ปชน.เปิดนโยบายสวัสดิการ ดูแลในท้องถึงชรา พท.ชู ‘รบ.ดิจิทัล’ ความมั่นคง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เปิดเผยรายละเอียดสวัสดิการของประชาชนหากได้เป็นรัฐบาล ระบุว่า คนไทยมีสวัสดิการทั่วถึงเท่าเทียม รัฐบาลประชาชน เสนอชุดนโยบายสวัสดิการดูแลประชาชนตั้งแต่ตั้งครรภ์ถึงยามสูงวัย ให้คนไทยเกิด-แก่ อย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายคนวัยทำงานที่ต้องหาเลี้ยงทั้งพ่อแม่และลูก ยืนยันว่าชุดสวัสดิการนี้คิดบนพื้นฐานงบประมาณที่เป็นจริง ตามสภาวะทางการคลังของประเทศ มีเงินจ่าย ไม่เสียวินัยการคลัง ในส่วนของเด็ก ได้เบี้ยเด็กเล็ก ปี 2569 ได้ 600 บาท/เดือน ถ้วนหน้า ปี 2572 ได้ 1,200 บาท/เดือน ถ้วนหน้า ได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ 5 เดือน (รวมได้ 3,000 บาท/ครรภ์) เกิดมาแล้วได้ Baby box ของขวัญวันเกิด เป็นเครดิต 3,000 บาท เอาไปซื้อของใช้สำหรับเด็ก จัดสร้างศูนย์ดูแลเด็กอ่อน 4 เดือน ถึง 2 ปี 1,000 แห่ง ทั่วประเทศ
ข่าวแจ้งว่า ขณะที่คนทำงาน มีค่าโดยสารร่วม เริ่มต้น 8 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาท ใช้ได้ทั้งรถเมล์-รถไฟฟ้า ช่วยค่าเช่าบ้าน 50% (ไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน) เป็นเวลา 6 เดือน ได้ 500,000 ครัวเรือนต่อปี เปลี่ยนค่าเช่าบ้าน เป็นค่าผ่อนบ้านของการเคหะได้ สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ชำระผ่านบิลค่าไฟรายเดือน ส่วนคนสูงวัย ได้เบี้ยผู้สูงอายุ ปี 2569 ได้ 600 บาท/เดือน ปี 2572 ได้ 1,200 บาท/เดือน พ่วงกับระบบ Long Term Care ติดเตียง ติดบ้าน มีคูปองระบบดูแลให้อีกเดือนละ 6,000 บาท เอาเงินส่วนนี้ให้ลูกหลานตัวเองที่มาดูแลได้ หากลูกหลานผ่านการอบรม มีใบรับรองเป็น Care Giver ลดและปลดหนี้เกษตรผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป รัฐบาลประชาชน มีเรา มีสวัสดิการทั่วถึงให้คนทุกวัย จ่ายได้จริง ไม่เสียวินัยการคลัง
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.พรรค พท. ที่ตลาดยิ่งเจริญ เมื่อวันที่ 1 มกราคม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ประชาชนตอบรับนโยบาย พท. และมีการพูดคุยกับประชาชน ทำให้ พท.มีเวลาเสนอนโยบายใหม่ และทำให้มีความมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนโยบายด้านความมั่นคงต้องทำทั้งระบบ โดยหลายอย่างที่พรรคพยายามทำให้เป็นรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบ ไม่เพียงเรื่องเส้นทางการเงิน แต่ต้องเชื่อมโยงให้เห็นถึงความผิดปกติ ส่วนเรื่องการทูตการต่างประเทศ จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ด้านการทูต กับหน่วยงานต่างประเทศในต่างประเทศที่มีข้อมูล ทำให้ป้องกันข้อมูลภายในประเทศได้ และมองเห็นได้ว่าใครเป็นภัยคุกคามจากข้างนอก การปราบสแกมเมอร์ จะเชื่อมโยงการปราบปรามยาเสพติด ปราบคอร์รัปชั่น สิ่งที่สำคัญคือต้องมีข้อมูลที่เหมาะสมจากทุกหน่วยงานทำงานบูรณาการร่วมกัน
นายยศชนันกล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ในระยะสั้นต้องดูแลประชาชนให้กลับมาใช้ชีวิตได้ และให้กำลังใจทหารที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ หากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสเป็นรัฐบาล เราให้ความสำคัญกับอธิปไตยมาเป็นอันดับแรก สนับสนุนให้มีกำลังพลที่เข้มแข็ง ส่วนบริเวณชายแดนต้องดูแลด้วยการทูตและการทหารควบคู่กัน ทั้งต้องสื่อสารให้ประชาคมโลกรับทราบว่าสิ่งที่ประเทศไทยได้ดำเนินการนั้นเป็นสิ่งถูกต้อง ตามกฎบัตรสหประชาชาติ หรือ UN รวมถึงสันติภาพและสิทธิมนุษยชน ส่วนเรื่องของการลดกำลังพล เรื่องนี้ต้องมีการประเมินเรื่องภัยคุกคาม การจัดสรรงบประมาณและกำลังพลให้สอดคล้องกับภัยคุกคาม เพราะมีภัยคุกคามทั้งรูปแบบดิจิทัลและไซเบอร์ ซึ่งจะมีการเสริมเรื่องโดรน และการแพทย์ทหาร โดยไม่จำเป็นต้องลดงบด้านความมั่นคง แต่จะให้ความมั่นคงเป็นแกนนำในงานวิจัยเชิงการทหาร ซึ่งมีการยกตัวอย่างกองทัพสหรัฐอเมริกา ซึ่งโครงการหลายอย่างเกิดขึ้นจากงานวิจัยด้านความมั่นคง ต่อเนื่องเป็นงานวิจัยด้านเศรษฐกิจ ส่วนการเกณฑ์ทหารต้องทำให้ถูกสัดส่วน ในภาวะประเทศถูกคุกคาม กองกำลังมีความจำเป็นต้องช่วยประเทศ และต้องมีการประเมินร่วมกับผู้นำเหล่าทัพ

