ทวี ย้ำนโยบายพรรคประชาชาติ มุ่งสร้างสันติภาพ ยาเสพติดเป็น 0 ชง สมช.เลิกกฎอัยการศึก ให้พลเรือนบริหาร นิรโทษกรรมผู้ทำผิดจากการแสดงออกทางการเมือง
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เปิดเผยถึงนโยบายพรรคประชาชาติ ยุทธศาสตร์ “ประชาชาติเพื่อสันติภาพและคุณภาพชีวิต 0-10-100” สำหรับการเลือกตั้ง 2568
โดย 0% โกง หรือการทุจริต-งบถึงมือประชาชน
• ปราบโกงให้เป็น 0 : บังคับใช้กฎหมาย ปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ
• ปราบปรามนักค้ายาเสพติดให้เป็น 0 : ผู้จำหน่ายผู้ค้ายาเสพติดต้องปราบปราม ยึดทรัพย์และไม่ให้มีที่ยืนในพื้นที่ จชต. นำกัญชาเป็นยาเสพติดใช้เฉพาะการแพทย์หรือการศึกษาวิจัยเพื่อการแพทย์ และให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติด ต้องมีการอนุญาตในการใช้
• ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เป็น 0% : พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ส่งเสริมการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ
• ขจัดอัตราการออกกลางคันให้เป็น 0% (Zero Dropout) : กำหนดแนวนโยบายและแนวปฏิบัติที่มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนทุกคนอยู่ในระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรืออย่างน้อยจนมีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพที่พึ่งพาตนเองได้ โดยถือว่า “เด็กทุกคนมีคุณค่า รัฐ-ชุมชน และสังคมต้องไม่ปล่อยให้ใครหลุดออกจากระบบ”

10% โต (GPP)-เศรษฐกิจฐานรากแข็งแรง
• “การลงทุนขนาดใหญ่เพื่อพลิกโฉมสามจังหวัดชายแดน” โดยสร้างเขตพัฒนาเต็มพื้นที่สามจังหวัดและสี่อำเภอในจังหวัดสงขลา เนื่องจากมีผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบมา 20 กว่าปี มาตรการยกเว้นภาษีเงิน การยกเว้นอากรนำเข้าและส่งออกในรูปแบบ Freeport การยกเว้นภาษีขายทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีท้องถิ่นหรือภาษีรูปแบบเฉพาะในรูปแบบ Duty Free และผนวกการส่งเสริมการลงทุนตามรูปแบบของ BOI เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่มีพลังในอนาคต อันจะสร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีความน่าสนใจและสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคต่อไป
• ผลักดัน “นิคมอุตสาหกรรมฮาลาล” ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
• ส่งเสริมและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้มีศักยภาพและมีความโดดเด่น เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจของชุมชน ด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรม (Soft Power) เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มีความยั่งยืน จัดทำแผนที่การท่องเที่ยวเชิงเชื่อมโยงที่บูรณาการแหล่งท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก และผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในชุมชน
• ยกระดับและสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารไทย หรือร้าน “ต้มยำ” ชายแดนใต้และประเทศเพื่อนบ้านที่สร้างรายได้ให้กับพื้นที่พร้อมกับยกระดับแรงงานท้องถิ่นและเร่งจัดหาแหล่งงานในประเทศเพื่อนบ้าน
• จัดตั้ง “กองทุนหมู่บ้านแห่งความสำเร็จ” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และสถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในระดับชุมชน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในระดับฐานราก ให้ชุมชนมีแหล่งเงินทุนหมุนเวียนของตนเอง ลดปัญหาการขาดแคลนเงินทุน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและการสร้างอาชีพ สร้างงาน แหล่งเงินทุนหมุนเวียน และดำเนินกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
• ล้างหนี้ กยศ.ทั้งหมด ด้วยระบบแบ่งภาระอย่างเป็นธรรม ผู้กู้ยืมชำระ เงินต้นเพียง 10% ของยอดหนี้ทั้งหมด ส่วนที่เหลือ 90% ให้ปลดหนี้ผ่านการปฏิบัติงานสาธารณะภาครัฐ โดยสมัครใจ เปิดโอกาสให้ผู้กู้เข้าร่วมปฏิบัติงานสาธารณะเป็นเวลา 2 ปี เพื่อปลดหนี้การปฏิบัติงานดังกล่าวถือเป็นการชดใช้หนี้ต่อรัฐในรูปแบบแรงงานและบริการสาธารณะ โดยรัฐต้องรับรองสถานะและสิทธิของผู้เข้าร่วมอย่างชัดเจน มุ่งใช้กำลังคนเพื่อภารกิจเร่งด่วนของประเทศและชุมชนผู้เข้าร่วมสามารถเลือกปฏิบัติงานในภารกิจที่สอดคล้องกับความจำเป็นของรัฐและชุมชน อาทิ การป้องกัน บำบัด และฟื้นฟูผู้เสพและผู้ใช้ยาเสพติดในระดับหมู่บ้านและชุมชนงานด้านสาธารณสุขชุมชนและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน งานพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน งานด้านความมั่นคงของประเทศ งานด้านสาธารณสุข งานด้านการศึกษา งานจัดการและพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลภาครัฐ โดย รัฐจัดค่าตอบแทนและคุ้มครองผู้ปฏิบัติงาน พร้อมให้ความคุ้มครองด้านสวัสดิการขั้นพื้นฐานตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน

• แก้ไขกฎหมายสหกรณ์ โดยให้มี “สหกรณ์ปลอดดอกเบี้ย” เป็นประเภทหนึ่งของสหกรณ์ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย ซึ่งในปัจจุบันมีเฉพาะสหกรณ์มีระบบดอกเบี้ย ส่งผลขัดหรือแย้งกับหลักการของศาสนาอิสลามซึ่งห้ามมีดอกเบี้ย ดังนั้น จึงผลักดันให้แก้กฎหมายมี “สหกรณ์ปลอดดอกเบี้ย”
• ประกอบพิธีฮัจญ์ราคาถูก โดยลดภาระค่าจ่ายในการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก และค่าบริการนำแสวงบุญ โครงการบัญชีเงินฝากอัลฮัจย์ สถาบันการเงินรัฐสนับสนุน Top up สูงกว่า (ผลตอบแทนสูงกว่า) และแจกรางวัลมากกว่า เช่น แจก ทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 2 รางวัล
• สนับสนุนให้มีการให้สวัสดิการและค่าตอบแทนแก่บุคลากรทางศาสนาของทุกศาสนา กรณีศาสนาพุทธ ได้แก่ พระภิกษุสงฆ์ บุคลากรและองค์กรในพระพุทธศาสนา กรณีศาสนาอิสลาม ได้แก่ อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น กรรมการอิสลามมัสยิด และกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ตลอดจนบุคลากรของศาสนาอื่นๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีกิจกรรมข้ามวัฒนธรรมระหว่างศาสนิกชนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน
100% นิติรัฐและนิติธรรม-สิทธิเสรีภาพ เสมอภาคและเป็นธรรม
• การศึกษามีคุณภาพ เท่าเทียม ทั่วประเทศ ต้องมี “การศึกษาภาคบังคับ” ถึงมัธยมปลาย (ม.6) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 100% สำหรับคนไทยทุกคนที่มีศักยภาพประสงค์จะศึกษาต้องเป็นการศึกษาฟรีถึงอุดมศึกษา และมุ่งสร้างระบบการศึกษาที่รับประกันว่าเด็กและเยาวชนทุกคน ไม่ว่าจะเกิดที่ใด มีฐานะหรืออัตลักษณ์ใด จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกัน พร้อมให้การสนับสนุนเพิ่มเติมตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่และแต่ละบุคคล
• ชุมชนเป็นศูนย์กลางขจัดยาเสพติด 100% : ยึดแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยให้ “ชุมชน” เป็นแกนหลักในการป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูอย่างรอบด้าน แทนการพึ่งพาเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายจากรัฐเพียงอย่างเดียว โดยคืนบทบาทให้ชุมชนเป็นเจ้าของปัญหาและเจ้าของคำตอบ รัฐทำหน้าที่หนุนเสริม เพื่อให้การแก้ปัญหายาเสพติดเกิดผลจริงและยั่งยืนในระยะยาว
• ความขัดแย้งประชาชนกับรัฐเรื่องที่ดิน ป่าไม้ ต้องได้รับการ “พิสูจน์สิทธิ 100%” ที่หลักเกณฑ์การพิสูจน์มีความเป็นธรรม ใช้ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนได้ ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ภายในกรอบระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี และผลักดันให้มีกฎหมาย นิรโทษกรรมแก่ราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดิน และป่าไม้ เกิดความผิดพลาด ประกาศป่าหรือที่สงวนหวงห้ามครั้งแรกทับที่ประชาชน และผิดพลาดจากการกระทำของรัฐอื่น อาทิ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า (ยุค คสช.) เป็นราษฎรที่ยากไร้ และไร้ที่ทำกินได้ถูกดำเนินคดี
ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่บางแห่งของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี “กระบวนการสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ ” เป็นกลไกขับเคลื่อนการเมือง รวมทั้งนิรโทษกรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่สันติภาพและสันติสุข มี “ศูนย์เฝ้าระวังภัย” เป็นกลไกคุ้มครองชีวิตประชาชน และการพัฒนาการให้สอดคล้องกับบริบท คือ
• กำหนดให้การสร้างสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ โดยใช้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นคณะกรรมการถาวรระดับชาติ พิจารณาทบทวนหรือยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และกฎอัยการศึก เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การใช้กฎหมายปกติและการบริหารงานโดยพลเรือน
• การแก้ไข พ.ร.บ. ศอ.บต. ให้มีกระบวนการสันติภาพและความคุ้มกันทางกฎหมาย แก่คณะพูดคุยและผู้เข้าร่วมกระบวนการสันติภาพทุกฝ่าย ไม่ให้ถูกฟ้องร้องในข้อหายุยงปลุกปั่นนำมาตรการถอนฟ้องหรือพักโทษมาใช้กับผู้ที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการสันติภาพ พร้อมตั้งกองทุนเยียวยาที่เป็นธรรมและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
• นิรโทษกรรมทางอาญา แพ่ง และปกครอง แก่ผู้กระทำความผิดที่มีมูลเหตุจากการแสดงออกทางการเมืองอุดมการณ์ทางความคิด หรือการชุมนุมที่มีความเกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรม ภาษา อัตลักษณ์ หรือชุมนุมทางความคิดและการเมือง
• มี “ศูนย์ความช่วยเหลือภัยพิบัติ” ทั้งภัยจากมนุษย์สร้างขึ้นและภัยจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือ การเยียวยาและการฟื้นฟู รวดเร็ว เป็นธรรม และมีเอกภาพในการช่วยเหลือ
นโยบายประชาชาติมีเจตจำนงที่มีคุณธรรม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และการเมืองที่มุ่งสร้างสันติภาพและสันติสุข สามารถเกิดขึ้นได้จริง

