ศรีสุวรรณ ร้อง กกต. สอบปชน.หลังผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 เอี่ยวค้ายา-ฟอกเงิน ชี้เปลี่ยนตัวผู้สมัครแค่ตัดตอนไม่ให้ถึงขั้นยุบพรรค
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องแจ้งเบาะแสแก่กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวนพรรคประชาชน (ปชน.) กรณีที่ นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 33 (บางพลัด–บางกอกน้อย ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)เข้าจับกุมในปฏิบัติการ Black Mirror TKP โดยถูกกล่าวหาว่าพัวพันคดีฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ เป็นบ่อนทำลายความมั่นคง-เศรษฐกิจของชาติหรือราชการแผ่นดิน หรือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเป็นข้อห้ามตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การค้ายาเสพติดและการฟอกเงิน เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของสังคมไทย การที่พรรคปชน. ในฐานะพรรคการเมืองต้นสังกัดของ นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อข้อกล่าวหาที่มีผลมาจากการกระทำตามกรณีที่เกิดขึ้นมิได้ เนื่องจากเป็นถึงสมาชิกและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่ถูกคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคประชาชนไปแล้ว (แม้จะลาออกจากสมาชิกพรรคแล้วก็ตาม) ย่อมต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ จริยธรรมและกลั่นกรองคุณสมบัติมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ซึ่งนายบุญฤทธิ์ถูก บช.ปส.เปิดเผยว่า มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทที่ไขว้กันไปมาหลายบริษัทและมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดที่ถูก บก.ปส.จับกุมก่อนหน้านี้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ตรวจสอบได้ในฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่เป็นแค่ข่าวในโซเชียลเท่านั้น
“สังคมได้ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาคือพรรคประชาชนปล่อยให้บุคคลที่มีการกระทำหรือมีพฤติการณ์อันเป็นความเสี่ยงระดับนี้ ผ่านการคัดเลือกจนเป็นว่าที่ผู้แทนประชาชนได้อย่างไร การที่พรรคอ้างว่าได้ “ขับออก” และ “เปลี่ยนตัวผู้สมัคร” หลังจากตำรวจบุกจับแล้วนั้น นี่ไม่ใช่จริยธรรม แต่คือการ ตัดตอนเพื่อเอาตัวรอดใช่หรือไม่ และการขับออกเพราะกลัวความเสี่ยงต่อการถูกยุบพรรคใช่หรือไม่ ทั้งๆ ที่เหตุที่เกิดบุคคลดังกล่าวยังเป็นสมาชิกพรรค และพรรคยังส่งไปมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วย ส.ส. ไปเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการอีกหลายคณะ ซึ่งถือได้ว่าหากมีความผิด ก็เป็นความผิดที่สำเร็จไปแล้ว การขับออก หรือให้ลาออก และเปลี่ยนตัวผู้สมัครฯ ไม่อาจหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ได้”
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ด้วยเหตุดังกล่าว องค์การรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องเรียนและชี้เบาะแสให้นายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต.ไต่สวนและสอบสวนตรวจสอบการกระทำในกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะเส้นทางเงินของนายบุญฤทธิ์ว่ามีการบริจาคให้พรรคประชาชนด้วยหรือไม่ เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 44 และหรือมาตรา 45 ของ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ หากตรวจพบเป็นไปตามเบาะแสนี้แล้ว อาจนำไปสู่การเสนอเรื่องเพื่อยุบพรรคการเมืองที่ฝ่าฝืนมาตราดังกล่าวได้ ตามมาตรา 92(3) ของกฎหมายดังกล่าว


