบายภาคการเกษตร ที่เราจะไปใช้เซ็น MOU กับดีอี ในตอนนั้น (การใช้คลาวด์กับภาคการเกษตร) ก็ถ่ายรูปกันเรื่องปกติ อันนี้คือข้อเท็จจริง ไม่มีเรื่องอื่นเลย ผมไม่ใช่คนพาเขามาคุย ไม่ได้เกี่ยวด้วยเลย” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว และยืนยันว่า “กับ เบน สมิธ เพิ่งรู้จัก ถามว่าสนิทกันไหม ก็เป็นเรื่องปกติ สังคมเราไม่ต้องปฏิเสธ ในช่วงที่รัฐบาลชุดที่แล้ว (แพทองธาร) ก็มีคนในรัฐบาลหลายคนไปนั่งทานข้าว อย่าปฏิเสธความจริง สิ่งที่เขาถูกกล่าวหาก็ต้องให้เขาได้พิสูจน์ว่าผิดหรือถูก ถามว่าผมสนิทไหม ผมก็รู้จัก ก็สนิทนะครับ ผมเป็นคนที่คบคนง่าย ตามสไตล์ผม ไม่ปิดกั้นตัวเอง ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง”

สำหรับประเด็นว่า เคยยืมเรือยอชต์และเครื่องบินของ เบน สมิธ ร.อ.ธรรมนัสบอกว่า “ไม่เคยครับ ผมมีภาพปรากฏที่เรือยอชต์ตามที่เป็นข่าวเท่านั้นเอง ที่หลีเป๊ะ เรือยอชต์ของใครผมก็ไม่รู้ ซึ่งเช็กแล้วเป็นของสัญชาติต่างชาติ และที่พี่น้องสื่อพยายามถามเรื่องเรือยอชต์ที่ถูกอายัดตอนนี้ เป็นคนละลำ”

ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงกรณี 2 พรรคตั้งเป้าโจมตีตนว่า เราคบใคร จะมีสัมพันธ์อะไรกับใคร เรารู้ตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าจะไปกระทำความผิดอะไรกับเขา จะเหมารวมไม่ได้ ฉะนั้นถามว่ารู้สึกยังไง รู้สึกเฉยๆ เราต้องแยกแยะคำว่าสแกมเมอร์กับเว็บพนัน การกระทำความผิดเรื่องสแกมเมอร์ สังคมไทยรับไม่ได้มันต่างจากเว็บพนัน เพราะมันคือการหลอกลวงพี่น้องไปไปเป็นเหยื่อ ซึ่งมันเลวร้าย ผมก็รับไม่ได้ มีนักการเมืองหลายคนที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน แต่เรื่องสแกมเมอร์ผมมั่นใจว่าไม่มีนักการเมืองชั่วคนไหนไปเกี่ยวข้อง

สรยุทธถามว่า ฝ่ายตรงข้ามเหมารวมไปให้เป็นเรื่องร้ายแรง เรื่องสแกมเมอร์ ยอมรับว่ามีนักการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันเว็บพนันถูกไหม ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ถ้ากางนิ้ว ในสภารู้กันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม พรรคที่ภาพสวยๆ ก็ยังมีเลยครับ แต่เราอย่ามาพูดวิจารณ์เพื่อนๆ เลย มันไม่ดี ฉะนั้นอย่าไปโจมตีเขามาก เดี๋ยวจะเข้าตัวเอง”

“ผมเอาตัวเองเป็นที่ตั้งนะครับ เราไม่ได้เป็นคนดี 100% แต่การเป็นนักการเมืองแล้วไปหลอกลวงประชาชน เป็นเรื่องที่ชั่วมาก”

ส่วนเรื่องที่มีการใส่สีให้ ร.อ.รรมนัสว่าเป็นสีเทา ระบุว่า เรื่องนี้เอาอะไรเป็นบรรทัดฐานว่า คนไหนสีเทา คนไหนบริสุทธิ์ สังคมเรามีกฎหมาย ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ ที่ พรรคกล้าธรรม ใช้สีประจำพรรคเป็น “สีเขียว” เพราะเป็นสีแห่งคนฐานราก การเกษตร เป็นเรื่องสำคัญ ตนอาจจะไม่เก่งเรื่องเศรษฐศาสตร์ แต่ผมรู้เรื่องการเข้าถึงแหล่งทุน สถาบันการเงินที่เกี่ยวกับเรื่องการเกษตร

ธรรมนัสเคลียร์ข้อครหา
หักหลังพี่น้อง 3 ป. – ทักษิณ

สำหรับเบื้องหลังที่ทำให้ตัดสินใจออกจากขั้วเพื่อไทย นายทักษิณโทรหาไม่รับ ก่อนรู้อีกทีก็มาอยู่ขั้วภูมิใจไทยแล้ว ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า เพราะบ้านเมืองมันไม่มีทางออก ทว่าเวลาตนจะจากใครมา จากแบบไมตรีเสมอ ไม่ได้ไปหักใคร ตนต้องไปพูดไปคุย ไปชี้แจงเหตุผลว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ต้องออกมา ต้องหาทางออกให้บ้านเมือง ไม่จบแบบรัฐประหาร คนอาจจะมองว่าทำไมเราไปหัก จริงๆ แล้วเราไปคุยไปร่ำลา เช่นวันที่ศาลตัดสินคุณแพทองธาร คุณทักษิณโทรหาตนแล้วไม่รับนั้น ไม่จริง ไม่มี คุยกันตลอด คุยจนถึงวินาทีสุดท้ายที่ท่านทักษิณจะเข้าไปอยู่ในเรือนจำ

“ในประเด็นพี่น้อง 3 ป. ผมไม่เคยหักหลังใคร ถามว่าพี่น้อง 3 ป. สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เรามี 5 เสือ จปร. ผมเป็นน้องเล็กคนเล็กสุด มีท่านนายกฯ (ประยุทธ์) ท่านรองนายกฯ มีท่าน มท.1 มีท่าน รมช.กลาโหม และมีผม พี่น้องเรารักกันนะครับ ฉะนั้นผมในฐานะน้องเล็กพี่จะใช้ไปซ้ายไปขวา ผมก็ทำหมด วันหนึ่งถ้าพี่เขาไม่สบายใจกัน เขาทะเลาะ ผมก็ต้องเลือกอยู่กับคนที่ผมสนิท เป็นเรื่องปกติ”

ส่วนที่ลือสะพัดในขณะนั้นว่า จะล้มพลเอกประยุทธ์ในสภา ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า มันเป็นเรื่องพี่น้อง 3 ป. เขามีความคิดเห็นไม่ตรงกันเท่านั้นเอง และเมื่อคุยกันรู้เรื่อง เราก็ไม่ทำ เป็นเรื่องปกติพี่น้องเคืองกัน และเราเป็นเลขาฯ พรรคจะให้ทำยังไง พี่น้องคุยกันก็จบ

หลังจากนั้น พอจากพลเอกประวิตร มาก็เกิดข้อครหาอีก ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า “ก็ลุงไม่เอาผมก่อน ก็น่าจะเห็น สื่อสัมภาษณ์ลุงป้อมบอกไม่เอาผม ไม่ให้เป็นรัฐมนตรี ผมเป็นเลขาฯพรรค อยู่ๆ ไม่เอาผมผมก็ออกมา แล้วผมก็ไม่ได้ทำอะไรลุงเลย ไม่เคยประณามพรรคเก่า บ้านเก่าเลย จะให้เราอยู่ยังไงเมื่อเขาไม่เอา”