โพลพระปกเกล้า ชี้ 42.6% ไม่ค่อยพอใจผลงานรบ. เปิด 3 อันดับ นักการเมืองคนอยากฟังดีเบต

26.12.25 | 10:40 น.

โพลพระปกเกล้า ชี้ 42.6% ไม่ค่อยพอใจผลงานรบ. เปิด 3 อันดับ นักการเมืองคนอยากฟังดีเบต

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสารวจ เรื่อง เสียงในหัวประชาชนกับการเมืองช่วงเปลี่ยนผ่าน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสาคัญในการทา KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยา ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นาการเมือง แต่จัดทาเพื่อฟังการเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สาคัญสาหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทาความเข้าใจภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อทาหน้าที่เป็น คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง

การแถลงผลการสารวจ KPI Poll ครั้งที่ 2 ที่ศูนย์ฯ ได้สำรวจระหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,016 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1.รัฐบาลยังมีฐาน แต่การเมืองไทยกำลังแตกเป็นหลายรสนิยม

• ประชาชนร้อยละ 28.1 แสดงความ “พึงพอใจ” ต่อการทำงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา สะท้อนว่ารัฐบาลยังคงมีฐานความพึงพอใจในระดับหนึ่ง แม้เสียงไม่พอใจจะยังเป็นเสียงส่วนใหญ่
➡ ประชาชนเน้น “การจับต้องได้ของผลงาน” โดยเฉพาะเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ในขณะนั้น (มีภัยพิบัติ และปัญหาชายแดนที่ยังไม่คลี่คลาย)

Advertisement

2. มิติภูมิภาค: อีสานคือฐานหลัก เมืองใหญ่ยังต้องพิสูจน์
• อีสาน (10.8%) ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีความพึงพอใจสูงสุด
• ภาคกลาง (5.4%) และภาคใต้ (5.3%) อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
➡ รัฐบาลมีความได้เปรียบในพื้นที่ที่นโยบาย “เข้าถึงชีวิตจริง” แต่ในหัวเมืองและภาคใต้ โจทย์ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ หากคือการสร้างผลลัพธ์ที่ “ตอบโจทย์บริบทเฉพาะพื้นที่” มากขึ้น

3. มิติช่วงอายุ: รุ่นใหญ่หนุน เสาหลักเศรษฐกิจยังลังเล
• 56 ปีขึ้นไป (10.6%) พึงพอใจรัฐบาลสูงสุด
• 46 55 ปี (7%) ยังเป็นแรงหนุนสาคัญ และ 36 45 ปี (4%) ต่าสุดในกลุ่มหลัก
➡ รัฐบาล “สื่อสารได้ดี” กับคนรุ่นใหญ่ แต่ยังต้องสร้างความเชื่อมั่นกับคนวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เผชิญแรงกดดันค่าครองชีพและเศรษฐกิจโดยตรงมากที่สุด

4. การเมืองเชิงพื้นที่: 3 บุคลิก 3 พื้นที่
• รสนิยมการเมืองไม่ได้รวมศูนย์ แต่กระจายตามภูมิศาสตร์อย่างชัดเจน
•ภาคเหนือ และ กรุงเทพฯ อยากฟัง “ณัฐพงษ์”: ความหวังต่อการเปลี่ยนแปลง
•ภาคใต้ และ ภาคกลาง อยากฟัง “อภิสิทธิ์”: มาตรฐาน วุฒิภาวะ และวาทศิลป์
•ภาคอีสาน อยากฟัง ใครก็ได้ และ “อนุทิน”: ยังไม่มีใครโดดเด่น เปิดพื้นที่ รอฟังผลงาน
➡เชิงพื้นที่ไม่ใช่การแบ่งขั้วแบบแข็ง แต่คือการสะท้อนว่า ประชาชนแต่ละพื้นที่คาดหวังผู้นำไม่เหมือนกัน

5. การเมืองเชิงช่วงอายุ: เวทีเดียว หลายความหวัง
18 35 ปี อยากฟัง “ณัฐพงษ์” มากที่สุด➡ พูดภาษาเดียวกัน หวังความเปลี่ยนแปลง
36 55 ปี อยากฟัง “อนุทิน” มากที่สุด➡ มองหาความสมดุล ไม่สุดโต่งเกินไป
56 ปีขึ้นไป อยากฟัง “อภิสิทธิ์” มากที่สุด➡ ประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือ
➡ ดีเบตทางการเมืองในวันนี้ ไม่ใช่เวทีตัดสินแพ้ ชนะ แต่เป็นเวทีสะท้อน โจทย์ชีวิตของแต่ละเจเนอเรชัน

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 2
ก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ ผลโพลสะท้อนว่า การเมืองไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่ประชาชนคิดต่างอย่างมีเหตุผล และเลือกฟังในแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตของตนเอง ประชาชนไม่ได้ปฏิเสธการเมือง แต่ปฏิเสธ การเมืองที่ไม่ตอบชีวิตจริง ผู้นาหรือพรรคการเมืองที่ต้องการได้เปรียบต้อง
 สามารถเชื่อมโยงนโยบายกับชีวิตประจำวันได้
 วางยุทธศาสตร์การสื่อสารที่มีความต่างกันตามรุ่นและพื้นที่
 ใช้เวทีดีเบตเป็นพื้นที่สร้างความเชื่อมั่น ไม่ใช่เพียงการโจมตี