อรรถวิชช์ แจงปมไวรัล คุกอัซคาบัน ยันนโยบายคุกกลางทะเล ทำได้จริง ใช้แท่นขุดเจาะร้างขังนักโทษ

29.12.25 | 14:05 น.

อรรถวิชช์ แจงปมไวรัล คุกอัซคาบัน ยันนโยบายคุกกลางทะเล ทำได้จริง ใช้แท่นขุดเจาะร้างขังนักโทษ

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2568 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกระแสนโยบาย “คุกกลางทะเล” ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จนกลายเป็นไวรัลเปรียบเทียบว่าเหมือน “คุกอัซคาบัน” จากภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแฟนตาซีเหมือนในภาพยนตร์ แต่เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จริงให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยทางพรรคมีแผนที่จะนำ “แท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย” ที่หมดสัญญาสัมปทานและถูกทิ้งร้าง ซึ่งเดิมมีการลงทุนก่อสร้างไว้มูลค่าหลายพันล้านบาท มาปรับปรุงเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง

เราต้องยอมรับความจริงว่า ปัจจุบันเรือนจำปกติก็ยังไม่สามารถต้านทานอำนาจเงินของกลุ่มทุนเทาได้ ยังมีการลักลอบใช้โทรศัพท์มือถือสั่งยา สั่งงานออกมาข้างนอก หรือแม้แต่การนำผู้หญิงเข้าไปข้างใน แต่สำหรับคุกกลางทะเล ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะทะเลคือกำแพงธรรมชาติที่ดีที่สุด

ซึ่งมีจุดเด่นของนโยบายนี้ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. เป็นแดนแรกรับคดียาเสพติด : แยกนักโทษกลุ่มนี้ออกจากนักโทษคดีอื่น เพื่อป้องกันการสร้างเครือข่ายใหม่ในคุก

Advertisement

2. ตัดขาดการสื่อสาร 100% : พื้นที่กลางทะเลไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ทำให้นักโทษไม่สามารถติดต่อสั่งการเครือข่ายภายนอกได้

3. ยากต่อการเข้าถึงและแทรกแซง : การเข้าเยี่ยมต้องเดินทางด้วยเรือเท่านั้น ซึ่งควบคุมได้ง่ายและลดโอกาสการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายเข้าไป

นายอรรถวิชช์กล่าวว่า นโยบายนี้สามารถทำได้จริงและทำได้ทันที เนื่องจาก นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค มีประสบการณ์เคยดำรงตำแหน่งทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จึงมีความเข้าใจลึกซึ้งในระเบียบกฎหมายและกลไกของทั้งสองกระทรวง เป็นเครื่องการันตีว่านโยบายนี้จะไม่ใช่แค่ความฝัน แต่จะเป็นมาตรการปราบปรามยาเสพติดที่เห็นผลเป็นรูปธรรม

“นี่คือการนำสินทรัพย์ที่เหลือใช้จากการสำรวจพลังงานมาสร้างความยุติธรรมคืนสู่สังคม พรรครวมไทยสร้างชาติ (เบอร์ 6) พร้อมแล้วที่จะสังคายนาระบบราชทัณฑ์ เพื่อล้างบางขบวนการยาเสพติดให้สิ้นซาก” นายอรรถวิชช์กล่าว